ผู้สูงอายุมีอาการหลงผิดคือโรคจิตเภทหรือสมองเสื่อม
เวลาเราดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้าน พอท่านอายุมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนคงเคยเจอสถานการณ์ที่จู่ๆ ท่านก็เริ่มมีอาการแปลกไปจากเดิม อาการที่เจอบ่อยแล้วทำให้ลูกหลานตกใจคือการเริ่มมีความเชื่อฝังหัวในเรื่องที่ไม่จริง หรือที่เราเรียกกันว่าอาการหลงผิด บางทีก็หาว่ามีคนมาขโมยของในห้อง ทั้งที่ของยังวางอยู่ตรงหน้า หรือบางทีก็ระแวงว่าลูกหลานจะเอาหยูกยาพิษมาให้กิน หนักหน่อยก็อาจจะคิดว่าคู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมาหลายสิบปีแอบไปมีคนอื่น พอเจอแบบนี้คนดูแลก็มักจะเริ่มตั้งคำถามว่าอาการแบบนี้มันคืออะไรกันแน่ เป็นโรคจิตเภทแบบที่เคยได้ยินหรือเปล่า หรือว่าจริงๆ แล้วเป็นสัญญาณของโรคสมองเสื่อม
พอพูดถึงอาการหลงผิด คนจำนวนไม่น้อยก็มักจะนึกไปถึงโรคทางจิตเวชอย่างโรคจิตเภทก่อนเป็นอันดับแรก มุมมองฝั่งนี้มักจะเห็นว่าคนที่มีอาการระแวง ได้ยินเสียงคนมาคุยด้วย หรือเชื่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มักจะเข้าข่ายโรคจิตเภท ซึ่งโรคนี้มักจะเริ่มเป็นตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นหรือวัยทำงานตอนต้น แต่ก็มีข้อมูลอีกด้านที่บอกว่าผู้สูงอายุก็สามารถเริ่มมีอาการของโรคจิตเภทตอนอายุมากได้เหมือนกัน เพียงแต่จะพบได้น้อยกว่ามาก อาการมักจะเด่นไปที่ความหวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้าย หรือได้ยินเสียงแว่ว แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือความทรงจำของท่านมักจะยังดีอยู่ จำวันเวลาสถานที่ได้ จำหน้าลูกหลานได้ ใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างได้ปกติ เพียงแต่มีความคิดหลงผิดโผล่แทรกขึ้นมาเป็นพักๆ ทำให้ฝั่งที่มองว่าเป็นโรคจิตเภทเชื่อว่าการพาไปพบจิตแพทย์เพื่อปรับสารเคมีในสมองน่าจะเป็นทางออกที่ตรงจุด
ในมุมของคนที่ดูแลผู้สูงอายุมานาน หรือมีประสบการณ์กับโรคสมองเสื่อม มักจะมองต่างออกไป มุมมองฝั่งนี้จะเทน้ำหนักไปที่ภาวะสมองเสื่อมมากกว่า โดยเฉพาะโรคอัลไซเมอร์ อาการหลงผิดในผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีรากฐานมาจากการที่ความจำระยะสั้นเริ่มถดถอย พอท่านเอาของไปเก็บแล้วลืมว่าเก็บไว้ไหน สมองก็จะพยายามหาเหตุผลมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วจบลงด้วยการเชื่อว่ามีคนมาขโมยไป หรือบางทีลืมหน้าคนในครอบครัว ก็เลยคิดว่าเป็นคนแปลกหน้าปลอมตัวมาหลอกลวง คนที่มองในมุมนี้จะสังเกตเห็นว่านอกจากอาการหลงผิดแล้ว ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันร่วมด้วย เช่น หลงทิศทาง อาบน้ำแต่งตัวไม่เป็น หรือลืมวิธีกินข้าว ซึ่งเป็นการเสื่อมถอยของการทำงานของสมองโดยตรง การดูแลจึงต้องเน้นไปที่การประคับประคองและการจัดการสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยมากกว่า
คนที่อยู่ตรงกลาง หรือเพิ่งเคยเจอปัญหานี้เป็นครั้งแรก มักจะสับสนและทำตัวไม่ถูกเวลาที่ต้องรับมือกับความเกรี้ยวกราดหรือความหวาดระแวงของผู้ใหญ่ในบ้าน เพราะบางครั้งอาการมันก็คาบเกี่ยวกันจนแยกยาก บางวันท่านก็ดูจำทุกอย่างได้ดีแต่ก็ยังระแวง บางวันก็หลงลืมจนน่าตกใจ การจะตัดสินใจว่าจะพาท่านไปทางแผนกจิตเวชหรือแผนกระบบประสาทวิทยาดีก็กลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก บางครอบครัวอาจจะเริ่มจากการไปตรวจร่างกายทั่วไปก่อนเพื่อเช็กว่าไม่ได้มีอาการติดเชื้อที่ไหนซ่อนอยู่ เพราะบางทีแค่ทางเดินปัสสาวะอักเสบก็ทำให้ผู้สูงอายุมีอาการสับสนหลงผิดชั่วคราวได้เหมือนกัน พอรักษาการติดเชื้อหาย อาการทางจิตใจก็ดีขึ้นตามไปด้วย
มุมมองของคนที่พยายามหาเหตุผลมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวมักจะมีความหลากหลาย บางคนคิดว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงตามวัย เป็นเรื่องธรรมดาของคนแก่ที่มักจะหูแว่วตาฝาดไปเอง ปล่อยไว้อีกหน่อยก็คงจะดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอให้เสียเวลาและเสียเงิน บางคนกลับมีความกังวลอย่างมาก กลัวว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้ อาการจะรุนแรงจนถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรือคนรอบข้าง จึงพยายามผลักดันให้พาไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในครอบครัวแบบนี้บางทีก็สร้างความตึงเครียดให้กับการดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้นไปอีก การพูดคุยทำความเข้าใจกันในหมู่ญาติพี่น้องจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย
นอกจากเรื่องการตัดสินใจพาไปหาหมอแล้ว วิธีการดูแลในแต่ละวันก็เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ บางคนเชื่อว่าการพยายามอธิบายความจริงด้วยเหตุผลที่หนักแน่นจะช่วยดึงผู้สูงอายุกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้ พยายามเอาหลักฐานมายืนยันว่าไม่ได้มีใครมาขโมยของ หรือไม่ได้มีใครมาตามทำร้าย แต่คนที่เคยผ่านจุดนี้มาแล้วมักจะบอกเสียงเดียวกันว่ายิ่งเถียงก็ยิ่งแย่ ยิ่งเอาความจริงไปสู้ ผู้สูงอายุก็ยิ่งโกรธและรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ ฝั่งที่เน้นการดูแลแบบประคับประคองจิตใจจะแนะนำให้ใช้วิธีเออออตามน้ำไปก่อน รับฟังความกังวลของท่าน ทำให้ท่านรู้สึกว่ามีคนอยู่ข้างๆ และปลอดภัย จากนั้นค่อยใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ ชวนไปกินของอร่อย หรือชวนดูรายการทีวีโปรดแทน อาการหลงผิดหรือความหวาดระแวงก็จะค่อยๆ ทุเลาลงไปเองในจังหวะนั้น
การพยายามแยกแยะระหว่างอาการโรคจิตเภทที่เริ่มเป็นตอนแก่ กับภาวะสมองเสื่อมที่มีอาการหลงผิดร่วมด้วย คงไม่ใช่เรื่องที่เราจะมานั่งวินิจฉัยกันเองได้ง่ายๆ เพราะถึงแม้ว่าเราจะหาข้อมูลมามากแค่ไหน อาการที่แสดงออกในผู้ป่วยแต่ละคนก็มีความซับซ้อนและแตกต่างกันไป บางคนอาจจะมีทั้งสองภาวะร่วมกันเลยก็เป็นได้ การให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนประเมินและวางแผนการรักษาน่าจะเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับตัวผู้ป่วยและคนดูแลเอง
ประสบการณ์การดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการหลงผิดเป็นเรื่องที่ท้าทายความอดทนและความรักของคนในครอบครัวอย่างมาก การที่ต้องคอยรับมือกับอารมณ์ที่แปรปรวนและความเชื่อที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ทำให้คนดูแลหลายคนรู้สึกท้อแท้และหมดไฟ ใครที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ หรือเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้มาแล้ว มีวิธีรับมือหรือจัดการกับความรู้สึกของตัวเองและของผู้สูงอายุยังไงบ้าง ลองมาแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันดู เผื่อจะเป็นกำลังใจและเป็นแนวทางให้กับคนที่กำลังสับสนว่าจะพารักษาไปในทิศทางไหนดี
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
เจ้าของบ้านซื้อบ้านในควีนส์ นิวยอร์กเมื่อสามปีก่อน แต่หลังจากย้ายเข้ามาอยู่แล้วจึงพบว่าที่อยู่ของเขานั้นเหมือนกับ "บ้านของสไปเดอร์แมน" จากหนังสือการ์ตูน
5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69
งานหนังสือครั้งแรกของโลกจัดขึ้นที่ไหน? ย้อนกลับไปถึงแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อกว่า 500 ปีก่อน
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
“นายใน” คือใคร? เปิดเรื่องราวมหาดเล็กฝ่ายในชายในสมัยรัชกาลที่ 6
นักวิทยาศาสตร์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างไวรัสใหม่ 16 ชนิด "ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคดื้อยาได้" แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความเสี่ยงที่สำคัญ
เกมที่แพงที่สุดในโลกอาจไม่ใช่ GTA 6? เปิดตัวเลขมหาศาลของวงการเกม
ส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณ
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
แฟนบอลกว่า 2,000 คนแห่กันไปที่มาเดรา ประเทศโปรตุเกส ด้วยความเข้าใจผิดว่า คริสเตียโน โรนัลโด และ จอร์จินา โรดริเกซ จะเข้าพิธีแต่งงานกันที่มหาวิหารฟุงชาล
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก



