หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

น้ำท่วมใครต้องรับผิดชอบ

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

เวลาน้ำท่วม หลายคนมักได้ยินคำอธิบายเดิม ๆ ว่า ฝนตกหนัก น้ำระบายไม่ทัน น้ำทะเลหนุน หรือคลองเต็ม ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติล้วน ๆ แต่สำหรับคนที่บ้านจมน้ำ รถเสีย ร้านค้าขายของไม่ได้ หรือเดินทางไปทำงานลำบาก คำถามจริง ๆ มักไม่ใช่แค่ว่า “น้ำมาจากไหน” แต่คือ “ใครต้องรับผิดชอบ”

คำตอบคือ น้ำท่วมไม่ได้มีผู้รับผิดชอบคนเดียวเสมอไป เพราะต้องดูว่าน้ำท่วมเกิดจากอะไร เกิดตรงไหน และพื้นที่นั้นอยู่ในความดูแลของหน่วยงานใด

ถ้าน้ำท่วมเพราะฝนตกหนักมากในช่วงเวลาสั้น ๆ จนระบบระบายน้ำรับไม่ทัน อาจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากสภาพอากาศรุนแรง แต่หน่วยงานที่ดูแลระบบระบายน้ำในพื้นที่ก็ยังมีหน้าที่เตรียมความพร้อม เช่น ลอกท่อ ลอกคลอง ตรวจเครื่องสูบน้ำ เปิดทางน้ำไหล และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าเท่าที่ทำได้

ถ้าน้ำท่วมเพราะท่อระบายน้ำตัน ขยะอุดตะแกรง คูคลองตื้นเขิน หรือเครื่องสูบน้ำไม่ทำงาน แบบนี้ความรับผิดชอบจะเริ่มชัดขึ้นว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่ดูแลระบบระบายน้ำและความสะอาดในพื้นที่ เช่น เทศบาล อบต. อบจ. สำนักงานเขต หรือหน่วยงานเฉพาะของเมืองนั้น ๆ

ถ้าน้ำท่วมบนถนนใหญ่ ต้องดูว่าถนนเส้นนั้นเป็นของใคร ถ้าเป็นทางหลวง อาจเกี่ยวกับกรมทางหลวง ถ้าเป็นทางหลวงชนบท อาจเกี่ยวกับกรมทางหลวงชนบท ถ้าเป็นถนนท้องถิ่น อาจเป็นเทศบาล อบต. อบจ. หรือกรุงเทพมหานครในพื้นที่ กรณีนี้การระบายน้ำข้างทาง รางน้ำ ท่อใต้ถนน และการออกแบบถนนล้วนมีผล

ถ้าน้ำท่วมในชุมชนหรือหมู่บ้าน ต้องดูว่าระบบระบายน้ำเป็นของท้องถิ่นหรือของโครงการเอกชน ถ้าเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่ยังไม่ได้โอนสาธารณูปโภคให้ท้องถิ่น นิติบุคคลหรือเจ้าของโครงการอาจมีส่วนรับผิดชอบ แต่ถ้าโอนแล้ว หน่วยงานท้องถิ่นอาจต้องเข้ามาดูแลมากขึ้น

ถ้าน้ำท่วมเพราะโครงการก่อสร้าง เช่น ทำถนน วางท่อ สร้างรถไฟฟ้า ถมที่ หรือปิดทางน้ำเดิม ต้องดูว่าโครงการนั้นเป็นของหน่วยงานไหน ใครเป็นผู้รับเหมา และมีการวางแผนระบายน้ำชั่วคราวดีพอหรือไม่ เพราะบางครั้งน้ำท่วมไม่ได้เกิดจากฝนอย่างเดียว แต่เกิดจากการก่อสร้างที่ทำให้น้ำไม่มีทางไป

ถ้าน้ำท่วมเพราะการถมที่หรือสร้างสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ อาจเกี่ยวข้องกับเจ้าของที่ดิน ผู้พัฒนาโครงการ และหน่วยงานที่อนุญาตหรือควบคุมการก่อสร้าง เพราะทางน้ำธรรมชาติบางแห่งถูกปิด ถูกบีบ หรือถูกเปลี่ยนเส้นทางไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งเมื่อฝนตกหนัก น้ำก็กลับมาทวงทางของมัน

ถ้าน้ำท่วมจากแม่น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก หรือพายุใหญ่ หน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชลประทาน ท้องถิ่น จังหวัด และหน่วยงานด้านน้ำต่าง ๆ อาจเข้ามาเกี่ยวข้องร่วมกัน เพราะเป็นภัยพิบัติที่เกินกว่าการลอกท่อหน้าบ้านจะจัดการได้

พูดง่าย ๆ น้ำท่วมมีหลายชั้น ชั้นแรกคือการป้องกันก่อนเกิดเหตุ ชั้นที่สองคือการระบายน้ำขณะเกิดเหตุ ชั้นที่สามคือการช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ และชั้นที่สี่คือการแก้ปัญหาระยะยาว ไม่ให้ท่วมซ้ำแบบเดิมทุกปี

ปัญหาคือเวลาน้ำท่วมจริง ประชาชนมักไม่ได้สนใจว่าเป็นท่อของใคร ถนนของใคร หรือคลองของหน่วยงานไหน เพราะสิ่งที่เห็นคือบ้านน้ำเข้า รถเสีย และชีวิตหยุด แต่ในระบบราชการ ความรับผิดชอบมักแยกตามพื้นที่ งบประมาณ และอำนาจหน้าที่ จึงเกิดภาพที่คนแจ้งไปแล้วถูกโยนเรื่องไปมา

ถ้าจะถามว่า ประชาชนควรเริ่มแจ้งที่ไหน วิธีง่ายที่สุดคือเริ่มจากหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ก่อน เช่น เทศบาล อบต. สำนักงานเขต หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของจังหวัด เพราะเป็นหน่วยงานที่ใกล้พื้นที่ที่สุด ต่อให้ไม่ใช่เจ้าของปัญหาโดยตรง อย่างน้อยควรช่วยตรวจสอบและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้

เวลาแจ้งน้ำท่วม ควรบอกข้อมูลให้ชัด เช่น จุดที่ท่วมอยู่ตรงไหน ท่วมสูงประมาณกี่เซนติเมตร ท่วมมานานแค่ไหน น้ำไหลมาจากทางไหน มีท่อหรือคลองใกล้เคียงไหม มีขยะอุดหรือไม่ มีงานก่อสร้างใกล้จุดนั้นหรือเปล่า และควรถ่ายรูปหรือวิดีโอไว้จากจุดปลอดภัย

ถ้าน้ำท่วมทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เช่น รถดับ บ้านเสียหาย ร้านค้าเสียรายได้ หรือเกิดอุบัติเหตุ ควรเก็บหลักฐานให้ละเอียด เช่น รูปถ่าย วันเวลา พิกัด ระดับน้ำ พยาน ใบเสร็จค่าซ่อม เอกสารแจ้งความ และประวัติการแจ้งหน่วยงานก่อนหน้านั้น เพราะถ้าจะร้องเรียนหรือเรียกร้องความรับผิดชอบ หลักฐานสำคัญมาก

แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า ไม่ใช่น้ำท่วมทุกกรณีจะมีคนผิดแบบตรงไปตรงมา ถ้าเป็นฝนรุนแรงเกินค่าที่ระบบออกแบบไว้ อาจเป็นเหตุสุดวิสัยบางส่วน แต่ถ้าพื้นที่เดิมท่วมซ้ำทุกปี ท่อไม่เคยลอก เครื่องสูบน้ำเสีย ไม่มีป้ายเตือน หรือมีโครงการก่อสร้างปิดทางน้ำโดยไม่จัดการให้ดี คำถามเรื่องความบกพร่องก็จะหนักขึ้น

ความรับผิดชอบจึงไม่ได้แปลว่า ต้องมีคนหนึ่งคนออกมารับผิดแทนทุกอย่าง แต่หมายถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตอบให้ได้ว่า ก่อนน้ำท่วมได้เตรียมอะไรไว้ ระหว่างท่วมทำอะไรบ้าง หลังน้ำลดแก้ไขอะไร และจะป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอย่างไร

ในเมืองใหญ่ น้ำท่วมมักไม่ได้เกิดจากฝนเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการวางผังเมือง การก่อสร้าง การถมที่ การดูแลท่อ การจัดการขยะ พื้นที่สีเขียวที่ลดลง และพื้นคอนกรีตที่ทำให้น้ำซึมลงดินน้อยลง ยิ่งเมืองขยายเร็ว แต่ระบบระบายน้ำโตไม่ทัน น้ำก็ยิ่งท่วมง่าย

ดังนั้นการแก้น้ำท่วมจริง ๆ ไม่ใช่แค่รอรถมาสูบน้ำตอนฝนตก แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การไม่ทิ้งขยะลงท่อ การลอกท่อก่อนฤดูฝน การดูแลคลองให้ไม่ตัน การทำพื้นที่รับน้ำ การควบคุมการถมดิน การออกแบบถนนให้ระบายน้ำได้ และการแจ้งเตือนประชาชนให้ทันเวลา

ประชาชนเองก็มีส่วนช่วยได้ เช่น ไม่ทิ้งขยะลงคลอง ไม่กวาดเศษใบไม้ลงท่อ แจ้งจุดตันก่อนฝนมา เก็บหลักฐานเมื่อเกิดปัญหา และติดตามการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง แต่การบอกว่าประชาชนต้องช่วย ไม่ได้แปลว่าหน่วยงานรัฐหมดหน้าที่ เพราะระบบระบายน้ำและการจัดการภัยพิบัติเป็นบริการสาธารณะที่รัฐและท้องถิ่นต้องดูแล

ถ้าถามแบบสรุปว่า น้ำท่วมใครต้องรับผิดชอบ คำตอบคือ ต้องดูสาเหตุและเจ้าของพื้นที่ ถ้าเป็นท่อ คลอง ถนน หรือระบบระบายน้ำของท้องถิ่น ท้องถิ่นต้องมีหน้าที่ดูแล ถ้าเป็นถนนหลวง หน่วยงานเจ้าของถนนต้องเกี่ยวข้อง ถ้าเกิดจากโครงการก่อสร้าง ผู้รับผิดชอบโครงการและผู้รับเหมาต้องถูกตรวจสอบ ถ้าเป็นภัยพิบัติใหญ่ หน่วยงานจังหวัด ปภ. ชลประทาน และหน่วยงานด้านน้ำต้องร่วมกันจัดการ

สุดท้าย น้ำท่วมไม่ควรถูกปัดให้เป็นแค่คำว่า “ฝนตกหนัก” ทุกครั้ง เพราะฝนอาจเป็นต้นเหตุ แต่ความเสียหายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเตรียมเมืองด้วย เมืองที่ดูแลท่อดี คลองโล่ง มีเครื่องสูบน้ำพร้อม มีแผนแจ้งเตือน และมีหน่วยงานทำงานเร็ว ย่อมรับมือฝนได้ดีกว่าเมืองที่ปล่อยให้ระบบพังซ้ำ ๆ

สรุปแล้ว น้ำท่วมใครต้องรับผิดชอบ ต้องดูว่าท่วมเพราะอะไรและอยู่ในพื้นที่ของใคร ถ้าเกิดจากระบบระบายน้ำบกพร่อง หน่วยงานเจ้าของระบบต้องตอบคำถาม ถ้าเกิดจากถนนหรือโครงการก่อสร้าง หน่วยงานเจ้าของงานต้องถูกตรวจสอบ ถ้าเป็นภัยพิบัติใหญ่ ต้องมีหลายหน่วยงานร่วมรับมือ แต่ไม่ว่ากรณีไหน สิ่งสำคัญคือประชาชนควรได้รับคำตอบที่ชัด เจอช่องทางแจ้งปัญหาที่ไม่โยนไปมา และเห็นการแก้ไขที่ทำให้ชีวิตปลอดภัยขึ้นจริง

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 20 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยอำเภอชายแดนไทยที่มีความสำคัญกว่าที่หลายคนคิด3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทยเหอเซิน ขุนนางคนโปรดของเฉียนหลง กับเงาคอร์รัปชันปลายราชวงศ์ชิงตั๊กแตนใบไม้ ใบไม้มีชีวิตที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อหลบสายตานักล่าสายมูล็อกเป้า! แห่ถอดรหัสคำใบ้ “แม่ศรีมณีทอง” ส่องเลขเด็ดลุ้นโชคงวด 1/7/694 สถาปัตยกรรมหินโบราณ แกะจากภูเขาและหินก้อนเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลกสามีสารภาพนอกใจภรรยากับเพื่อนสนิท เมียน้อยกดดันขอเป็นตัวจริงชิบะอินุ สุนัขญี่ปุ่นหน้าคล้ายหมาจิ้งจอก กับนิสัยรักอิสระที่คนเลี้ยงควรรู้สถานที่ท่องเที่ยวในไทยที่ชื่อชวนให้เข้าใจผิดว่าอยู่อีกจังหวัด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอชายแดนไทยที่มีความสำคัญกว่าที่หลายคนคิดตั๊กแตนใบไม้ ใบไม้มีชีวิตที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อหลบสายตานักล่าชาร์จโทรศัพท์แบบไหน? ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้จริงสามีสารภาพนอกใจภรรยากับเพื่อนสนิท เมียน้อยกดดันขอเป็นตัวจริงผู้ชายมีลูกได้ถึงอายุเท่าไหร่ และทำไมอายุพ่อก็สำคัญไม่แพ้อายุแม่ผีถ้วยแก้วคืออะไร ทำไมแก้วถึงเหมือนขยับได้เอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
การเติมน้ำมันควรเติมเวลาไหนดีที่สุด? เช้า กลางวัน หรือเย็นจระเข้แม่น้ำไนล์ สัตว์เลื้อยคลานตัวใหญ่ยักษ์ ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ของมันผูกพันกันกับมนุษย์จนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของลุ่มแม่น้ำในล์อำเภอชายแดนไทยที่มีความสำคัญกว่าที่หลายคนคิดสถานที่ท่องเที่ยวในไทยที่ชื่อชวนให้เข้าใจผิดว่าอยู่อีกจังหวัด
ตั้งกระทู้ใหม่