ถ้าเราไปเที่ยวดาวเนปจูน ต้องเตรียมตัวยังไง และจะเจออะไรบ้างระหว่างการเดินทางสู่ดาวที่ไกลที่สุดในระบบสุริยะ
ถ้าพูดถึง “ไปเที่ยวดาวเนปจูน” นี่ไม่ใช่ทริปท่องเที่ยวธรรมดาเลย แต่มันคือการเดินทางไปยังดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลจากโลกมากที่สุดในระบบสุริยะ (นับจากตำแหน่งดาวเคราะห์หลัก) ระยะทางไกลจนแสงจากดวงอาทิตย์ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะไปถึง
แค่การเดินทางไปถึงก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว เพราะปัจจุบันยังไม่มีมนุษย์เคยไปถึงดาวเนปจูนโดยตรง มีเพียงยานสำรวจอย่าง Voyager 2 ที่เคยบินผ่านเท่านั้น ดังนั้น “ทริปนี้” ในเชิงจินตนาการ ต้องอาศัยยานอวกาศที่ล้ำหน้ากว่าปัจจุบันมาก
อย่างแรกที่ต้องเตรียมคือ “การอยู่กับความมืดและความหนาวสุดขั้ว”
ดาวเนปจูนอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มาก ทำให้ได้รับพลังงานแสงอาทิตย์น้อยมาก อุณหภูมิบนชั้นบรรยากาศต่ำมากระดับราว ๆ -200 องศาเซลเซียส ถ้าไม่มีระบบป้องกันที่ดี ทุกอย่างจะกลายเป็นสภาพที่มนุษย์อยู่ไม่ได้ทันที
ดังนั้นยานต้องมีระบบควบคุมอุณหภูมิขั้นสูง ระบบพลังงานที่ไม่พึ่งแสงอาทิตย์มากเกินไป และระบบช่วยชีวิตแบบปิดสมบูรณ์
ระหว่างการเดินทาง สิ่งแรกที่ผู้เดินทางจะสังเกตได้คือ “แสงจากดวงอาทิตย์ค่อย ๆ หรี่ลง” โลกจะเล็กลงเป็นเพียงจุดสว่างไกล ๆ และเมื่อเข้าใกล้ดาวเนปจูนจริง ๆ ท้องฟ้าจะมืดเกือบสนิท เหมือนอยู่ในห้วงอวกาศลึก
เมื่อไปถึงดาวเนปจูน สิ่งที่เห็นจะไม่ใช่พื้นดินให้ลงไปเดิน แต่เป็น “ดาวแก๊สยักษ์” ไม่มีพื้นผิวแข็งแบบโลกหรือดาวอังคาร สิ่งที่เราเรียกว่าดาวเนปจูนจริง ๆ คือชั้นบรรยากาศหนาทึบที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง
ลมบนดาวเนปจูนถือว่าแรงที่สุดในระบบสุริยะ บางจุดมีความเร็วลมสูงกว่าพายุเฮอริเคนบนโลกหลายเท่า ลมจะพัดเป็นแนวแถบสีน้ำเงินเข้ม สลับกับเมฆและพายุหมุนขนาดใหญ่ที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา
ถ้าเราลอยเข้าไปในชั้นบรรยากาศโดยไม่มีการป้องกัน จะเจอแรงดันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิที่รุนแรง และก๊าซที่ไม่เหมาะกับการหายใจ ทำให้ไม่สามารถ “ลงจอดแบบดาวเคราะห์หิน” ได้เลย
อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ “สีของดาวเนปจูน” ที่เป็นสีน้ำเงินเข้มสวยมาก เกิดจากก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศที่ดูดกลืนแสงสีแดง และสะท้อนแสงสีน้ำเงินออกมา ทำให้ดาวนี้ดูเหมือนลูกแก้วสีน้ำเงินขนาดยักษ์ในอวกาศ
ถ้ามีการท่องเที่ยวจริง ผู้เดินทางอาจต้องอยู่ในวงโคจรของดาวเนปจูนแทนการลงไปที่ตัวดาว แล้วใช้ยานสำรวจลอยเข้าไปดูพายุ เมฆ และระบบลมจากระยะปลอดภัย
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมใจคือ “ความเงียบและความโดดเดี่ยว” เพราะดาวเนปจูนอยู่ไกลมากจนการสื่อสารกับโลกมีดีเลย์เป็นชั่วโมง ไม่สามารถคุยแบบเรียลไทม์ได้เหมือนบนโลกหรือแม้แต่ดาวอังคาร
ในระหว่างการเดินทาง อาจได้เห็นดวงจันทร์ของดาวเนปจูน เช่น ไทรทัน (Triton) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ที่น่าสนใจมาก เพราะมีพื้นผิวน้ำแข็งและอาจมีความเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยาในอดีต
สรุปแล้ว การ “ไปเที่ยวดาวเนปจูน” คือการเดินทางสู่โลกที่เย็นจัด มืดลึก และมีพายุรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในระบบสุริยะ ต้องเตรียมทั้งเทคโนโลยีขั้นสูง ระบบช่วยชีวิต และความเข้าใจว่าเราไม่ได้ไปเที่ยวแบบเดินบนพื้นดิน แต่เป็นการลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวแก๊สยักษ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
Great Ziggurat of Ur มหาซิกกูแรตแห่งอูร์ วิหารขั้นบันไดอายุกว่า 4,000 ปี
อสังหาฯ ราคาขึ้น/ปล่อยเช่าได้ บิตคอยน์แค่รอราคาขึ้นแบบลมๆ แล้งๆ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
เครื่องบินรบเกิดขึ้นได้อย่างไร จากสงครามโลกครั้งที่ 1 ถึงยุคไร้คนขับ
5 มือถือที่ขายดีที่สุดในโลก Nokia ยังครองแชมป์ตลอดกาล
ลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลก
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
แมงกะพรุนกล่อง สัตว์ทะเลโปร่งใสที่มีพิษร้ายแรงระดับโลก
เครื่องบินรบเกิดขึ้นได้อย่างไร จากสงครามโลกครั้งที่ 1 ถึงยุคไร้คนขับ
อสังหาฯ ราคาขึ้น/ปล่อยเช่าได้ บิตคอยน์แค่รอราคาขึ้นแบบลมๆ แล้งๆ
Great Ziggurat of Ur มหาซิกกูแรตแห่งอูร์ วิหารขั้นบันไดอายุกว่า 4,000 ปี
5 มือถือที่ขายดีที่สุดในโลก Nokia ยังครองแชมป์ตลอดกาล
ทำไมครูไทยเป็นหนี้ง่าย และหลายคนมีหนี้สูงกว่าที่คิด
แมงกะพรุนกล่อง สัตว์ทะเลโปร่งใสที่มีพิษร้ายแรงระดับโลก



