หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

MOSE กำแพงล่องหนใต้ทะเล ที่ช่วยปกป้องเวนิสจากน้ำท่วม

เขียนโดย dukedicknarak

 

MOSE กำแพงล่องหนใต้ทะเล ที่ช่วยปกป้องเวนิสจากน้ำท่วม

เวนิส ประเทศอิตาลี ไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงเพราะคลอง เรือกอนโดลา และอาคารเก่าแก่ริมสายน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่ต้องต่อสู้กับน้ำทะเลหนุนสูงมาอย่างยาวนาน เบื้องหลังความงดงามของเมืองแห่งสายน้ำ จึงมีโครงการวิศวกรรมขนาดยักษ์ชื่อว่า MOSE ซ่อนอยู่ใต้ทะเล เพื่อช่วยปกป้องเมืองจากภัยน้ำท่วมที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เวนิสคือหนึ่งในเมืองที่งดงามและมีเอกลักษณ์ที่สุดในโลก เมืองแห่งนี้ไม่ได้มีถนนคึกคักเหมือนเมืองใหญ่ทั่วไป แต่มีคลอง สะพาน เรือกอนโดลา และอาคารเก่าแก่ที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมสายน้ำ ราวกับภาพวาดที่มีชีวิต

ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวนี้เอง เวนิสจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลก และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของมนุษยชาติ

 

แต่เบื้องหลังความงดงามนั้น เวนิสต้องเผชิญกับศัตรูที่คุ้นเคยมานานหลายศตวรรษ นั่นคือปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงที่เรียกว่า อัควา อัลตา หรือ Acqua Alta ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า “น้ำสูง”

ปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำทะเลในทะเลเอเดรียติกสูงขึ้น ประกอบกับแรงลม พายุ และสภาพอากาศที่ผลักดันมวลน้ำเข้าสู่ทะเลสาบเวนิส เมื่อน้ำหนุนสูงมากพอ น้ำก็จะทะลักเข้าสู่ตัวเมือง ทำให้จัตุรัส ทางเดิน ร้านค้า บ้านเรือน และอาคารโบราณหลายแห่งจมอยู่ใต้น้ำชั่วคราว

น้ำท่วมที่นักท่องเที่ยวเห็น อาจไม่ใช่เรื่องสวยงามสำหรับคนในเมือง

สำหรับนักท่องเที่ยว ภาพน้ำท่วมจัตุรัสซานมาร์โกอาจดูแปลกตาและน่าจดจำ แต่สำหรับชาวเวนิสแล้ว นี่คือปัญหาที่สร้างความเสียหายจริง ทั้งต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และโบราณสถาน

อาคารเก่าแก่จำนวนมากในเมืองถูกสร้างขึ้นมานานหลายร้อยปี วัสดุอย่างหิน อิฐ ปูน และไม้ เมื่อถูกน้ำเค็มกัดกร่อนซ้ำ ๆ ย่อมเสื่อมสภาพลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่สำคัญ เวนิสไม่ได้เจอแค่น้ำท่วมแบบครั้งคราวเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญความเสี่ยงระยะยาวจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การทรุดตัวของพื้นที่ และสภาพอากาศรุนแรงที่อาจเกิดบ่อยขึ้นกว่าเดิม เมืองที่เคยอยู่ร่วมกับน้ำอย่างงดงาม จึงต้องหาวิธีอยู่รอดกับน้ำให้ได้เช่นกัน

MOSE คืออะไร ทำไมจึงถูกเรียกว่า “กำแพงล่องหน”

ด้วยเหตุนี้ อิตาลีจึงพัฒนาโครงการวิศวกรรมขนาดมหึมาที่ชื่อว่า MOSE หรือชื่อเต็มในภาษาอิตาลีว่า Modulo Sperimentale Elettromeccanico เพื่อปกป้องเวนิสและทะเลสาบเวนิสจากน้ำทะเลหนุนสูง

ระบบนี้มักถูกเปรียบว่าเป็น กำแพงล่องหน เพราะในเวลาปกติ แทบไม่มีใครมองเห็นมันเลย ประตูเหล็กขนาดยักษ์ทั้งหมดถูกติดตั้งซ่อนอยู่ใต้พื้นทะเล บริเวณช่องทางน้ำสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลสาบเวนิสกับทะเลเอเดรียติก

จุดเด่นของ MOSE คือมันไม่ใช่กำแพงถาวรที่ตั้งขวางทัศนียภาพของเมืองตลอดเวลา แต่เป็นระบบป้องกันที่ “นอนเงียบ” อยู่ใต้ทะเล และจะทำงานเฉพาะเมื่อมีความเสี่ยงว่าน้ำทะเลจะหนุนสูงจนกระทบเมือง

ประตูเหล็ก 78 บาน ที่คอยเฝ้าเมืองเวนิส

หัวใจของระบบ MOSE คือประตูเหล็กกล้าขนาดมหึมาจำนวน 78 บาน ติดตั้งอยู่บริเวณช่องทางน้ำเข้าออกหลักของทะเลสาบเวนิส ได้แก่ Lido, Malamocco และ Chioggia

ในสภาวะปกติ ประตูเหล่านี้จะนอนจมอยู่ใต้ทะเลอย่างสงบนิ่ง เรือยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ น้ำทะเลยังไหลเวียนเข้าออกทะเลสาบได้ และระบบนิเวศของพื้นที่ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่ถูกปิดกั้นตลอดเวลา

นี่คือความพิเศษของ MOSE เพราะมันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกำแพงถาวร แต่เป็นระบบป้องกันที่พร้อมทำงานเฉพาะเมื่อภัยน้ำสูงกำลังจะมาถึง

เมื่อมีการพยากรณ์ว่าระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นจนเสี่ยงต่อการท่วมเมือง เจ้าหน้าที่จะเริ่มกระบวนการยกประตูขึ้น โดยสูบอากาศอัดเข้าไปภายในประตูเหล็กที่มีลักษณะกลวงอยู่ด้านใน

เมื่ออากาศเข้าไปแทนที่น้ำ ประตูก็จะค่อย ๆ ลอยตัวขึ้นจากพื้นทะเล หมุนตัวตั้งขึ้น และเรียงตัวกลายเป็นแนวกำแพงเหล็กขนาดใหญ่ กั้นน้ำจากทะเลเอเดรียติกไม่ให้ไหลทะลักเข้าสู่ทะเลสาบเวนิส

เมื่อสถานการณ์น้ำสูงผ่านพ้นไป ประตูก็จะถูกปล่อยให้น้ำกลับเข้าไปภายในอีกครั้ง ก่อนจะจมลงสู่พื้นทะเลเหมือนเดิม

ภาพการทำงานของ MOSE จึงคล้ายกับเมืองเวนิสมีโล่ป้องกันขนาดยักษ์ซ่อนอยู่ใต้ทะเลตลอดเวลา ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสและน้ำสงบ ไม่มีใครเห็นมัน ไม่มีใครรู้สึกว่ามันอยู่ตรงนั้น แต่เมื่อพายุและน้ำหนุนเริ่มคุกคาม ประตูเหล็กเหล่านี้ก็จะตื่นขึ้นจากใต้ทะเล

ทำไมไม่สร้างกำแพงถาวรไปเลย

ความสำคัญของ MOSE ไม่ได้อยู่ที่ขนาดอันใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่แนวคิดในการประนีประนอมระหว่างการปกป้องเมืองกับการรักษาธรรมชาติและทัศนียภาพของเวนิส

หากสร้างกำแพงถาวรขวางทะเลสาบทั้งหมด เมืองอาจปลอดภัยขึ้นในแง่หนึ่ง แต่ก็อาจกระทบต่อการเดินเรือ ระบบนิเวศ การไหลเวียนของน้ำ และความงดงามทางภูมิทัศน์อย่างรุนแรง

ระบบ MOSE จึงเป็นทางเลือกที่ซับซ้อนกว่า แต่ยืดหยุ่นกว่า เพราะมันทำงานเฉพาะเวลาจำเป็นเท่านั้น ในเวลาปกติ เมืองยังคงเป็นเมืองแห่งสายน้ำ เรือยังคงแล่นเข้าออก และทะเลสาบยังคงหายใจตามจังหวะของธรรมชาติ

สิ่งนี้ทำให้ MOSE ไม่ได้เป็นแค่เครื่องจักร แต่เป็นตัวอย่างของคำถามสำคัญในโลกสมัยใหม่ว่า เมืองประวัติศาสตร์ควรปรับตัวอย่างไร เมื่อธรรมชาติเริ่มเปลี่ยนไปเร็วกว่าเดิม

วิศวกรรมยักษ์ที่ไม่ง่าย และไม่ใช่คำตอบสมบูรณ์แบบ

อย่างไรก็ตาม โครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย MOSE ใช้เวลาพัฒนายาวนาน มีทั้งความท้าทายทางวิศวกรรม งบประมาณ การก่อสร้าง และการดูแลรักษาระบบใต้ทะเลที่ต้องเผชิญทั้งน้ำเค็ม แรงดัน กระแสน้ำ และตะกอน

การยกประตูแต่ละครั้งยังต้องอาศัยการพยากรณ์ระดับน้ำ การตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ และการจัดการผลกระทบต่อการเดินเรือ รวมถึงการไหลเวียนของน้ำในทะเลสาบ

