หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทรงผมครึ่งหัวถักเปีย หรือที่เรียกในภาษาจีนว่า เปี้ยนจื่อ

เขียนโดย Zummarikun

        ทรงผมครึ่งหัวถักเปีย หรือที่เรียกในภาษาจีนว่า เปี้ยนจื่อ (Bianzi) ไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่นหรือความชอบส่วนตัว แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเมือง และการทหารที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ซึ่งปกครองโดยชาวแมนจูใช้ทรงผมนี้เป็นเครื่องหมายแห่งความภักดี และการกดขี่เชิงสัญลักษณ์ ที่เปลี่ยนโฉมหน้าสังคมจีนไปตลอดกาล

        เดิมทีชาวแมนจูเป็นชนเผ่าเร่ร่อน และนักล่าสัตว์ในแถบแมนจูเรีย การโกนผมครึ่งหัวด้านหน้าแล้วถักผมด้านหลังเป็นเปียยาวมีประโยชน์ในแง่การดำรงชีวิตและการทำสงครามอย่างมาก เมื่อพวกเขาต้องขี่ม้าล่าสัตว์หรือต่อสู้ ผมม้าด้านหน้ามักจะบดบังทัศนวิสัยและรบกวนสายตา การโกนออกจึงช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนและคล่องตัวยิ่งขึ้น ส่วนผมเปียด้านหลังในยามค่ำคืนที่ต้องนอนกลางดินกินทรายในป่า ก็สามารถนำมาใช้ม้วนรองศีรษะแทนหมอนได้ด้วย ถือเป็นภูมิปัญญาของชนเผ่าที่เน้นการใช้งานจริงในการรบ

        จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1644 เมื่อกองทัพแมนจู บุกทะลวงด่านซานไฮ่กวาน และเข้ายึดครองกรุงปักกิ่ง ล้มล้างราชวงศ์หมิงของชาวฮั่นได้สำเร็จ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตัวเอ๋อร์กุ่น ได้ประกาศ "คำสั่งโกนศีรษะ" (Haircutting Order) บังคับให้ชายชาวฮั่นทุกคนต้องเปลี่ยนมาแต่งกายและไว้ทรงผมแบบแมนจูภายในเวลาสิบวัน โดยมีคำขาดที่เด็ดขาดว่า "ยอมเสียหัว ไม่ยอมเสียผม ยอมรักษาผม ต้องเสียหัว"

        สำหรับชาวฮั่นซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ การบังคับนี้ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างรุนแรง เนื่องจากชาวฮั่นยึดถือลัทธิขงจื๊ออย่างเคร่งครัด ซึ่งมีหลักคำสอนว่า "ร่างกาย ผิวหนัง และเส้นผม ได้รับมาจากบิดามารดา การทำลายถือเป็นความไม่อกตัญญู" การโกนผมจึงไม่ต่างอะไรจากการทำลายเกียรติยศและคุณธรรมของความเป็นมนุษย์

        ในเชิงรัฐศาสตร์และจิตวิทยาความมั่นคง ราชวงศ์ชิงใช้ทรงผมนี้เป็นเครื่องมือในการ "คัดกรอง" และ "สยบยอม" ชาวฮั่น การมองเห็นทรงผมจากระยะไกลทำให้ราชสำนักรู้ทันทีว่าใครยอมสยบและใครที่ยังคิดต่อต้าน การบังคับให้กลุ่มคนจำนวนมหาศาลยอมละทิ้งวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเองมาทำตามวัฒนธรรมของผู้ชนะ เป็นการทำลายอัตลักษณ์และจิตวิญญาณในการขัดขืนอย่างสิ้นเชิง ชายชาวฮั่นจำนวนมากยอมเลือกความตายมากกว่าการโกนผม จนเกิดการนองเลือดและกวาดล้างครั้งใหญ่ในหลายเมือง เช่น การสังหารหมู่ที่เมืองเจียติ้งและหยางโจว

        กาลเวลาผ่านไปเกือบสามร้อยปี ทรงผมที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความอัปยศและการกดขี่ กลับกลายเป็นความคุ้นชินและกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นจีนในสายตาชาวโลก จนกระทั่งราชวงศ์ชิงล่มสลายในการปฏิวัติซินไฮ่ ค.ศ. 1911 ชายชาวจีนจึงเริ่มพากันตัดผมเปียนี้ทิ้ง เพื่อต้อนรับยุคสมัยใหม่และสลัดทิ้งสัญลักษณ์แห่งการครอบงำของแมนจูในที่สุดค่ะ

เนื้อหาโดย: Zummarikun
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Zummarikun's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 87 ครั้ง
เขียนโดย Zummarikun
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Zummarikun
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคนอำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทยประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกEV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไรเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรขนบนร่างกายมนุษย์มีไว้ทำไมโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงทำไมฟองนมติดปากถึงเป็นโมเมนต์ที่น่ามอง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ให้ภาพเล่าเรื่อง
อัมพาตและอัมพฤกษ์ แตกต่าง​กัน​อย่างไร?ความหมาย​ของ​คำว่า​"บ่วง"คนเกิดปี 1992–1999 มีวัยเด็กที่หายาก โตมากับ Analog และเป็นวัยรุ่นในยุค Digitalทำไมเดินคุย “ข้าง ๆ กัน” บางครั้งถึงพูดเรื่องยากได้ง่ายกว่านั่งจ้องหน้ากัน?
ตั้งกระทู้ใหม่