กุ้งเครย์ฟิช หรือจะเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์หน้าใหม่ที่จะมาชิงตำแหน่งของแซ่บแทนรุ่นพี่ตั๊กแตนปาทังก้า
หากย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน "ตั๊กแตนปาทังก้า" เคยเป็นศัตรูพืชที่สร้างความหวาดหวั่นให้กับเกษตรกรไทย การระบาดเป็นฝูงสามารถกัดกินพืชผลทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องราวกลับพลิกผัน เพราะคนไทยค้นพบว่าตั๊กแตนชนิดนี้สามารถนำมาปรุงอาหารได้ ทั้งทอด คั่ว หรือคั่วเกลือ
จนเกิดการจับขายอย่างแพร่หลาย จากศัตรูพืช ตั๊กแตนปาทังก้ากลายเป็นเมนูยอดนิยม และการระบาดครั้งใหญ่ก็แทบไม่ปรากฏให้เห็นอีกในประเทศไทย
วันนี้ หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า กุ้งเครย์ฟิชจะเดินตามรอยเดียวกันหรือไม่
กุ้งเครย์ฟิชเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ได้รับความนิยมทั้งในฐานะสัตว์สวยงามและอาหาร เนื้อมีรสชาติดี ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกุ้งน้ำจืดหลายชนิด จึงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อย อย่างไรก็ตาม หากมีการปล่อยลงสู่ธรรมชาติและสามารถตั้งประชากรได้สำเร็จ มันก็อาจกลายเป็นชนิดพันธุ์รุกรานที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำ
คำถามคือ วันนี้กุ้งเครย์ฟิชแพร่ระบาด คนไทยจะจัดการกับมันด้วยวิธีเดียวกับตั๊กแตนปาทังก้าหรือไม่
หากมองจากพฤติกรรมของสังคมไทย คำตอบอาจเป็น "มีความเป็นไปได้" เพราะคนไทยมีประวัติเปลี่ยนศัตรูพืชหรือสัตว์ที่มีจำนวนมากให้กลายเป็นอาหารอยู่หลายครั้ง เมื่อสัตว์ชนิดใดกินได้ อร่อย และขายได้ ก็มักมีแรงจูงใจให้ประชาชนช่วยกันจับ ทั้งเพื่อบริโภคและสร้างรายได้
ยิ่งกุ้งเครย์ฟิชเป็นวัตถุดิบที่มีราคาสูงกว่าตั๊กแตนปาทังก้าเสียอีก หากเกิดการระบาดในระดับที่จับได้ง่าย อาจมีผู้ประกอบการ ร้านอาหาร หรือชาวบ้านออกจับกันอย่างจริงจัง จนเกิดตลาดรองรับเหมือนที่เคยเกิดกับตั๊กแตนปาทังก้า
แต่ในอีกมุมหนึ่ง กุ้งเครย์ฟิชอาจไม่ได้มีจุดจบแบบเดียวกัน
สาเหตุสำคัญคือถิ่นอาศัยของทั้งสองชนิดแตกต่างกัน ตั๊กแตนปาทังก้าอาศัยอยู่บนบกและมักรวมฝูงให้เห็นเด่นชัด จึงจับได้ง่ายเมื่อเกิดการระบาด ขณะที่กุ้งเครย์ฟิชอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ หลบซ่อนตามโพรง ใต้ซากไม้ หรือพืชน้ำ การจับต้องใช้เครื่องมือ เวลา และแรงงานมากกว่า อีกทั้งยังสามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้แม้ถูกจับออกจากพื้นที่บางส่วน
นอกจากนี้ การที่กุ้งเครย์ฟิชมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ยังอาจเกิดผลลัพธ์ที่ย้อนแย้ง หากความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น อาจมีผู้คนตั้งใจเพาะเลี้ยงมากขึ้น ซึ่งหากการจัดการไม่รัดกุม ก็อาจเพิ่มโอกาสที่กุ้งจะหลุดลงสู่ธรรมชาติอีก ทำให้การแพร่กระจายดำเนินต่อไป
ดังนั้น หากถามว่า "คนไทยจะจับกุ้งเครย์ฟิชกินจนหมดเหมือนตั๊กแตนปาทังก้าหรือไม่" คำตอบคือ มีโอกาส แต่ไม่น่าจะง่ายถึงขนาดนั้น
แรงจูงใจในการจับมีอยู่จริง เพราะทั้งอร่อยและมีราคา แต่ความสามารถในการจับให้ทันอัตราการขยายพันธุ์ รวมถึงลักษณะการใช้ชีวิตของกุ้งเครย์ฟิช อาจทำให้การควบคุมประชากรด้วยการบริโภคเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
สุดท้ายแล้ว อนาคตของกุ้งเครย์ฟิชอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคนไทยชอบกินมันมากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราจะสามารถป้องกันการหลุดรอดและควบคุมการแพร่กระจายได้ตั้งแต่วันนี้หรือไม่ เพราะหากปล่อยให้มันตั้งประชากรได้อย่างมั่นคง การจับมากินอาจช่วยลดจำนวนได้เพียงบางส่วน แต่ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะยุติการระบาดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับตั๊กแตนปาทังก้า
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
ถ้าย้อนเวลาได้ เรื่องเดียวที่ ณเดชน์ รู้สึกพลาด
งวดที่ 1 สิงหาคม 69 ราศีไหนจะได้เป็นเศรษฐี
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
นะโมตัสสะแปลว่าอะไร?
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
รดน้ำต้นไม้เวลาไหนดี
คำฮิตติดปาก "ว่าแล้วเชียว" ตกลงเป็นคำอุทาน หรือคำด่ากันแน่?
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
กินข้าวดึกแค่ไหน เสี่ยงอ้วนขึ้นจริงไหม
"ถนนทาเตยามะคุโรเบะ" มหัศจรรย์กำแพงหิมะตระหง่าน บนเทือกเขาเจแปนแอลป์แห่งญี่ปุ่น








