หากนายจ้างไม่จ่ายเงินเดือนตรงเวลา ลูกจ้างทำอะไรได้บ้าง? เปิดสิทธิที่กฎหมายคุ้มครอง รู้ไว้ก่อนเสียเปรียบ
เงินเดือนถือเป็นรายได้หลักของลูกจ้างในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือภาระหนี้สินต่าง ๆ ดังนั้น หากนายจ้างจ่ายเงินเดือนล่าช้า หรือไม่จ่ายเงินเดือนตามกำหนด ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตของลูกจ้างโดยตรง
กฎหมายแรงงานของไทยจึงกำหนดหน้าที่ของนายจ้างไว้อย่างชัดเจนว่า ค่าจ้างต้องจ่ายตรงตามกำหนดเวลา และหากฝ่าฝืน ลูกจ้างมีสิทธิใช้ช่องทางตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของตน
นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินเดือนเมื่อใด
ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ เช่น รายเดือน รายสัปดาห์ หรือรายวัน และต้องจ่ายไม่น้อยกว่าระยะเวลาสูงสุดที่กฎหมายกำหนดสำหรับการจ่ายค่าจ้างแต่ละประเภท
หากถึงวันจ่ายเงินเดือนแล้วนายจ้างไม่จ่าย หรือเลื่อนวันจ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
หากเงินเดือนไม่ออกตรงเวลา ลูกจ้างควรทำอย่างไร
1. ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
บางครั้งความล่าช้าอาจเกิดจากปัญหาระบบธนาคาร ความผิดพลาดในการโอนเงิน หรือเหตุสุดวิสัย จึงควรสอบถามฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายการเงินก่อน เพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง
2. ขอคำชี้แจงจากนายจ้าง
หากพบว่าเงินเดือนไม่ถูกจ่ายจริง ลูกจ้างควรขอคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเก็บหลักฐานการสนทนาไว้ เพราะอาจเป็นประโยชน์หากต้องใช้สิทธิทางกฎหมายในภายหลัง
3. เก็บหลักฐานให้ครบ
ควรเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น
- สัญญาจ้างงาน
- สลิปเงินเดือน
- รายการเดินบัญชีธนาคาร
- ข้อความหรืออีเมลที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือน
- หนังสือแจ้งจากนายจ้าง (หากมี)
หลักฐานเหล่านี้จะช่วยยืนยันสิทธิของลูกจ้างได้
ลูกจ้างสามารถร้องเรียนได้หรือไม่
หากนายจ้างยังไม่จ่ายเงินเดือน หรือจ่ายล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องต่อ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือพนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย
พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจเรียกนายจ้างมาชี้แจง และมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระ หากพบว่าลูกจ้างมีสิทธิตามกฎหมาย
นายจ้างมีโทษหรือไม่
การไม่จ่ายค่าจ้างตามกำหนด หรือจ่ายไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด อาจทำให้นายจ้างต้องรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา โดยกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดบทลงโทษไว้สำหรับการฝ่าฝืนในหลายกรณี รวมถึงอาจถูกสั่งให้จ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย
ลูกจ้างลาออกเพราะไม่ได้รับเงินเดือน ได้หรือไม่
หากนายจ้างผิดนัดไม่จ่ายค่าจ้างซ้ำ ๆ หรือไม่จ่ายเป็นเวลานาน จนเป็นการผิดสัญญาจ้างและกระทบต่อการดำรงชีพของลูกจ้าง ลูกจ้างอาจใช้สิทธิตามกฎหมายในการเลิกสัญญาจ้าง และในบางกรณีอาจมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยหรือค่าเสียหาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละคดีและคำวินิจฉัยของหน่วยงานหรือศาลที่เกี่ยวข้อง
หากบริษัทอ้างว่าไม่มีเงินจ่าย จะไม่ผิดหรือไม่
ปัญหาทางการเงินของบริษัทไม่ได้ทำให้หน้าที่ในการจ่ายค่าจ้างหมดไป นายจ้างยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างตามกำหนด เว้นแต่จะมีเหตุหรือกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณี
สิทธิที่ลูกจ้างควรรู้
- มีสิทธิได้รับเงินเดือนตรงตามวันและเวลาที่ตกลงกัน
- มีสิทธิได้รับค่าจ้างครบถ้วนตามสัญญาจ้าง
- มีสิทธิร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานเมื่อไม่ได้รับค่าจ้าง
- มีสิทธิใช้หลักฐานเพื่อเรียกร้องสิทธิของตนตามกฎหมาย
- มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
การจ่ายเงินเดือนตรงเวลาไม่ใช่เพียงเรื่องของความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจ แต่เป็น หน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้าง หากนายจ้างไม่จ่ายเงินเดือน หรือจ่ายล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ลูกจ้างมีสิทธิสอบถาม ขอคำชี้แจง เก็บหลักฐาน และร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย การรู้สิทธิของตนเองจะช่วยให้ลูกจ้างสามารถปกป้องผลประโยชน์ของตนได้อย่างถูกต้อง และลดโอกาสที่จะถูกเอาเปรียบในการจ้างงาน
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
ยีนอ้วนมีจริงไหม? ทำไมบางคนกินเท่ากัน แต่อ้วนง่ายกว่า
เลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/69
เปิดแนวทางเลขเด็ด "อาจารย์หนู" งวดวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
6 อาหารอุ่นซ้ำ กลายเป็นสารพิษหรือมะเร็ง จริงหรือไม่
อาชีพข้าราชการไทยที่เงินเดือนเยอะที่สุด
10 เมนูแปลกๆ แดนอีสาน
7-11 สาขาแรกในประเทศไทย
ทำไมนักบินอวกาศหญิงต้องกินยาคุมกำเนิดแบบต่อเนื่อง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ



