หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มือถือเก่าอย่าเพิ่งทิ้ง ภายในมีทองคำและโลหะมีค่าซ่อนอยู่

เขียนโดย Djung

หลายคนอาจคิดว่ามือถือเก่าที่เปิดไม่ติด ใช้งานไม่ได้แล้ว หรือถูกเก็บไว้ในลิ้นชักมานาน คงเหลือเพียงมูลค่าซาก แต่ความจริงแล้ว ภายในโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด มี “โลหะมีค่า” ซ่อนอยู่จริง โดยเฉพาะ ทองคำ ซึ่งเป็นหนึ่งในวัสดุสำคัญที่ใช้ในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางจุด

แม้ทองคำในมือถือ 1 เครื่องจะมีปริมาณน้อยมาก แต่เมื่อรวบรวมอุปกรณ์จำนวนมากเข้าด้วยกัน ก็สามารถนำไปรีไซเคิลและสกัดกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ จนกลายเป็นอุตสาหกรรมรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าในหลายประเทศ

ทำไมมือถือถึงมีทองคำอยู่ข้างใน?

สาเหตุที่มือถือมีองค์ประกอบของทองคำ เพราะทองคำเป็นโลหะที่นำไฟฟ้าได้ดี ทนต่อการกัดกร่อน และไม่เป็นสนิมง่าย จึงเหมาะสำหรับใช้ในชิ้นส่วนขนาดเล็ก เช่น ขั้วต่อ จุดสัมผัส หรือบางส่วนของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยให้การส่งสัญญาณไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ทองคำที่ใช้อยู่ในอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้มีลักษณะเป็นก้อนหรือเป็นชิ้นใหญ่ แต่เป็นเพียงชั้นบาง ๆ ในบางตำแหน่งของวงจรเท่านั้น จึงไม่ใช่ว่าถอดมือถือออกมาแล้วจะเจอทองคำให้เห็นชัด ๆ แบบเครื่องประดับ

นอกจากโทรศัพท์มือถือแล้ว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ก็อาจมีโลหะมีค่าซ่อนอยู่เช่นกัน เช่น

คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ก
เมนบอร์ด
แรม หรือ RAM
ซีพียู หรือ CPU รุ่นเก่าบางรุ่น
ฮาร์ดดิสก์
อุปกรณ์เครือข่ายบางชนิด

นอกจากทองคำแล้ว ยังอาจพบโลหะมีค่าอื่น ๆ เช่น เงิน พัลลาเดียม และทองแดง ซึ่งเป็นโลหะที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เช่นเดียวกัน

มือถือ 1 เครื่องมีทองคำมากแค่ไหน?

โดยเฉลี่ยแล้ว โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง อาจมีทองคำอยู่เพียงประมาณ 0.02–0.05 กรัม เท่านั้น ถือเป็นปริมาณที่น้อยมาก หากมีมือถือเก่าเพียงไม่กี่เครื่อง จึงแทบไม่คุ้มค่าที่จะนำมาสกัดทองด้วยตัวเอง

แต่สำหรับธุรกิจรีไซเคิล ภาพจะแตกต่างออกไป เพราะโรงงานรีไซเคิลจะรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์จากหลายหมื่นหรือหลายแสนเครื่อง แล้วนำเข้าสู่กระบวนการแยกโลหะด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ ทำให้สามารถสกัดทองคำ เงิน ทองแดง และโลหะมีค่าอื่น ๆ ได้ในปริมาณที่มากพอจนคุ้มค่าต่อการลงทุน

เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การมองหา “ทองคำในมือถือ” เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ลดการทำเหมืองแร่ใหม่ และลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด

มือถือเก่าไม่ได้แปลว่าจะรวยได้ทันทีจากการแยกชิ้นส่วน เพราะทองคำในเครื่องมีปริมาณน้อยมาก และอยู่ปะปนกับวัสดุอื่น ๆ จำนวนมาก การแยกออกมาให้ปลอดภัยและคุ้มค่าต้องใช้เครื่องมือ ความรู้ และระบบจัดการของเสียที่เหมาะสม