ดังนั้น MOSE จึงอาจไม่ใช่คำตอบสมบูรณ์แบบสำหรับทุกปัญหาของเวนิส แต่เป็นหนึ่งในความพยายามที่ชัดเจนที่สุดในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเข้ามาช่วยปกป้องมรดกทางประวัติศาสตร์ที่เปราะบาง

สำหรับเวนิส MOSE ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างเหล็กกล้า แต่มันคือสัญลักษณ์ของการต่อสู้ระหว่างเมืองเก่าแก่กับภัยธรรมชาติสมัยใหม่

เมืองที่เคยรุ่งเรืองจากการค้า การเดินเรือ และวัฒนธรรมทางทะเล วันนี้กลับต้องใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยมาช่วยรับมือกับน้ำทะเลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเมืองแห่งนี้

บทเรียนจากเวนิส ถึงเมืองชายฝั่งทั่วโลก

เมืองชายฝั่งหลายแห่งทั่วโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น พายุที่รุนแรงขึ้น และน้ำท่วมที่เกิดบ่อยขึ้น เวนิสจึงเป็นเหมือนตัวอย่างสำคัญของเมืองประวัติศาสตร์ที่ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

บทเรียนสำคัญจาก MOSE คือ การป้องกันน้ำท่วมไม่ได้มีแค่การสร้างกำแพงให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ต้องคิดถึงระบบนิเวศ การเดินทาง เศรษฐกิจ ผู้คน และตัวตนของเมืองไปพร้อมกัน

สำหรับคนไทย เรื่องนี้อาจดูไกลตัว แต่เมืองชายฝั่งและพื้นที่ลุ่มต่ำหลายแห่งก็มีโจทย์คล้ายกัน นั่นคือจะอยู่ร่วมกับน้ำอย่างไร โดยไม่ปล่อยให้เมือง บ้านเรือน และมรดกทางวัฒนธรรมถูกกัดเซาะไปทีละน้อย

ท้ายที่สุด ความงดงามของเวนิสไม่ได้อยู่เพียงในคลอง เรือกอนโดลา หรืออาคารโบราณริมสายน้ำเท่านั้น แต่อยู่ในเรื่องราวของการดิ้นรนเพื่อรักษาตัวตนของเมืองเอาไว้

ใต้ผืนน้ำที่นักท่องเที่ยวมองไม่เห็น มีประตูเหล็กยักษ์นับสิบกำลังรอทำหน้าที่อย่างเงียบงัน เพื่อให้เวนิส เมืองแห่งสายน้ำ ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามต่อไปในโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่หยุดยั้ง

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 54 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมเลือดเป็นสีแดง แต่เส้นเลือดที่แขนดูเป็นสีฟ้าAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569ทำไมเราถึงมีนิ้วก้อย ทั้งที่แทบไม่ได้ใช้งานหนักเหมือนนิ้วอื่น10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุดมีเงิน 1 ล้านบาท ใช้ได้นานจริงแค่ไหน? ตัวเลขอาจสั้นกว่าที่คิดเชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุดปลาที่เดินบนบกได้ อยู่ได้นานกว่าปลาทั่วไป เพราะอะไร?3 เมนูอาหารไทยยอดฮิต ที่ชาวอเมริกันมักสั่งซ้ำ7 เรื่องเงินที่โรงเรียนไม่เคยสอน แต่ควรรู้ก่อนอายุ 25ผักสวนครัว 10 ชนิด ปลูกติดบ้านไว้ ใช้กินได้บ่อย ประหยัดได้ทุกวัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ปลาที่เดินบนบกได้ อยู่ได้นานกว่าปลาทั่วไป เพราะอะไร?ทำไมเลือดเป็นสีแดง แต่เส้นเลือดที่แขนดูเป็นสีฟ้าทำไมเราถึงมีนิ้วก้อย ทั้งที่แทบไม่ได้ใช้งานหนักเหมือนนิ้วอื่น7 เรื่องเงินที่โรงเรียนไม่เคยสอน แต่ควรรู้ก่อนอายุ 25
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทึ่งทั่วโลก
ทางเดินกระดูกวาฬกลางเกาะร้าง ปริศนาเก่าแก่แห่งโลกอาร์กติกGreat Ziggurat of Ur มหาซิกกูแรตแห่งอูร์ วิหารขั้นบันไดอายุกว่า 4,000 ปีวัดเขาตะแบก ศรีราชา เส้นทางสายบุญพร้อมสกายวอล์คชมวิวชลบุรีทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม? วิวัฒนาการเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนเกมกอล์ฟไปตลอดกาล
ตั้งกระทู้ใหม่