คลื่นเสียงที่เราไม่ได้ยิน มีอยู่รอบตัวมากกว่าที่คิด
เสียงเป็นสิ่งที่เราใช้ชีวิตอยู่กับมันตลอดเวลา เสียงคนคุย เสียงรถ เสียงลม เสียงฝน เสียงเพลง เสียงแจ้งเตือนมือถือ ทุกอย่างทำให้เรารู้สึกว่าโลกนี้เต็มไปด้วยเสียง แต่ความจริง โลกไม่ได้มีแค่เสียงที่หูมนุษย์ได้ยินเท่านั้น ยังมีคลื่นเสียงอีกจำนวนมากที่เดินทางอยู่รอบตัวเรา โดยที่เราไม่รู้สึกอะไรเลย
หูของมนุษย์ทั่วไปได้ยินเสียงในช่วงประมาณ 20 เฮิรตซ์ ถึง 20,000 เฮิรตซ์ หรือ 20 กิโลเฮิรตซ์ เสียงที่ต่ำกว่านี้เรียกว่าอินฟราซาวด์ ส่วนเสียงที่สูงกว่านี้เรียกว่าอัลตราซาวด์ ทั้งสองอย่างเป็นคลื่นเสียงเหมือนกัน เพียงแต่ความถี่อยู่นอกช่วงที่หูมนุษย์รับรู้ได้
อินฟราซาวด์คือเสียงความถี่ต่ำมาก ต่ำจนเราไม่ได้ยินเป็นเสียงชัด ๆ แต่ในบางกรณีร่างกายอาจรู้สึกได้เป็นแรงสั่น ความอึดอัด หรือความกดดันแปลก ๆ เช่น เสียงจากแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นทะเลใหญ่ พายุ หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่บางชนิด เสียงแบบนี้เดินทางได้ไกล เพราะคลื่นความถี่ต่ำสูญเสียพลังงานช้ากว่าเสียงแหลม
สัตว์บางชนิดใช้เสียงความถี่ต่ำได้ดีกว่ามนุษย์ เช่น ช้างสามารถสื่อสารกันด้วยเสียงต่ำที่เดินทางได้ไกลมาก แม้เราไม่ได้ยิน แต่ช้างอีกตัวที่อยู่ไกลออกไปอาจรับรู้ได้ผ่านอากาศหรือแรงสั่นสะเทือนในพื้นดิน นี่ทำให้โลกของช้างไม่ได้เงียบเหมือนที่มนุษย์รู้สึก
ส่วนอัลตราซาวด์คือเสียงความถี่สูงเกินกว่าที่หูคนได้ยิน สัตว์หลายชนิดใช้เสียงกลุ่มนี้ได้ เช่น ค้างคาวส่งเสียงความถี่สูงออกไป แล้วฟังเสียงสะท้อนกลับมาเพื่อรู้ว่าข้างหน้ามีแมลง กิ่งไม้ หรือสิ่งกีดขวางอยู่ตรงไหน เหมือนมีเรดาร์ธรรมชาติของตัวเอง
โลมาก็ใช้เสียงความถี่สูงในการสื่อสารและค้นหาสิ่งต่าง ๆ ใต้น้ำ เพราะในน้ำ การมองเห็นมีข้อจำกัดมากกว่าในอากาศ เสียงจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำทาง ล่าเหยื่อ และเข้าใจโลกใต้น้ำ
มนุษย์เองก็เอาอัลตราซาวด์มาใช้ประโยชน์จำนวนมาก ตัวอย่างที่คุ้นที่สุดคือเครื่องอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ที่ใช้ดูทารกในครรภ์ ตรวจอวัยวะภายใน หรือช่วยแพทย์ประเมินความผิดปกติบางอย่าง หลักการคือส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปในร่างกาย แล้วรับเสียงสะท้อนกลับมาสร้างเป็นภาพ
ที่น่าสนใจคือ ภาพอัลตราซาวด์ที่เราเห็นในโรงพยาบาล จริง ๆ แล้วไม่ได้เกิดจากกล้องถ่ายเข้าไปในร่างกาย แต่เกิดจากเสียงที่สะท้อนกลับมาจากเนื้อเยื่อแต่ละส่วน เสียงจึงกลายเป็นภาพได้ ถ้ามีเครื่องมือที่แปลสัญญาณให้เรา
อัลตราซาวด์ยังถูกใช้ในงานอุตสาหกรรม เช่น ตรวจรอยร้าวในโลหะ ตรวจความหนาของวัสดุ ทำความสะอาดเครื่องมือขนาดเล็ก หรือใช้ในเครื่องไล่สัตว์บางประเภท เพราะเสียงความถี่สูงสามารถทำงานในระดับที่มนุษย์ไม่ได้ยิน แต่เครื่องมือหรือสัตว์บางชนิดรับรู้ได้
คำถามคือ ถ้าเราไม่ได้ยิน แล้วเสียงพวกนี้มีอยู่จริงไหม คำตอบคือมีจริง เพราะเสียงไม่ได้ขึ้นอยู่กับหูเรา เสียงคือการสั่นสะเทือนที่เดินทางผ่านตัวกลาง เช่น อากาศ น้ำ หรือของแข็ง เพียงแต่หูมนุษย์เป็นเครื่องรับที่มีขีดจำกัด รับได้เฉพาะบางช่วงความถี่เท่านั้น
เหมือนแสงที่เรามองเห็นได้แค่ช่วงหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เรามองไม่เห็นรังสีอินฟราเรดหรืออัลตราไวโอเลตด้วยตาเปล่า แต่ไม่ได้แปลว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีอยู่ เสียงก็คล้ายกัน เราไม่ได้ยินทุกความถี่ แต่โลกยังเต็มไปด้วยการสั่นสะเทือนที่อยู่นอกประสาทรับรู้ของเรา
บางครั้งเสียงที่เราไม่ได้ยินอาจส่งผลต่อความรู้สึกได้ทางอ้อม เช่น แรงสั่นจากเครื่องจักรใหญ่ เสียงต่ำจากระบบระบายอากาศ หรือแรงสั่นจากรถไฟและอาคาร อาจทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายตัว ปวดหัว หรือรำคาญโดยหาสาเหตุยาก แม้ไม่ได้ยินเป็นเสียงชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเหมารวมว่าเสียงที่เราไม่ได้ยินทั้งหมดเป็นอันตราย เพราะส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันไม่ได้มีผลรุนแรงกับเรา อันตรายหรือไม่ขึ้นอยู่กับความดัง ความถี่ ระยะเวลา และแหล่งกำเนิดเสียง เหมือนเสียงที่ได้ยินทั่วไป เสียงเบาอาจไม่เป็นไร แต่เสียงดังมากหรือสัมผัสนานเกินไปก็อาจกระทบสุขภาพได้
เรื่องคลื่นเสียงที่เราไม่ได้ยินจึงทำให้เห็นว่า ประสาทสัมผัสของมนุษย์ไม่ได้จับโลกได้ครบทั้งหมด เราอยู่ในโลกที่มีข้อมูลมากกว่าที่หู ตา จมูก ลิ้น และผิวหนังรับได้ สิ่งที่เราเรียกว่า “เงียบ” อาจไม่ได้เงียบจริงสำหรับสัตว์ชนิดอื่น หรือสำหรับเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์
ห้องที่เรานั่งอยู่ตอนนี้อาจเงียบสำหรับเรา แต่ถ้ามีเครื่องตรวจจับที่ละเอียดพอ มันอาจพบแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องปรับอากาศ ท่อ อาคาร รถด้านนอก หรือเสียงความถี่สูงจากอุปกรณ์บางอย่างที่หูเราไม่รับรู้
นี่คือเหตุผลที่วิทยาศาสตร์สำคัญ เพราะมันช่วยขยายประสาทสัมผัสของมนุษย์ เราใช้ไมโครโฟน เครื่องวัดแรงสั่น เครื่องอัลตราซาวด์ และเซนเซอร์ต่าง ๆ เพื่อมองเห็นหรือรับรู้สิ่งที่ร่างกายเราไม่สามารถรับได้โดยตรง
สุดท้าย คลื่นเสียงที่เราไม่ได้ยินไม่ได้เป็นเรื่องลึกลับน่ากลัว แต่มันเป็นอีกส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่เตือนให้เรารู้ว่า โลกกว้างกว่าที่ประสาทสัมผัสของเราบอกเสมอ หูมนุษย์เป็นเพียงหน้าต่างบานหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งจักรวาลของเสียง
สรุปแล้ว คลื่นเสียงที่เราไม่ได้ยินมีทั้งเสียงความถี่ต่ำมากที่เรียกว่าอินฟราซาวด์ และเสียงความถี่สูงมากที่เรียกว่าอัลตราซาวด์ มนุษย์ไม่ได้ยินเพราะอยู่นอกช่วงรับรู้ของหู แต่สัตว์บางชนิดและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สามารถตรวจจับหรือใช้ประโยชน์ได้ เสียงเหล่านี้จึงมีอยู่จริงรอบตัว เพียงแต่โลกของมนุษย์รับรู้ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
4 หนังดังที่เคยจบอย่างมีความสุข แต่ภาคต่อกลับเปลี่ยนทุกอย่าง
เลขเด็ดเลขดังมาจากไหน เบื้องหลังการตีตัวเลขที่หลายคนไม่เคยรู้
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
"ห้ามบอกใครนะ" : ประโยคยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุให้บอกความลับ
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
สถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์
ความคืบหน้าการสร้างรั้วกั้นเขตชายแดนไทย - กัมพูชา
ขาดความอบอุ่นในวัยเด็ก ส่งผลอะไรบ้างในตอนโต
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย



