หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ขี้หูไม่ได้สกปรกอย่างที่คิด แคะบ่อยอาจทำร้ายหูโดยไม่รู้ตัว

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

 

พฤติกรรมเล็ก ๆ อย่างการแคะหู เป็นสิ่งที่หลายคนทำจนชิน บางครั้งมือมันไปเองเวลารู้สึกคันหู หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรอุดตันอยู่ข้างใน

แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ในหูของเรามีระบบป้องกันตัวเองอยู่แล้ว และสิ่งที่เรียกว่า ขี้หู ไม่ได้เป็นของเสียที่ต้องกำจัดทิ้งให้หมดจดเสมอไป

จริง ๆ แล้ว ขี้หูมีประโยชน์มากกว่าที่คิด และการแคะหูบ่อยเกินไป อาจทำให้หูระคายเคือง อักเสบ หรือเกิดการอุดตันมากกว่าเดิมได้โดยไม่รู้ตัว

ขี้หูคือเกราะป้องกันธรรมชาติของร่างกาย

ขี้หูมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง มันทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันธรรมชาติ คอยดักจับฝุ่น สิ่งสกปรก และช่วยลดโอกาสที่แมลงหรือเชื้อโรคจะเข้าไปลึกถึงแก้วหู

นอกจากนี้ ขี้หูยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นภายในช่องหู ไม่ให้ผิวในหูแห้งจนเกินไป เพราะผิวบริเวณช่องหูค่อนข้างบอบบาง หากแห้งหรือถูกเสียดสีบ่อย ๆ ก็อาจเกิดอาการคันและระคายเคืองได้ง่าย

พูดง่าย ๆ คือ ขี้หูไม่ได้มีไว้ให้เรารู้สึกสกปรกอย่างเดียว แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของระบบดูแลหูที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง

ยิ่งแคะ ยิ่งคัน วงจรที่หลายคนเจอ

ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเราพยายามเอาขี้หูออกจนหมด หลายคนคิดว่ายิ่งสะอาดยิ่งดี แต่จริง ๆ แล้วการแคะหูบ่อยเกินไปอาจไปทำลายชั้นน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยหล่อลื่นผิวในหู

เมื่อผิวในหูแห้งลง ก็อาจคันมากขึ้น พอคันก็ยิ่งอยากแคะ และเมื่อแคะบ่อยขึ้น ผิวในหูก็ยิ่งบอบบางลงเรื่อย ๆ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่บางคนรู้สึกว่าแคะหูแล้วสบายแค่ช่วงสั้น ๆ แต่หลังจากนั้นกลับคันบ่อยกว่าเดิม

Cotton bud อาจไม่ได้เอาขี้หูออกอย่างที่คิด

อีกจุดที่หลายคนไม่ทันคิดคือ อุปกรณ์ที่ใช้แคะหู เช่น cotton bud หรือของแหลมต่าง ๆ อาจไม่ได้ช่วยเอาขี้หูออกเสมอไป

ในหลายกรณี มันอาจดันขี้หูให้ลึกเข้าไปแทน ทำให้ขี้หูไปรวมตัวแน่นอยู่ด้านในช่องหู และเกิดอาการอุดตันมากกว่าเดิมได้

ถ้าใช้แรงมากเกินไป หรือสอดลึกเกินไป ก็อาจทำให้ผิวในช่องหูเป็นแผล ระคายเคือง ติดเชื้อ หรือในบางกรณีอาจกระทบแก้วหูได้ โดยเฉพาะถ้าใช้ของแข็ง ของแหลม หรือแคะในจังหวะที่มีคนชนหรือสะดุ้งพอดี

หูมีระบบทำความสะอาดตัวเองอยู่แล้ว

โดยธรรมชาติ ร่างกายมีระบบกำจัดขี้หูอยู่แล้วผ่านการเคลื่อนไหวของขากรรไกร เช่น เวลาพูด เคี้ยวอาหาร หรือขยับปาก

ขี้หูจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกมาด้านนอกอย่างช้า ๆ แล้วหลุดออกไปเองในชีวิตประจำวัน การล้างหูหรือแคะหูจึงไม่จำเป็นต้องทำบ่อยเหมือนการอาบน้ำ

ในหลายกรณี การปล่อยให้หูทำงานตามธรรมชาติ กลับปลอดภัยกว่าการพยายามทำความสะอาดลึก ๆ ด้วยตัวเอง

แล้วควรทำความสะอาดหูอย่างไร

ถ้าต้องการทำความสะอาดจริง ๆ ควรเน้นเช็ดเฉพาะบริเวณด้านนอกของใบหู หรือปากรูหูเท่าที่มองเห็นได้ ไม่ควรสอดอะไรเข้าไปลึกในช่องหู

