อยากเป็นทนายความต้องเริ่มจากตรงไหน? ค่าเรียน การสอบ และรายได้ที่ควรรู้ก่อนเลือกสายกฎหมาย
ทนายความต้องสอบอะไรบ้าง? เปิดเส้นทางเรียนกฎหมาย ค่าเรียน และรายได้โดยประมาณ
อาชีพ ทนายความ เป็นหนึ่งในวิชาชีพสำคัญของกระบวนการยุติธรรม ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เป็นตัวแทนว่าความในศาล และช่วยคุ้มครองสิทธิของประชาชนในหลายสถานการณ์ ตั้งแต่คดีครอบครัว คดีแพ่ง คดีอาญา ไปจนถึงคดีธุรกิจ
แม้จะเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความรู้ ความรับผิดชอบ และต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นสายอาชีพที่มีโอกาสสร้างรายได้ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทต่อเดือน หากมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และได้รับความไว้วางใจจากลูกความ
สำหรับคนที่กำลังสนใจเส้นทางนี้ บทความนี้จะพาไปรู้จักตั้งแต่การเรียน ค่าใช้จ่าย การสอบใบอนุญาตทนายความ ไปจนถึงรายได้โดยประมาณของอาชีพนี้
ทนายความต้องเรียนอะไร?
ผู้ที่ต้องการเป็นทนายความ โดยทั่วไปต้องสำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ (LL.B.) ใช้เวลาเรียนประมาณ 4 ปี
ระหว่างเรียนจะศึกษาวิชากฎหมายพื้นฐานและกฎหมายเฉพาะด้าน เช่น
-
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
-
กฎหมายอาญา
-
กฎหมายรัฐธรรมนูญ
-
กฎหมายปกครอง
-
กฎหมายแรงงาน
-
กฎหมายภาษีอากร
-
กฎหมายธุรกิจ
-
กฎหมายระหว่างประเทศ
-
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา
สิ่งที่หลายคนควรรู้คือ การเรียนนิติศาสตร์ไม่ได้มีแค่การท่องจำตัวบทกฎหมาย แต่ยังต้องฝึกอ่าน วิเคราะห์ ตีความ และเชื่อมโยงข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมายให้เป็นระบบ เพราะการทำงานจริงของทนายความต้องใช้ทั้งความแม่นยำและการสื่อสารที่ชัดเจน
ค่าเรียนคณะนิติศาสตร์
ค่าเล่าเรียนจะแตกต่างกันตามประเภทของมหาวิทยาลัย หลักสูตร และเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน โดยตัวเลขต่อไปนี้เป็นเพียงค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
มหาวิทยาลัยของรัฐ
-
ค่าเทอมประมาณ 10,000–30,000 บาทต่อภาคการศึกษา
-
ปีละประมาณ 20,000–60,000 บาท
-
รวมตลอดหลักสูตรประมาณ 80,000–240,000 บาท
มหาวิทยาลัยเอกชน
-
ค่าเทอมประมาณ 35,000–80,000 บาทต่อภาคการศึกษา
-
ปีละประมาณ 70,000–160,000 บาท
-
รวมตลอดหลักสูตรประมาณ 280,000–640,000 บาท
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรเตรียมไว้
นอกจากค่าเทอมแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ผู้เรียนกฎหมายมักต้องเจอ เช่น
-
หนังสือกฎหมาย 3,000–10,000 บาทต่อปี
-
ค่าเอกสารและอุปกรณ์ 2,000–5,000 บาทต่อปี
-
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมวิชาว่าความประมาณ 10,000–20,000 บาท
บางคนอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น คอร์สติวสอบ หนังสืออ่านเสริม ค่าพิมพ์เอกสาร ค่าฝึกงาน หรือค่าเดินทางไปอบรมและสอบ ดังนั้นก่อนเลือกเรียนควรวางแผนค่าใช้จ่ายให้ครบทั้งช่วงเรียนและช่วงเตรียมเข้าสู่วิชาชีพ
เรียนจบนิติศาสตร์แล้วเป็นทนายได้เลยไหม?
จุดนี้เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิด เพราะการเรียนจบปริญญาตรีนิติศาสตร์ ยังไม่สามารถเป็นทนายความและว่าความในศาลได้ทันที
หลังเรียนจบ ผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพทนายความต้องเข้าสู่กระบวนการตามหลักเกณฑ์ของสภาทนายความ เพื่อขอรับใบอนุญาตว่าความ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ตั๋วทนาย
เรียนจบแล้ว ต้องสอบอะไรบ้าง?
หลังจบปริญญาตรีนิติศาสตร์ เส้นทางหลักของการเป็นทนายความมีขั้นตอนสำคัญดังนี้
1. อบรมวิชาว่าความ
ผู้สมัครต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตรวิชาว่าความของสภาทนายความ เพื่อเรียนรู้การทำงานจริงของวิชาชีพ เช่น
-
การร่างคำฟ้อง
-
การร่างคำให้การ
-
การเตรียมเอกสารคดี
-
การดำเนินคดีในศาล
-
มารยาทและจรรยาบรรณของทนายความ
-
การทำงานร่วมกับลูกความอย่างเหมาะสม
การอบรมส่วนนี้สำคัญมาก เพราะช่วยเชื่อมความรู้จากห้องเรียนเข้ากับการทำงานจริง ซึ่งมีทั้งเอกสาร ขั้นตอน เวลา และความรับผิดชอบต่อสิทธิของผู้อื่น
2. สอบเพื่อขอรับใบอนุญาตทนายความ
เมื่อผ่านการอบรมแล้ว จะต้องสอบตามหลักเกณฑ์ของสภาทนายความ หากสอบผ่านจึงจะได้รับ ใบอนุญาตว่าความ และสามารถประกอบอาชีพทนายความได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ใบอนุญาตนี้เป็นด่านสำคัญสำหรับคนที่ต้องการว่าความในศาล เพราะเป็นหลักฐานแสดงว่าผ่านการอบรมและผ่านการประเมินตามเกณฑ์วิชาชีพแล้ว
3. หากต้องการเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการ
หากไม่ได้หยุดเพียงการเป็นทนายความ แต่ต้องการเข้าสู่เส้นทางผู้พิพากษาหรืออัยการ ต้องสอบเพิ่มเติม ได้แก่
-
สอบเนติบัณฑิตไทย
-
สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา
-
สอบอัยการผู้ช่วย
สนามสอบเหล่านี้มีการแข่งขันสูงมาก ต้องใช้เวลาสะสมความรู้และเตรียมตัวอย่างจริงจัง บางคนใช้เวลาหลายปีในการอ่านหนังสือและสอบซ้ำกว่าจะผ่าน
ทนายความมีรายได้เท่าไหร่?
รายได้ของทนายความขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประสบการณ์ ความสามารถ ชื่อเสียง ประเภทของคดี จำนวนลูกความ พื้นที่ทำงาน และรูปแบบการทำงานว่าเป็นพนักงานประจำ ทนายอิสระ หรือเจ้าของสำนักงานกฎหมาย
ทนายความจบใหม่
-
รายได้ประมาณ 15,000–25,000 บาทต่อเดือน
ช่วงแรกมักเป็นช่วงเก็บประสบการณ์ เรียนรู้งานเอกสาร การติดต่อศาล การพบลูกความ และการทำงานร่วมกับทนายรุ่นพี่
ทนายความมีประสบการณ์ 3–5 ปี
-
รายได้ประมาณ 30,000–60,000 บาทต่อเดือน
เมื่อเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น สามารถรับผิดชอบคดีได้มากขึ้น รายได้ก็อาจเพิ่มขึ้นตามความสามารถและความไว้วางใจจากลูกความ
ทนายความอาวุโส
-
รายได้ประมาณ 60,000–120,000 บาทต่อเดือน
กลุ่มนี้มักมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีประสบการณ์ว่าความ หรือมีฐานลูกความที่ต่อเนื่อง
หุ้นส่วนสำนักงานกฎหมาย หรือเจ้าของสำนักงาน
-
รายได้ประมาณ 150,000–500,000 บาทต่อเดือน
รายได้ในระดับนี้มักขึ้นอยู่กับจำนวนคดี ประเภทลูกความ ทีมงาน และความสามารถในการบริหารสำนักงานกฎหมาย
ทนายความชื่อดังหรือรับคดีธุรกิจขนาดใหญ่
-
รายได้อาจสูงกว่า 1,000,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนคดีและค่าดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม รายได้ระดับสูงไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังเรียนจบ ต้องอาศัยเวลา ประสบการณ์ ชื่อเสียง ความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง
ค่าจ้างทนายความต่อคดี
นอกจากเงินเดือนแล้ว ทนายความยังอาจมีรายได้จากการรับว่าความหรือให้บริการทางกฎหมายเป็นรายครั้ง เช่น
-
ปรึกษากฎหมาย 500–3,000 บาทต่อครั้ง
-
ร่างสัญญา 3,000–20,000 บาท
-
คดีแพ่งทั่วไป 20,000–100,000 บาทต่อคดี
-
คดีอาญาทั่วไป 30,000–150,000 บาทต่อคดี
-
คดีธุรกิจหรือคดีมูลค่าสูง 100,000–1,000,000 บาทขึ้นไป
ค่าจ้างจริงอาจแตกต่างกันมากตามความซับซ้อนของคดี ระยะเวลาในการดำเนินการ จำนวนชั้นศาล ค่าเดินทาง ค่าเอกสาร และข้อตกลงระหว่างทนายความกับลูกความ ดังนั้นทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับงานควรตกลงรายละเอียดให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
ทักษะที่จำเป็นของทนายความ
นอกจากความรู้ด้านกฎหมายแล้ว ทนายความควรมีทักษะหลายด้านประกอบกัน เช่น
-
วิเคราะห์ข้อกฎหมายได้แม่นยำ
-
มีเหตุผลและคิดอย่างเป็นระบบ
-
พูดและสื่อสารได้ดี
-
เขียนเอกสารทางกฎหมายได้ชัดเจน
-
เจรจาต่อรองอย่างมีประสิทธิภาพ
-
มีความละเอียดรอบคอบ
-
รักษาความลับของลูกความ
-
ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ
-
สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้
งานทนายความไม่ใช่แค่การพูดในศาล แต่ยังรวมถึงการฟังปัญหาอย่างรอบคอบ ตรวจเอกสารจำนวนมาก วางกลยุทธ์คดี และอธิบายเรื่องยากให้ลูกความเข้าใจได้ง่าย
โอกาสในการทำงาน
ผู้ที่จบนิติศาสตร์และได้รับใบอนุญาตทนายความ สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย เช่น
-
ทนายความอิสระ
-
สำนักงานกฎหมาย
-
ที่ปรึกษากฎหมายบริษัทเอกชน
-
นิติกรในหน่วยงานราชการ
-
ฝ่ายกฎหมายของธนาคาร
-
บริษัทประกันภัย
-
รัฐวิสาหกิจ
-
เปิดสำนักงานกฎหมายของตนเอง
นอกจากนี้ ความรู้ด้านกฎหมายยังสามารถต่อยอดไปสู่งานอื่นได้ เช่น งานสัญญา งานคอมพลายแอนซ์ งานทรัพย์สินทางปัญญา งานกฎหมายแรงงาน งานภาษี หรืองานที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลภายในองค์กร
ก่อนเลือกเรียนกฎหมาย ควรรู้อะไรบ้าง?
คนที่สนใจเป็นทนายความควรถามตัวเองให้ชัดว่า ชอบอ่าน ชอบวิเคราะห์ และพร้อมทำงานกับรายละเอียดจำนวนมากหรือไม่ เพราะสายกฎหมายต้องใช้ความอดทนสูง ทั้งตอนเรียน ตอนสอบ และตอนทำงานจริง
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ รายได้ของทนายความไม่ได้เท่ากันทุกคน บางคนเริ่มจากเงินเดือนระดับจบใหม่ทั่วไป แล้วค่อย ๆ เติบโตตามประสบการณ์ ขณะที่บางคนอาจเลือกทำงานประจำในองค์กรเพื่อความมั่นคง ก่อนต่อยอดไปเป็นทนายอิสระหรือเปิดสำนักงานของตนเองในอนาคต
สรุป
การเป็นทนายความต้องเริ่มจากการเรียน คณะนิติศาสตร์ ประมาณ 4 ปี จากนั้นต้องผ่านการอบรมวิชาว่าความและสอบเพื่อรับใบอนุญาตทนายความ ก่อนจึงจะสามารถว่าความในศาลได้
ค่าเรียนตลอดหลักสูตรอยู่ที่ประมาณ 80,000–240,000 บาท สำหรับมหาวิทยาลัยของรัฐ และประมาณ 280,000–640,000 บาท สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน โดยยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้านหนังสือ เอกสาร การอบรม และการเตรียมสอบ
ในด้านรายได้ ทนายความจบใหม่มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 15,000–25,000 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีประสบการณ์สามารถมีรายได้ประมาณ 30,000–120,000 บาทต่อเดือน ขณะที่เจ้าของสำนักงานกฎหมายหรือทนายความที่รับคดีสำคัญอาจมีรายได้ตั้งแต่ 150,000 บาทไปจนถึงมากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน
อาชีพทนายความจึงเป็นเส้นทางที่มีโอกาสเติบโตและสร้างรายได้สูง แต่ต้องแลกกับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ความละเอียดรอบคอบ ความรับผิดชอบต่อคดี และความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ หากเตรียมตัวดีและพัฒนาความเชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นอาชีพที่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เจ๊เขียว โชคดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 3 ตัว 2 ชุด และเลข 2 ตัว 6 ชุด
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลัก
หนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3
มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
เปิด 5 สาขาที่เด็กไทยสมัครมากที่สุด อันดับ 1 คนสมัครหลักหมื่น!
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
5 สายพันธุ์ส้มโอไทยชื่อดัง แต่ละลูกมีเอกลักษณ์ต่างกัน ตั้งแต่เนื้อขาวถึงแดงทับทิม
มะนาวเคยลูกละ 5 บาท วันนี้บางขนาดเหลือไม่ถึง 1 บาท เกิดอะไรขึ้นกับราคามะนาว
การลอบสังหารฟรันซ์ แฟร์ดีนันด์เริ่มจากรถเลี้ยวผิดจริงหรือไม่
Foo Fighters ลูกไฟลึกลับที่บินตามเครื่องบินรบในสงครามโลกครั้งที่ 2