ต้นไม้ไม่ได้เงียบอย่างที่คิด ตอนขาดน้ำมันอาจส่งเสียงป๊อป ๆ ออกมา
เห็นข่าวนี้แล้วแอบรู้สึกผิดนิด ๆ เวลาลืมรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน เพราะปกติเรามักมองว่าต้นไม้ใบหญ้ามันเงียบ ๆ ยืนนิ่ง ๆ เหมือนเป็นใบ้ ไม่มีทางบ่น ไม่มีทางโวยวายอะไรได้
แต่มีงานวิจัยจากทีมมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ที่ทำให้ภาพจำนี้เปลี่ยนไปพอสมควร เพราะนักวิจัยพบว่า พืชบางชนิดสามารถปล่อยเสียงความถี่สูงออกมาได้ โดยเฉพาะตอนที่มันกำลังเครียดจากการขาดน้ำ หรือถูกตัดกิ่ง
ไม่ได้หมายความว่าต้นไม้ “พูด” แบบคน หรือร้องด้วยอารมณ์เหมือนสัตว์นะ แต่เป็นเสียงในระดับอัลตราโซนิก ซึ่งหูมนุษย์อย่างเราแทบฟังไม่ได้ยิน ต้องใช้ไมโครโฟนเฉพาะทางถึงจะจับได้
เสียงของต้นไม้หน้าตาเป็นยังไง
นักวิจัยทดลองกับต้นมะเขือเทศและต้นยาสูบ โดยเอาไมโครโฟนไปบันทึกเสียงใกล้ ๆ พืช แล้วพบว่าเวลาพืชอยู่ในภาวะเครียด มันจะปล่อยเสียงคล้ายเสียง “ป๊อป” หรือ “แป๊ก” สั้น ๆ ออกมา
ถ้าให้จินตนาการง่าย ๆ นักวิจัยอธิบายว่าเสียงนั้นคล้ายป๊อปคอร์นแตกในไมโครเวฟ ป๊อป ๆ แป๊ก ๆ เป็นจังหวะ เพียงแต่เป็นเสียงความถี่สูงที่คนทั่วไปไม่ได้ยินด้วยหูเปล่า
ตอนต้นไม้ได้น้ำดี อยู่ในสภาพสมบูรณ์ มันแทบไม่ค่อยส่งเสียง อาจมีเสียงบ้างนาน ๆ ครั้งแบบชิล ๆ
แต่พอเริ่มขาดน้ำจัด หรือโดนตัดกิ่ง เสียงจะเพิ่มขึ้นชัดเจน บางกรณีพบได้ราว 30–50 ครั้งต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
พูดแบบบ้าน ๆ ก็คือ ถ้าต้นไม้มีแชตกลุ่มของมันเอง ช่วงขาดน้ำคงเด้งรัวประมาณว่า “หิวน้ำแล้วนะ” หรือ “เกิดอะไรขึ้นกับกิ่งฉันเนี่ย” แต่ในทางวิทยาศาสตร์ เราควรมองว่านี่คือสัญญาณจากภาวะเครียดของพืช มากกว่าจะบอกว่ามันเจ็บหรือโกรธแบบมนุษย์
ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าสนใจ
เรื่องนี้ทำให้เรามองธรรมชาติรอบตัวต่างออกไปเยอะมาก
ที่ผ่านมาเราชอบคิดว่าสวนหลังบ้าน ป่า หรือแปลงผัก เป็นพื้นที่เงียบสงบ แต่ถ้าเรามีหูที่ฟังเสียงอัลตราโซนิกได้ มันอาจไม่ได้เงียบอย่างที่คิด
ต้นไม้ที่ขาดน้ำ ต้นไม้ที่โดนตัด หรือพืชที่กำลังเจอสภาพแวดล้อมไม่ดี อาจกำลังปล่อยเสียงบางอย่างออกมา เพียงแต่เสียงนั้นอยู่ในโลกที่มนุษย์อย่างเราเข้าไม่ถึงโดยตรง
จุดนี้ทำให้คำว่า “ธรรมชาติเงียบ ๆ” อาจไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แค่เรายังไม่มีเครื่องมือพอจะรับรู้มันเท่านั้นเอง
แมลงหรือสัตว์บางชนิดอาจฟังออกก็ได้
อีกมุมที่ล้ำมากคือ นักวิจัยมองว่าเสียงเหล่านี้อาจมีความหมายต่อสิ่งมีชีวิตรอบ ๆ ตัวพืชด้วย เช่น แมลง มอด ค้างคาว หนู หรือสัตว์บางชนิดที่ได้ยินย่านความถี่สูงกว่ามนุษย์
ลองนึกภาพผีเสื้อกลางคืนตัวเมียกำลังหาต้นไม้ดี ๆ เพื่อวางไข่ ถ้ามันบินไปเจอต้นที่กำลังขาดน้ำและมีเสียงออกมาบ่อย มันอาจใช้สัญญาณนี้ประกอบการตัดสินใจว่า ต้นนี้สภาพไม่ค่อยดี ไปวางไข่ต้นอื่นดีกว่า
แน่นอนว่ายังต้องมีงานวิจัยต่ออีกมาก แต่แค่แนวคิดว่าพืชอาจส่งสัญญาณให้สิ่งมีชีวิตอื่นรับรู้ได้ ก็ทำให้ระบบนิเวศดูซับซ้อนและมีชีวิตชีวากว่าที่เคยคิดเยอะ
อนาคตเกษตรกรอาจใช้เสียงต้นไม้ช่วยดูแลไร่
ในมุมใช้งานจริง เรื่องนี้น่าสนใจมากสำหรับการเกษตร
ปกติถ้าจะรู้ว่าพืชขาดน้ำหรือยัง เกษตรกรอาจต้องดูจากใบที่เริ่มเหี่ยว ดูดิน หรือใช้เครื่องวัดความชื้น แต่ถ้าเทคโนโลยีด้านเสียงพืชพัฒนาต่อไป วันหนึ่งเราอาจมีเซ็นเซอร์ที่ช่วย “ฟัง” ความเครียดของต้นไม้ในแปลงได้
ถ้าวันไหนเซ็นเซอร์จับเสียงป๊อป ๆ จากพืชได้มากผิดปกติ ระบบอาจแจ้งเตือนว่าแปลงนี้เริ่มขาดน้ำแล้ว ควรรดน้ำก่อนที่ต้นจะเหี่ยวหนัก