อีกเรื่องที่ควรเข้าใจคือ มือถือเก่าบางเครื่องอาจยังมีข้อมูลส่วนตัวอยู่ในเครื่อง เช่น รูปภาพ บัญชีออนไลน์ รายชื่อ เบอร์โทร หรือข้อมูลแอปต่าง ๆ ก่อนนำไปขายหรือส่งรีไซเคิล จึงควรล้างข้อมูล ออกจากบัญชี และถอดซิมหรือเมมโมรีการ์ดออกก่อนทุกครั้ง หากเครื่องยังเปิดใช้งานได้

อย่าสกัดทองเองที่บ้าน

ข้อห้ามสำคัญคือ ไม่ควรสกัดทองจากมือถือเองที่บ้าน แม้หลายคนอาจเคยเห็นคลิปสอนสกัดทองจากแผงวงจร แต่กระบวนการเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับกรด สารเคมีอันตราย ความร้อน หรือไอพิษ หากทำโดยไม่มีความรู้และอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม อาจเสี่ยงต่ออันตรายต่อร่างกาย การระเบิด ไฟไหม้ หรือการปล่อยสารปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม

ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า คือ นำอุปกรณ์เก่าไปขายให้ร้านรับซื้อขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าเชื่อถือ ส่งต่อให้จุดรับรีไซเคิล หรือเข้าระบบจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐาน

ก่อนทิ้งมือถือเก่า ควรทำอะไรบ้าง?

ก่อนนำมือถือเก่าไปขายหรือส่งรีไซเคิล ควรตรวจดูสั้น ๆ ดังนี้

ล้างข้อมูลส่วนตัวออกจากเครื่อง
ออกจากบัญชี Google, Apple ID หรือบัญชีสำคัญอื่น ๆ
ถอดซิมการ์ดและเมมโมรีการ์ด
แยกแบตเตอรี่ หากเป็นรุ่นที่ถอดได้
ไม่ทุบ ไม่เผา และไม่แกะชิ้นส่วนเองหากไม่มีความรู้
เลือกส่งต่อให้ร้านรับซื้อหรือจุดรีไซเคิลที่ไว้ใจได้

เพียงเท่านี้ มือถือเก่าที่เคยนอนอยู่ในลิ้นชักก็อาจกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

สรุปแล้ว มือถือเก่าไม่ใช่แค่ขยะไร้ค่า เพราะภายในมีโลหะมีค่าซ่อนอยู่ โดยเฉพาะทองคำ แม้จะมีเพียงเล็กน้อย แต่หากได้รับการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ก็สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง ช่วยสร้างมูลค่า ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกัน

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Djung's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 31 ครั้ง
เขียนโดย Djung
Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กัมพูชาขึ้นอันดับ 1 โลก ด้านความยั่งยืนที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ปี 2026ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเลในยุค AI การเรียนมหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่ไหม?จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยก่อนซื้อบ้านต้องดูอะไรบ้าง? เช็กให้รอบคอบก่อนเป็นหนี้ระยะยาวเปิดค่าตอบแทนแอร์โฮสเตสไทยสายการบินหรูที่สุดในโลก ตั๋วบางเส้นทางราคาแตะหลักล้านอาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026เจ้าของห้องเช่าพบกลิ่นเหม็นผิดปกติ ก่อนเจอศพหญิงซ่อนในกระเป๋าเดินทาง5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
กัมพูชาขึ้นอันดับ 1 โลก ด้านความยั่งยืนที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ปี 2026ก่อนซื้อบ้านต้องดูอะไรบ้าง? เช็กให้รอบคอบก่อนเป็นหนี้ระยะยาวเปิดค่าตอบแทนแอร์โฮสเตสไทยสายการบินหรูที่สุดในโลก ตั๋วบางเส้นทางราคาแตะหลักล้านเจ้าของห้องเช่าพบกลิ่นเหม็นผิดปกติ ก่อนเจอศพหญิงซ่อนในกระเป๋าเดินทาง4 จุดสะสมเชื้อโรคในบ้านที่คนมักมองข้าม ใช้ทุกวันแต่ไม่ค่อยได้เช็ด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ฝนตกหนักควรหลบที่ไหน? วิธีเลือกจุดปลอดภัยเมื่อเจอพายุฝนฟ้าคะนองเปิดค่าตอบแทนแอร์โฮสเตสไทยในยุค AI การเรียนมหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่ไหม?สายการบินหรูที่สุดในโลก ตั๋วบางเส้นทางราคาแตะหลักล้าน
ตั้งกระทู้ใหม่