หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ฟ้องชู้ vs PDPA ถ้าต่างฝ่ายต่างผิด ใครอาจรับผลทางกฎหมายหนักกว่ากัน?อ


เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด

ในยุคที่เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวสามารถถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ได้ภายในไม่กี่วินาที หลายคนอาจเจอสถานการณ์ซับซ้อน เช่น ฝ่ายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็น “ชู้” ขณะที่อีกฝ่ายนำแชต รูปภาพ หรือข้อมูลส่วนตัวไปโพสต์ประจาน จนสุดท้ายกลายเป็นการฟ้องร้องกันมากกว่าหนึ่งเรื่อง

คำถามที่เกิดขึ้นคือ หากทั้งสองฝ่ายต่างมีพฤติกรรมที่อาจผิดกฎหมาย คนหนึ่งถูกฟ้องเรื่องความสัมพันธ์กับคู่สมรสของผู้อื่น ส่วนอีกคนถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว ใครอาจได้รับผลทางกฎหมายหนักกว่ากัน?

คำตอบคือ ไม่สามารถเปรียบเทียบได้จากชื่อคดีเพียงอย่างเดียว เพราะคดีฟ้องชู้กับประเด็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีหลักกฎหมาย เงื่อนไข และผลทางกฎหมายแตกต่างกัน

อีกทั้งการโพสต์แชตหรือภาพของผู้อื่นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นความผิดตาม PDPA ทุกกรณีโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาว่าข้อมูลคืออะไร นำมาอย่างไร เผยแพร่ในลักษณะใด มีฐานกฎหมายรองรับหรือไม่ และเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่ด้วย

ฟ้องชู้: เรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวและการเรียกค่าทดแทน

ตามกฎหมายไทย การเข้าไปมีความสัมพันธ์ในลักษณะชู้กับบุคคลที่มีคู่สมรส ไม่ใช่ความผิดอาญาที่ทำให้ถูกจำคุกเพียงเพราะมีความสัมพันธ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม คู่สมรสฝ่ายที่ได้รับความเสียหายอาจมีสิทธิใช้กระบวนการทางแพ่งเพื่อเรียกค่าทดแทนได้ หากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

กฎหมายปัจจุบันใช้ถ้อยคำที่ครอบคลุมคู่สมรสโดยไม่จำกัดเพศมากขึ้น ภายหลังการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการสมรสเท่าเทียม โดยสิทธิเรียกค่าทดแทนต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ไม่ใช่เพียงมีภาพถ่ายหรือข้อความบางส่วนแล้วจะสรุปได้ทันทีว่าเป็นชู้

ผู้ที่ถูกฟ้องอาจต้องเผชิญกับ

ดังนั้น แม้ “คดีชู้” โดยตัวมันเองจะไม่ใช่คดีอาญาที่มีโทษจำคุก แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะด้านความสัมพันธ์ ชื่อเสียง และฐานะทางการเงิน

ทั้งนี้ จำนวนค่าทดแทนไม่ได้มีตัวเลขตายตัวเหมือนค่าปรับ แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พฤติการณ์ ความเสียหาย และดุลพินิจของศาลในแต่ละคดี

PDPA: ไม่ใช่แค่เรื่องโพสต์รูป แต่ต้องดูรายละเอียดของการใช้ข้อมูล

PDPA หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกฎหมายที่คุ้มครองข้อมูลของบุคคลที่สามารถใช้ระบุตัวบุคคลได้ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม เช่น ชื่อ รูปภาพ ข้อมูลติดต่อ หรือข้อมูลอื่นที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลนั้นได้

ตัวอย่างพฤติกรรมที่ควรระมัดระวัง เช่น

อย่างไรก็ตาม การโพสต์ข้อมูลของผู้อื่นไม่ได้แปลว่า “ผิด PDPA” ทุกครั้ง เพราะกฎหมายมีข้อยกเว้นบางกรณี เช่น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวเท่านั้น

แต่เมื่อข้อมูลถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยเฉพาะการโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ให้คนจำนวนมากเข้าถึงได้ การพิจารณาว่ายังอยู่ในขอบเขตเรื่องส่วนตัวหรือไม่ อาจมีรายละเอียดทางกฎหมายเพิ่มขึ้น จึงไม่ควรสรุปจากเหตุการณ์เพียงบางส่วน

นอกจากนี้ แม้กรณีหนึ่งจะไม่เข้าองค์ประกอบตาม PDPA ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงตามกฎหมายอื่น เพราะการโพสต์กล่าวหา เปิดเผยความลับ หรือทำให้บุคคลเสียชื่อเสียง อาจต้องพิจารณากฎหมายเรื่องอื่นประกอบด้วย

PDPA มีโทษหลายประเภท แต่ไม่ได้ติดคุกทุกกรณี

PDPA มีทั้ง

แต่โทษแต่ละประเภทมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ไม่ใช่เพียงนำรูปหรือแชตของผู้อื่นมาโพสต์แล้วจะได้รับโทษอาญาทันที

ตัวอย่างเช่น บทลงโทษทางอาญาบางส่วนของ PDPA เกี่ยวข้องกับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว และต้องมีพฤติการณ์ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การกระทำที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย

กฎหมายกำหนดโทษอาญาในบางกรณีตั้งแต่จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท และบางกรณีอาจมีโทษสูงถึงจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท แต่ต้องพิจารณาองค์ประกอบของความผิดตามกฎหมาย ไม่สามารถนำตัวเลขโทษไปใช้กับทุกกรณีได้

ส่วนโทษปรับทางปกครองอาจมีหลายระดับตามลักษณะการฝ่าฝืน โดยกฎหมายกำหนดเพดานค่าปรับแตกต่างกัน

ถ้าฝ่ายหนึ่งมีความสัมพันธ์กับคนมีคู่ แต่อีกฝ่ายโพสต์ประจาน ใครผิด?

กรณีนี้อาจเกิดขึ้นได้ว่า ทั้งสองฝ่ายต่างมีความรับผิดคนละส่วน

ตัวอย่างเช่น

การที่อีกฝ่ายอาจทำผิดก่อน ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะมีสิทธิเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างโดยไม่มีขอบเขต

กฎหมายไม่ได้บอกว่า “เพราะเขาผิด เราจึงสามารถโพสต์ข้อมูลทั้งหมดได้”

ในทางกลับกัน การอ้างเรื่อง PDPA ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้พฤติกรรมเรื่องความสัมพันธ์หมดความรับผิดไป เพราะทั้งสองเรื่องเป็นคนละประเด็นและอาจถูกพิจารณาแยกกัน

แล้วอะไร “หนักกว่า”?

หากวัดเฉพาะลักษณะโทษตามกฎหมาย ประเด็นการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลบางกรณีอาจมีทั้งความรับผิดทางแพ่ง โทษทางอาญา หรือโทษปรับทางปกครอง

ส่วนการฟ้องชู้โดยทั่วไปเป็นการเรียกค่าทดแทนทางแพ่ง ไม่ใช่โทษจำคุกจากการเป็นชู้โดยตรง

แต่ไม่ได้หมายความว่า PDPA จะหนักกว่าคดีชู้ทุกกรณี เพราะต้องดูว่าเหตุการณ์นั้นเข้าองค์ประกอบความผิดตาม PDPA จริงหรือไม่ และมีความเสียหายมากน้อยเพียงใด

หากวัดจากผลกระทบต่อชีวิต คดีความสัมพันธ์อาจส่งผลรุนแรงต่อครอบครัว ความไว้วางใจ ชื่อเสียง และสถานะทางการเงินได้เช่นกัน

ดังนั้น คำตอบที่ระมัดระวังกว่าคือ

คดีฟ้องชู้กับข้อพิพาทเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลมีผลทางกฎหมายต่างกัน จึงไม่สามารถตัดสินว่าเรื่องใดหนักกว่าจากชื่อคดีเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ความเสียหาย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นกรณีไป

ก่อนโพสต์แชตหรือรูป ควรคิดให้รอบคอบ

เมื่อเกิดปัญหาความสัมพันธ์ สิ่งที่ควรระวังคือ อย่ารีบแก้ปัญหาด้วยอารมณ์

คนที่ถูกทำร้ายความรู้สึกอาจอยากนำเรื่องราวออกมาเล่าหรือเรียกร้องความเป็นธรรม แต่การโพสต์ข้อมูลลงสื่อสังคมออนไลน์อาจทำให้เรื่องส่วนตัวแพร่กระจายจนควบคุมไม่ได้ และอาจสร้างข้อพิพาทใหม่ขึ้นมา

หากต้องเก็บหลักฐาน ควรเก็บต้นฉบับไว้โดยไม่ตัดต่อ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นต่อสาธารณะ โดยเฉพาะข้อมูลของบุคคลอื่น เด็ก หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง

ส่วนผู้ที่เข้าไปมีความสัมพันธ์กับบุคคลที่มีคู่สมรส ก็ควรเข้าใจว่า แม้เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ความผิดอาญาที่มีโทษจำคุกโดยตรง แต่ก็อาจมีผลทางกฎหมายและสร้างผลกระทบต่อชีวิตจริงได้