ข้อดีคืออาจช่วยให้รดน้ำได้ตรงจุดขึ้น ไม่ต้องเดาสุ่ม และอาจช่วยประหยัดน้ำได้มาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรที่ต้องใช้น้ำจำนวนมาก
แต่ไม่ได้แปลว่าต้นไม้มีอารมณ์เหมือนคน
ตรงนี้ควรแยกให้ชัดนิดหนึ่ง
งานวิจัยไม่ได้บอกว่าต้นไม้ “ร้องไห้” “เจ็บปวด” หรือ “ด่าเจ้าของ” แบบมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ สิ่งที่พบคือพืชปล่อยเสียงความถี่สูงออกมาในบางภาวะ เช่น ขาดน้ำหรือถูกตัด
ดังนั้นการพูดว่าต้นไม้โวยวาย อาจใช้เป็นสำนวนเล่าให้เห็นภาพได้ แต่ถ้าพูดเชิงวิทยาศาสตร์ ต้องบอกว่าเป็นเสียงที่สัมพันธ์กับภาวะเครียดทางกายภาพของพืชมากกว่า
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังทำให้เรารู้สึกได้อยู่ดีว่า ต้นไม้ไม่ได้นิ่งเฉยไร้สัญญาณอย่างที่คิด
คนปลูกต้นไม้ควรรู้อะไรจากเรื่องนี้
สำหรับคนทั่วไป เรื่องนี้อาจไม่ต้องถึงขั้นซื้อไมโครโฟนอัลตราโซนิกมาตั้งไว้หน้ากระถาง แต่เอาไปเตือนใจได้ดีมากว่า ต้นไม้มีสัญญาณของความเครียด เพียงแต่บางอย่างเราไม่เห็นหรือไม่ได้ยิน
ถ้าปลูกต้นไม้ในบ้าน ลองสังเกตง่าย ๆ เช่น
- ดินแห้งจนแข็งเกินไป
- ใบเริ่มตกหรือม้วน
- สีใบซีดลง
- ขอบใบเริ่มแห้ง
- กระถางเบาผิดปกติเมื่อยกขึ้น
- ต้นไม้โดนแดดจัดเกินหรืออยู่ในที่อับเกินไป
สัญญาณพวกนี้อาจไม่ล้ำเท่าเสียงอัลตราโซนิก แต่เป็นสิ่งที่คนธรรมดาใช้ดูแลต้นไม้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
รู้แบบนี้แล้ว คราวหน้าเวลาปล่อยให้ไม้ประดับในห้องเหี่ยวแห้ง จินตนาการดูได้เลยว่า มันอาจไม่ได้แค่เหี่ยวประท้วงเงียบ ๆ แต่อาจกำลังส่งสัญญาณบางอย่างออกมาในแบบที่เราไม่ได้ยิน
ต้นไม้ไม่ได้พูดกับเราเป็นภาษา แต่มันอาจบอกสภาพของตัวเองผ่านเสียง กลิ่น สี ใบ และการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ รอบตัว ถ้าเราหัดสังเกตให้มากขึ้น การดูแลต้นไม้ก็อาจไม่ใช่แค่รดน้ำตามใจเรา แต่เป็นการฟังธรรมชาติในแบบที่ละเอียดกว่าเดิม
แหล่งที่มา: Tel Aviv University, PubMed, URL ที่ระบุในต้นฉบับ
อ้างอิง:
https://www.nature.com/articles/s41586-023-05890-z
https://english.tau.ac.il/plants_emit_sounds
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37001499/
อ้างอิงข้อมูล
https://www.nature.com/articles/s41586-023-05890-z
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
เลข 9 ตรงกัน 2 สำนัก! งวด 16 ต.ค. 69 เปิดชุด “เลขเทวดา” ชน “บนสวย”
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
เลข 6 ถูกย้ำถึง 5 จุด! แกะใบ “นกตาทิพย์” 16 ต.ค. 69 จาก 61-64-67-69 มีจุดไหนต้องจับตา
เช็กสิทธิ์เยียวยาน้ำท่วม 2569 ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนบ้าง? เปิด 2 ช่องทางรับเงินช่วยเหลือ สูงสุด 9,000 บาท
อินฟลูเอนเซอร์คนดังชาวอินเดีย มักอวดทองคำ เพชร และเงินสดจำนวนมากบนโซเชียลมีเดียอยู่บ่อยครั้ง สุดท้ายโจรก็อดใจไม่ไหว
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
รู้หรือไม่? เด็กน้อยข้างซองไวไวที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก แท้จริงคือใคร? วันนี้เธอเป็นอย่างไร
การโจมตีแบบกามิกาเซ่ในสงครามโลก
ปกสลากงวดนี้มีอะไรให้สังเกต? “ท่าข้ามควาย” สตูล ไล่ดูทีละจุด ก่อนโยงเป็นเลข 16 ต.ค. 69
5-3-4 มาแบบนี้! เปิดตาราง “แม่น คม ชัด” งวด 16 ต.ค. 69 ส่อง 4 ชุด 3 ตัวที่เลข 5 โผล่ซ้ำ
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย

