หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมแผลใกล้หายแล้วถึงคัน

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

ทำไมแผลใกล้หายแล้วถึงคัน

หลายคนเคยเป็นแผลถลอก แผลมีดบาด หรือแผลเล็กๆ ตามผิวหนัง แล้วสังเกตว่าช่วงแรกอาจเจ็บ แสบ หรือระบม แต่พอผ่านไปหลายวัน แผลเริ่มแห้ง เริ่มตกสะเก็ด หรือเริ่มปิด กลับมีอาการคันขึ้นมาแทน จนอยากเกา อยากแกะสะเก็ด หรืออยากขูดตรงแผลให้หายรำคาญ

ความคันช่วงแผลใกล้หายไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ได้แปลว่าแผลกำลังแย่เสมอไป ในหลายกรณีมันเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังซ่อมแซมผิวหนัง สร้างเนื้อเยื่อใหม่ จัดระเบียบเส้นใยคอลลาเจน และให้เส้นประสาทบริเวณนั้นเริ่มกลับมารับความรู้สึกอีกครั้ง

หนึ่งในตัวละครสำคัญคือสารฮิสตามีน ซึ่งร่างกายหลั่งออกมาในกระบวนการอักเสบและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สารนี้มีบทบาทต่อการตอบสนองของภูมิคุ้มกันและการหายของแผล แต่ขณะเดียวกันก็สามารถกระตุ้นปลายประสาทในผิวหนัง ทำให้สมองแปลผลเป็นคำว่า “คัน” ได้

แผลหายไม่ได้แปลว่าผิวกลับมาเหมือนเดิมทันที

เวลามีแผล ผิวหนังไม่ได้ปิดตัวเองแบบเอาฝาปิดกล่อง แต่ต้องผ่านขั้นตอนหลายช่วง เริ่มจากหยุดเลือด ลดการปนเปื้อน กำจัดเศษเซลล์ที่เสียหาย สร้างเนื้อเยื่อใหม่ แล้วค่อยๆ ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น

ช่วงที่แผลเริ่มคันมักเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังสร้างเนื้อเยื่อใหม่และซ่อมแซมโครงสร้างใต้ผิวหนัง เซลล์หลายชนิดเข้ามาทำงานพร้อมกัน เส้นเลือดเล็กๆ เริ่มเข้ามาเลี้ยงพื้นที่แผล และเส้นใยคอลลาเจนถูกสร้างเพื่อพยุงผิวบริเวณนั้น

ดังนั้นอาการคันจึงเกิดได้เพราะพื้นที่แผลไม่ได้นิ่ง มันเป็นเหมือนไซต์ก่อสร้างเล็กๆ ใต้ผิวหนังที่กำลังซ่อมตลอดเวลา และปลายประสาทรอบๆ แผลก็รับรู้ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้

ฮิสตามีนเกี่ยวอะไรกับความคัน

ฮิสตามีนเป็นสารที่หลายคนรู้จักจากอาการแพ้ เช่น คัน ผื่น ลมพิษ น้ำมูกไหล หรือจาม แต่ในแผลที่กำลังหาย ฮิสตามีนก็มีบทบาทในกระบวนการอักเสบและการซ่อมแซมด้วย

เมื่อเนื้อเยื่อบาดเจ็บ ร่างกายจะส่งเซลล์ภูมิคุ้มกันและสารสื่อกลางหลายชนิดมายังบริเวณนั้น ฮิสตามีนสามารถทำให้หลอดเลือดบริเวณแผลขยายและเพิ่มการไหลเวียนบางส่วน เพื่อให้เซลล์ซ่อมแซมและสารต่างๆ เข้ามาทำงานได้ดีขึ้น

แต่ผลข้างเคียงคือฮิสตามีนและสารอื่นๆ ในบริเวณแผลสามารถกระตุ้นปลายประสาทรับความคันได้ เมื่อเส้นประสาทส่งสัญญาณไปสมอง สมองจึงแปลผลว่า “คัน” ทั้งที่ข้างใต้กำลังเป็นกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติ

เส้นประสาทรอบแผลกำลังกลับมาทำงาน

ตอนเกิดแผล ปลายประสาทเล็กๆ ในผิวหนังบางส่วนอาจถูกกระทบหรือระคายเคือง ช่วงแรกเราจึงรู้สึกเจ็บ แสบ หรือปวด แต่เมื่อแผลเริ่มซ่อมแซม เส้นประสาทบริเวณนั้นก็เริ่มตอบสนองต่อการยืด การแห้ง การตึง และสารเคมีที่หลั่งออกมา

ความรู้สึกคันจึงอาจเป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทบริเวณแผลกำลังรับสัญญาณจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าเส้นประสาทซ่อมเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่แปลว่าระบบรับความรู้สึกกำลังกลับเข้ามามีบทบาทในพื้นที่แผล

นี่เป็นเหตุผลที่แผลบางชนิดคันมากในช่วงเริ่มปิด เพราะผิวใหม่ยังบอบบาง แห้งง่าย และปลายประสาทยังไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าผิวปกติ

สะเก็ดแผลทำให้ผิวตึงและคันได้

เมื่อแผลเริ่มแห้ง ร่างกายอาจสร้างสะเก็ดขึ้นมาปกคลุมบริเวณแผล สะเก็ดทำหน้าที่เหมือนเกราะชั่วคราว ช่วยป้องกันแผลจากสิ่งสกปรกและช่วยให้เนื้อเยื่อข้างใต้มีเวลาซ่อมตัวเอง

แต่สะเก็ดแผลมักแข็ง แห้ง และตึง เมื่อผิวรอบๆ ขยับ เช่น งอแขน เดิน ยิ้ม หรือขยับนิ้ว สะเก็ดอาจดึงผิวใหม่ด้านล่างและกระตุ้นปลายประสาท ทำให้รู้สึกคันหรือจี๊ดๆ ได้

ยิ่งแผลแห้งมาก ผิวรอบแผลก็ยิ่งตึงและคันง่าย นี่คือเหตุผลที่การดูแลแผลให้ชุ่มชื้นพอดีตามคำแนะนำที่เหมาะสม มักช่วยลดความคันและช่วยให้แผลหายได้ดีขึ้นกว่าปล่อยให้แห้งแตกมากเกินไป

ทำไมยิ่งเกายิ่งอยากเกา

เวลาคันแล้วเกา สมองอาจรู้สึกโล่งชั่วคราว เพราะความเจ็บเล็กๆ จากการเกาช่วยกลบสัญญาณคันได้สั้นๆ แต่ปัญหาคือการเกาอาจทำให้ผิวที่กำลังซ่อมอยู่ระคายเคืองมากขึ้น

ถ้าเกาแรง แกะสะเก็ด หรือถูแผลซ้ำๆ เนื้อเยื่อใหม่ที่ยังบอบบางอาจฉีกออก เลือดซึม แผลเปิดใหม่ หรือเชื้อโรคจากเล็บเข้าสู่แผลได้ ทำให้หายช้าลงและเพิ่มโอกาสติดเชื้อ

นี่คือวงจรที่ควรระวัง คันจึงเกา เกาแล้วแผลระคายเคือง แผลระคายเคืองแล้วคันมากขึ้น สุดท้ายจากแผลที่ควรใกล้หาย อาจกลายเป็นแผลที่หายช้าและทิ้งรอยมากกว่าเดิม

ความคันแบบปกติกับความคันที่ควรระวังต่างกันอย่างไร

ความคันแบบปกติมักเกิดเมื่อแผลเริ่มแห้ง เริ่มปิด หรือเริ่มตกสะเก็ด อาจคันเป็นพักๆ แต่แผลโดยรวมควรดูดีขึ้น แดงลดลง บวมน้อยลง เจ็บน้อยลง และไม่มีหนองหรือกลิ่นผิดปกติ

แต่ถ้าคันร่วมกับอาการบวมแดงมากขึ้น ร้อนบริเวณแผล ปวดมากขึ้น มีหนอง มีกลิ่นเหม็น มีไข้ หรือรอยแดงลามออกไปจากแผล อาการเหล่านี้ไม่ควรมองว่าเป็นแค่แผลใกล้หาย เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ

อีกกรณีที่ควรระวังคือคันจากการแพ้พลาสเตอร์ ยาทา น้ำยาล้างแผล หรือครีมบางชนิด ถ้าผื่นแดงคันเป็นรูปตามขอบพลาสเตอร์ หรือคันลามรอบแผลหลังใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ อาจไม่ใช่ความคันจากการหายของแผล แต่เป็นผิวระคายเคืองหรือแพ้สัมผัส

ทำไมแผลบางคนคันมากกว่าอีกคน

ความคันระหว่างแผลหายไม่เท่ากันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับขนาดแผล ตำแหน่งแผล ความแห้งของผิว การดูแลแผล ความไวของเส้นประสาท และพื้นฐานผิวของแต่ละคน บางคนผิวแห้งหรือแพ้ง่ายอยู่แล้ว จึงคันง่ายกว่าคนอื่น

แผลในบริเวณที่ขยับบ่อย เช่น ข้อศอก เข่า ข้อนิ้ว หรือมุมปาก อาจคันและตึงมากกว่า เพราะผิวบริเวณนั้นถูกดึงซ้ำๆ ระหว่างวัน ส่วนแผลที่อยู่ใต้ผ้าปิดแผลหรือโดนเหงื่อบ่อย ก็อาจคันจากความอับและการระคายเคืองได้

คนที่มีเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ เลือดไหลเวียนไม่ดี หรือมีแผลเรื้อรัง ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะแผลอาจหายช้ากว่าปกติ และความคันอาจไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณหายของแผลอย่างเดียว

ควรทำอย่างไรเมื่อแผลคัน

สิ่งแรกคืออย่าแกะสะเก็ดและอย่าเกาด้วยเล็บ ถ้าคันมาก ให้ลองกดเบาๆ รอบแผลแทนการขูดตรงแผล หรือเบี่ยงความสนใจสักพัก เพราะความคันมักมาเป็นคลื่นแล้วค่อยๆ ลดลงได้เอง

ควรดูแลแผลให้สะอาดและชุ่มชื้นในระดับที่เหมาะสม ไม่ปล่อยให้แผลแห้งแตกมากเกินไป และไม่ทายาหรือสมุนไพรหลายอย่างผสมกันเอง เพราะบางอย่างอาจทำให้ระคายเคืองหรือแพ้มากขึ้น

ถ้าแผลอยู่ในตำแหน่งที่เสียดสีกับเสื้อผ้า ควรปิดแผลให้เหมาะสมเพื่อกันการถูซ้ำ แต่ต้องเปลี่ยนผ้าปิดแผลตามความเหมาะสม ไม่ปล่อยให้อับชื้นหรือสกปรก เพราะความอับก็ทำให้คันและเสี่ยงติดเชื้อได้

ควรใช้แอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ซ้ำๆ ไหม

หลายคนคิดว่าแผลคันหรือแผลเริ่มตกสะเก็ดต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแรงๆ ล้างซ้ำให้สะอาดที่สุด แต่การใช้สารแรงๆ ซ้ำบ่อยอาจทำให้ผิวใหม่ระคายเคืองและรบกวนการซ่อมแซมของแผลได้

แผลเล็กทั่วไปมักต้องการการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนและการป้องกันไม่ให้สกปรกมากกว่า ไม่ใช่การเผาแผลด้วยน้ำยารุนแรงทุกวันจนเนื้อเยื่อใหม่ถูกทำร้าย

ถ้าไม่แน่ใจว่าแผลควรล้างหรือทาอะไร ควรใช้วิธีตามคำแนะนำของแพทย์ เภสัชกร หรือบุคลากรสาธารณสุข โดยเฉพาะแผลลึก แผลสกปรก แผลจากสัตว์กัด หรือแผลในคนที่มีโรคประจำตัว

การให้แผลชุ่มชื้นพอดีช่วยลดคันได้

ความเชื่อเก่าว่าแผลต้องแห้งที่สุดถึงจะหายดี ไม่จริงเสมอไป แผลที่แห้งแตกมากอาจคัน ตึง และเจ็บได้ง่ายกว่า เพราะสะเก็ดแข็งดึงผิวใหม่ด้านล่างตลอดเวลา

การดูแลให้แผลชุ่มชื้นอย่างพอดี เช่น ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตามคำแนะนำและปิดแผลอย่างถูกวิธี อาจช่วยให้ผิวใหม่สร้างตัวได้ดีขึ้น ลดการตึง และลดความอยากเกาได้

แต่ชุ่มชื้นไม่ได้แปลว่าเปียกแฉะหรืออับ ถ้าแผลมีน้ำเหลืองมาก ผ้าปิดแผลเปียก มีกลิ่น หรือผิวรอบแผลเปื่อย ควรเปลี่ยนวิธีดูแลหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อไรควรไปพบแพทย์

ควรไปพบแพทย์ถ้าแผลมีอาการแดงลาม บวมมากขึ้น ร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง มีกลิ่นเหม็น มีไข้ หรือมีเส้นแดงพาดออกจากแผล เพราะอาจเป็นสัญญาณติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษา

ถ้าแผลลึก แผลจากของสกปรก แผลถูกสัตว์กัด แผลถูกตะปูหรือของมีสนิมตำ หรือไม่แน่ใจเรื่องวัคซีนบาดทะยัก ก็ควรให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรดูแลเองจนพลาดช่วงเวลาสำคัญ

สำหรับคนเป็นเบาหวาน มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีปัญหาเลือดไหลเวียนไม่ดี แม้แผลเล็กก็ไม่ควรมองข้าม เพราะแผลอาจหายช้าและติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

สรุป

แผลใกล้หายแล้วคัน เพราะร่างกายกำลังซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สร้างผิวใหม่ จัดระเบียบคอลลาเจน และกระตุ้นปลายประสาทรอบแผลให้กลับมารับความรู้สึกมากขึ้น สารอย่างฮิสตามีนและสารสื่อกลางอื่นๆ ในกระบวนการหายของแผลสามารถไประคายเคืองเส้นประสาทจนสมองแปลผลว่าเป็นความคันได้

ความคันเล็กน้อยถึงปานกลางช่วงแผลเริ่มแห้งหรือเริ่มปิดมักพบได้ แต่ไม่ควรเกาหรือแกะสะเก็ด เพราะอาจทำให้แผลเปิดใหม่ หายช้าลง ติดเชื้อ หรือทิ้งรอยชัดกว่าเดิม

ทางที่ดีคือดูแลแผลให้สะอาด ชุ่มชื้นพอดี ป้องกันการเสียดสี และสังเกตสัญญาณอันตราย ถ้ามีหนอง บวมแดงร้อน ปวดมากขึ้น กลิ่นเหม็น ไข้ หรือรอยแดงลาม ควรพบแพทย์ เพราะนั่นอาจไม่ใช่แค่ความคันจากแผลหาย แต่เป็นสัญญาณว่าแผลกำลังมีปัญหา

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 44 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แก้วพลาสติกชนิด PET และ PP แตกต่างกันอย่างไร?8 รถจักรยานยนต์ที่คนนิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทยเปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรืองทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?10 เมนูแปลกๆ แดนอีสานเลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/695 อุทยานที่สวยที่สุดในไทย10 กุศโลบายแปลกๆของคนไทยรู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ5 จังหวัดที่มีธรรมชาติน่าค้นหาและท้าทายที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 เมนูแปลกๆ แดนอีสาน8 รถจักรยานยนต์ที่คนนิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทยแก้วพลาสติกชนิด PET และ PP แตกต่างกันอย่างไร?จุดกำเนิดไฟฟ้าครั้งแรกในสยาม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รถเก็บขยะเอาไปไหนประเทศอากาศบริสุทธิ์ที่สุดในโลกทำไมยังกินของหวานได้หลังอิ่มชาบูหมูกระทะเกิดมาเพื่อประหยัดถ่านจริงไหม
ตั้งกระทู้ใหม่