หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“กินคาวไม่กินหวาน” ทำไมถึงถูกมองว่า “สันดานไพร่”

เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด

เมื่อของหวานไม่ได้เป็นแค่ของกิน แต่เป็นสัญลักษณ์ของชนชั้น

“กินคาวไม่กินหวาน สันดานไพร่” เป็นสำนวนไทยเก่าที่หลายคนเคยได้ยิน แต่เบื้องหลังคำพูดนี้ไม่ได้เกี่ยวกับนิสัยของคนกินอาหารเพียงอย่างเดียว หากสะท้อนค่านิยมเรื่องชนชั้น ฐานะ และมารยาทบนโต๊ะอาหารในสังคมไทยสมัยก่อน

ในอดีต การรับประทานอาหารไม่ได้มีเพียงเป้าหมายเพื่อให้อิ่ม แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงฐานะและการอบรมทางสังคม สำรับอาหารของผู้มีฐานะมักจัดอย่างเป็นลำดับ เริ่มจากอาหารคาว แล้วปิดท้ายด้วยของหวานหรือผลไม้ การกินของหวานหลังอาหารจึงถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ความเรียบร้อย” และ “ความมีรสนิยม”

เหตุผลสำคัญคือ น้ำตาลเคยเป็นของราคาแพง ก่อนที่การผลิตน้ำตาลจะพัฒนาเป็นอุตสาหกรรม น้ำตาลทรายต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากและมีต้นทุนสูง ทำให้ในหลายยุคหลายสมัย น้ำตาลถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย คนทั่วไปไม่ได้มีโอกาสใช้ในปริมาณมากเหมือนปัจจุบัน

ดังนั้น ขนมหวานที่ใช้น้ำตาลจำนวนมาก เช่น ขนมที่ทำจากไข่ แป้ง และน้ำตาล จึงมักปรากฏในบ้านผู้มีฐานะ งานพิธี หรือราชสำนัก ขนมอย่างทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง หรือขนมประณีตต่าง ๆ ไม่ได้เป็นเพียงอาหาร แต่เป็นสิ่งที่แสดงถึงทรัพยากร ความมั่งคั่ง และฝีมือของผู้จัดทำ

ขณะที่ชาวบ้านทั่วไป แม้จะมีของหวานรับประทาน แต่ส่วนใหญ่มักใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่าย เช่น กล้วย มะพร้าว น้ำตาลโตนด น้ำตาลมะพร้าว หรือผลไม้ตามฤดูกาล จึงเป็นของหวานแบบพื้นบ้าน ไม่ใช่ขนมที่แสดงฐานะในงานเลี้ยง

คำว่า “ไพร่” ในสำนวนนี้จึงสะท้อนระบบความคิดแบบสังคมศักดินา ที่เคยมองว่าชนชั้นสูงมีแบบแผนการกินที่ละเอียดกว่า ส่วนคนสามัญถูกมองว่าไม่มีพิธีรีตอง เช่น กินเพียงให้อิ่มแล้วจบมื้ออาหาร

อย่างไรก็ตาม สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่กินของหวานเป็นคนไม่มีมารยาทหรือมีนิสัยต่ำ ปัจจุบันความเข้าใจเรื่องโภชนาการเปลี่ยนไป หลายคนเลือกหลีกเลี่ยงของหวานเพราะดูแลสุขภาพ ควบคุมน้ำตาล หรือป้องกันโรคต่าง ๆ

จากอดีตที่ “ของหวาน” เคยเป็นเครื่องหมายของความร่ำรวย วันนี้ของหวานบางชนิดกลับกลายเป็นสินค้าราคาแพงในร้านหรู ขณะเดียวกันน้ำตาลที่เคยเป็นของหายากกลับกลายเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป

สำนวน “กินคาวไม่กินหวาน สันดานไพร่” จึงเป็นหน้าต่างบานหนึ่งที่ทำให้เราเห็นว่า อาหารไม่เคยเป็นเพียงเรื่องของรสชาติ แต่ยังสะท้อนประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และโครงสร้างชนชั้นของสังคมในแต่ละยุคสมัย

เนื้อหาโดย: หนูอยากเป็นเศรษฐี
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เศรษฐีนี สวย รวย โสด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5,961 ครั้ง
เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด
ชอบอ่าน ชอบเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
21 VOTES (4.2/5 จาก 5 คน)
VOTED: guaytiawsensak, แสร์, llHackll, pakpranang, หนูอยากเป็นเศรษฐี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อยเปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรืองความลับก้นขวดไวน์ ทำไมต้องมีรอยบุ๋ม10 วัดน่าเที่ยวถวายเทียนพรรษา อยุธยาสุดขอบจักรวาล มีอยู่จริงไหม?ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก7 วิธีคิดเลขแบบคนเล่นหวยมานานที่มือใหม่ควรรู้ เซียนหวยเก๋าเกมเขาเลือกตัวเลขกันอย่างไร?10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำอาหารของชาวไวกิ้ง พวกเขากินอะไรกัน?ประเทศที่มีคนติดคุกเยอะที่สุดในโลก?ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกความลับก้นขวดไวน์ ทำไมต้องมีรอยบุ๋มสุดขอบจักรวาล มีอยู่จริงไหม?5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอดชวนลองมาดูกันอีกกับการเปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ ด้วยภาพถ่ายหาดูยากที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน (ชุดที่ 7)ประเทศที่มีคนติดคุกเยอะที่สุดในโลก?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เมื่อ "เกลือ" ไม่ได้อยู่แค่ในครัว: เจาะลึกความเค็มในธรรมชาติที่กินไม่ได้ แต่ขับเคลื่อนโลกหมาใน นักล่าผู้ถูกเข้าใจผิด: ความจริงที่หลายคนไม่เคยรู้เกี่ยวกับผู้พิทักษ์ผืนป่าประเทศที่มีคนติดคุกเยอะที่สุดในโลก?ทำไมถึงไม่ควรกินอาหารที่ห้องไอซียู
ตั้งกระทู้ใหม่