หลังอาบน้ำ อาจใช้ผ้าสะอาดซับเบา ๆ บริเวณใบหูและรอบนอกของรูหู ไม่จำเป็นต้องปั่นลึกเข้าไปด้านใน เพราะยิ่งพยายามทำให้สะอาดจนเกินไป ก็อาจยิ่งรบกวนสมดุลธรรมชาติของหู

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ การใช้กิ๊บติดผม ไม้แคะหู ของแหลม หรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้สะอาดพอ เพราะเสี่ยงทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ ในช่องหู และเพิ่มโอกาสติดเชื้อได้

อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์

ถ้ารู้สึกว่าหูอุดตัน หูอื้อ ได้ยินลดลง ปวดหู มีน้ำไหล มีกลิ่นผิดปกติ หรือคันหูมากผิดปกติ ควรไปพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง แทนการพยายามแคะเอง

เพราะถ้ามีขี้หูอุดตันจริง แพทย์สามารถประเมินและใช้วิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมได้ โดยไม่ทำร้ายผิวภายในหู ต่างจากการแคะเองที่เสี่ยงทั้งการบาดเจ็บและการติดเชื้อ

โดยเฉพาะคนที่เคยแก้วหูทะลุ เคยผ่าตัดหู มีโรคประจำตัวบางอย่าง หรือมีอาการปวดร่วมด้วย ไม่ควรหยอดหรือใช้อุปกรณ์ใด ๆ เองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

สรุปง่าย ๆ คือ ขี้หูไม่ใช่สิ่งสกปรกที่ต้องกำจัดให้หมด แต่เป็นระบบป้องกันของร่างกายที่มีประโยชน์มาก การแคะหูบ่อย ๆ อาจทำให้สมดุลธรรมชาตินี้เสียไป และนำไปสู่ปัญหาหูอักเสบ ขี้หูอุดตัน หรือการระคายเคืองที่หนักกว่าเดิมได้โดยไม่รู้ตัว

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 66 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อะโวคาโดในไทยมีกี่สายพันธุ์? ถ้าชอบแบบ “มัน ๆ” ต้องเลือกพันธุ์ไหน?ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)7 อุปกรณ์เสริมไอทียุค 90s ที่เลิกผลิตไปแล้ว แต่ราคาสูงขึ้นทุกปีบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6ตะลึง! 6 มอนิเตอร์จอแก้ว CRT สำหรับเล่นเกมเก่า ที่ราคามือสองพุ่งแพงกว่าจอ OLED "หนี่ว์ซู" (女书 - Nüshu) อักษรจีนโบราณของผู้หญิงที่ถูกคิดค้นมาเพื่อผู้หญิงและมีเพียงผู้หญิงที่สามารถอ่านออกทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมายเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ทำไม สีของปัสสาวะมีหลายสี มีความแตกต่างกันอย่างไร?5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIเจ้าแม่กวนอิมเคยเป็นผู้ชายจริงหรือ? เรื่องราวจาก “พระอวโลกิเตศวร” สู่ภาพหญิงงามที่คนทั่วเอเชียคุ้นเคย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อะโวคาโดในไทยมีกี่สายพันธุ์? ถ้าชอบแบบ “มัน ๆ” ต้องเลือกพันธุ์ไหน?ตะลึง! 6 มอนิเตอร์จอแก้ว CRT สำหรับเล่นเกมเก่า ที่ราคามือสองพุ่งแพงกว่าจอ OLED สงครามถังไม้โอ๊ก ค.ศ. 1325 เชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่างโบโลญญากับโมเดนาทำไม สีของปัสสาวะมีหลายสี มีความแตกต่างกันอย่างไร?คาลิกูลาเก็บเปลือกหอยเป็นของกลางกองทัพออสเตรเลียใช้ปืนกลรับมือฝูงนกอีมูในปี 1932
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อะโวคาโดในไทยมีกี่สายพันธุ์? ถ้าชอบแบบ “มัน ๆ” ต้องเลือกพันธุ์ไหน?ตะลึง! 6 มอนิเตอร์จอแก้ว CRT สำหรับเล่นเกมเก่า ที่ราคามือสองพุ่งแพงกว่าจอ OLED 7 อุปกรณ์เสริมไอทียุค 90s ที่เลิกผลิตไปแล้ว แต่ราคาสูงขึ้นทุกปีสงครามถังไม้โอ๊ก ค.ศ. 1325 เชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่างโบโลญญากับโมเดนา
ตั้งกระทู้ใหม่