ในโลกดิจิทัล “ความผิดของอีกฝ่าย” ไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้เรา “ทำผิดอีกอย่างหนึ่ง” ได้เสมอไป

ก่อนโพสต์ ก่อนแชร์ หรือก่อนนำข้อมูลส่วนตัวของใครมาเปิดเผย ควรแยกเรื่อง “การเก็บหลักฐานเพื่อใช้สิทธิทางกฎหมาย” ออกจาก “การเผยแพร่เพื่อให้คนจำนวนมากรับรู้” เพราะสองเรื่องนี้อาจมีผลทางกฎหมายแตกต่างกัน

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง หากมีข้อพิพาทจริง ควรนำหลักฐานและรายละเอียดทั้งหมดไปปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เศรษฐีนี สวย รวย โสด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 98 ครั้ง
เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด
ชอบอ่าน ชอบเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เศรษฐีตัวน้อย
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณเลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่โต๊ะ" งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 69..ส่องเลย เลขไหนให้โชค!นาทีชีวิตแม่โคอาลากอดลูกแน่น ติดอยู่บนผ้าคลุมสระว่ายน้ำ ก่อนค่อย ๆ จมลงน้ำ โชคดีมีคนพบเห็นทันเวลา!เจาะแนวทางเลขเด็ดปฏิทินจีน 2 ฉบับ งวดประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่รู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?เจาะสถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 พฤศจิกายน ย้อนหลัง 10 ปี ถอดรหัสเลขเด่นมาแรงรวมสุดยอดเลขเด่น-เลขดัง มหาชน "แม่ทำเนียบ" งวด 16 พ.ย. 2569 เจาะลึก 10 เลขฮิตและรหัสเลขมงคลทั่วไทยห้องนอนเด็กหอ 4 ตารางเมตร แต่งให้เหมือนคาเฟ่หรูด้วยงบหลักร้อย ทำได้อย่างไรสมุนไพรพื้นบ้านไทย 7 ชนิด มีงานวิจัยรองรับจริงหรือไม่ เปิดสรรพคุณและข้อควรระวังภาพพิมพ์นก 9 ชนิดปี 1594 ทำไมนกฮูกจ้องเหมือนกำลังโพสท่าถ่ายรูป แทนที่จะเป็นภาพวิทยาศาสตร์นิ่ง ๆ?โปสการ์ดเวียนนาก่อนสงครามโลกมีปีศาจขี่นักดนตรีและเด็กกรีดร้อง ทำไมคำอวยพรถึงกลายเป็นภาพเสียดสี?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นาทีชีวิตแม่โคอาลากอดลูกแน่น ติดอยู่บนผ้าคลุมสระว่ายน้ำ ก่อนค่อย ๆ จมลงน้ำ โชคดีมีคนพบเห็นทันเวลา!เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่โต๊ะ" งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 69..ส่องเลย เลขไหนให้โชค!ฮาโลวีนมีต้นกำเนิดจากประเทศอะไร? ย้อนรอยเทศกาลผีที่มีอายุกว่า 2,000 ปีนักท่องเที่ยวรัสเซียอัดคลิปแฉแม่ค้าผลไม้ไทยใช้มีดทำครัวเขี่ยเล็บเท้า ยอดวิวพุ่งทะลุ 8 แสนห้องนอนเด็กหอ 4 ตารางเมตร แต่งให้เหมือนคาเฟ่หรูด้วยงบหลักร้อย ทำได้อย่างไรสมุนไพรพื้นบ้านไทย 7 ชนิด มีงานวิจัยรองรับจริงหรือไม่ เปิดสรรพคุณและข้อควรระวัง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
วันพักผ่อนที่ไม่จำเป็นต้องอยู่นิ่ง! ทำไมการเดินเบา ๆ และยืดเหยียดจึงช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้ดีขึ้นใยอาหาร (Fiber) สารอาหารที่ร่างกายย่อยไม่ได้ แต่มีประโยชน์มากกว่าที่คิด!แบคทีเรียตายแล้ว แต่ DNA ยังสร้างต่อได้? เผยกลไกมหัศจรรย์ที่ทำให้เครื่องจักรระดับโมเลกุลทำงานต่อหลังเซลล์แตกสลาย!ห้องนอนเด็กหอ 4 ตารางเมตร แต่งให้เหมือนคาเฟ่หรูด้วยงบหลักร้อย ทำได้อย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่