หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กิมจิช่วยขับไมโครพลาสติกได้จริงไหม งานวิจัยใหม่ตอบไว้น่าสนใจ


เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด


งานวิจัยจากเกาหลีใต้พบแบคทีเรียสายพันธุ์หนึ่งที่แยกได้จากกิมจิ อาจช่วยจับนาโนพลาสติกในลำไส้และเพิ่มการขับออกทางอุจจาระในหนูทดลอง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าการกินกิมจิจะล้างพลาสติกจิ๋วในร่างกายมนุษย์ได้โดยตรง

กิมจิ อาหารหมักที่หลายคนคุ้นเคยจากเกาหลี กำลังถูกพูดถึงในมุมใหม่ หลังมีงานวิจัยพบว่าแบคทีเรียบางสายพันธุ์ที่แยกได้จากกิมจิ อาจช่วยจับอนุภาคนาโนพลาสติกในลำไส้ และเพิ่มการขับออกทางอุจจาระในสัตว์ทดลอง

ข้อมูลนี้มาจากทีมวิจัยของ World Institute of Kimchi ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งศึกษาจุลินทรีย์ชื่อ Leuconostoc mesenteroides CBA3656 แบคทีเรียกรดแลกติกที่พบในอาหารหมักอย่างกิมจิ โดยงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Bioresource Technology เมื่อปี 2026

ประเด็นที่ทำให้คนสนใจ ไม่ใช่เพราะกิมจิกลายเป็น “ยาล้างไมโครพลาสติก” แต่เป็นเพราะงานทดลองชี้ว่า จุลินทรีย์บางชนิดอาจมีบทบาทในการจับพลาสติกจิ๋วในระบบทางเดินอาหารได้

ไมโครพลาสติกกับนาโนพลาสติกต่างกันอย่างไร

คำว่าไมโครพลาสติกมักใช้เรียกอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กมาก ส่วน นาโนพลาสติก มีขนาดเล็กลงไปอีก โดยแหล่งข้อมูลจากงานวิจัยนี้อธิบายว่าเป็นอนุภาคเล็กกว่า 1 ไมโครเมตร เกิดจากพลาสติกขนาดใหญ่แตกตัวลงตามเวลา

อนุภาคเหล่านี้อาจเข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว งานวิจัยด้านนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษา เพราะนักวิทยาศาสตร์ยังต้องหาคำตอบอีกมากว่า อนุภาคขนาดเล็กมากเหล่านี้ส่งผลต่อร่างกายในระยะยาวอย่างไร

สิ่งที่งานศึกษานี้โฟกัส คือการดูว่าแบคทีเรียจากอาหารหมักสามารถ “จับ” นาโนพลาสติกในสภาพแวดล้อมที่คล้ายลำไส้ได้หรือไม่

แบคทีเรียจากกิมจิจับนาโนพลาสติกได้แค่ไหน

ทีมวิจัยทดสอบแบคทีเรีย Leuconostoc mesenteroides CBA3656 กับนาโนพลาสติกชนิดโพลิสไตรีน ผลที่รายงานระบุว่า ภายใต้สภาพห้องทดลองทั่วไป แบคทีเรียสายพันธุ์นี้มีประสิทธิภาพในการดูดจับนาโนพลาสติก 87%

เมื่อนำไปทดสอบในสภาพแวดล้อมจำลองที่คล้ายลำไส้มนุษย์ ประสิทธิภาพยังคงอยู่ที่ 57% ขณะที่แบคทีเรียเปรียบเทียบบางสายพันธุ์ลดลงมากกว่าเดิมอย่างชัดเจน

ข้อมูลนี้ทำให้ทีมวิจัยมองว่า CBA3656 อาจมีคุณสมบัติจับกับอนุภาคนาโนพลาสติกได้ค่อนข้างเสถียรในสภาพที่ใกล้กับระบบย่อยอาหาร

ผลในหนูทดลองพบการขับออกเพิ่มขึ้น

นอกจากการทดลองในห้องแล็บ ทีมวิจัยยังทดสอบในหนูปลอดเชื้อ พบว่ากลุ่มที่ได้รับแบคทีเรีย CBA3656 มีปริมาณนาโนพลาสติกในอุจจาระมากกว่ากลุ่มควบคุมมากกว่า 2 เท่า ทั้งในหนูเพศผู้และเพศเมีย

การพบอนุภาคในอุจจาระมากขึ้นทำให้นักวิจัยเสนอความเป็นไปได้ว่า แบคทีเรียอาจช่วยจับนาโนพลาสติกในลำไส้ แล้วพาออกจากร่างกายผ่านการขับถ่าย

แต่จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ ผลนี้ยังอยู่ในระดับห้องทดลองและสัตว์ทดลอง ไม่ใช่การทดลองในคนทั่วไปที่กินกิมจิในชีวิตประจำวัน

 

กินกิมจิแล้วล้างไมโครพลาสติกได้ไหม

คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้คือ ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้

งานวิจัยนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่า การกินกิมจิหนึ่งจานหรือกินเป็นประจำ จะสามารถกำจัดไมโครพลาสติกหรือนาโนพลาสติกออกจากร่างกายมนุษย์ได้โดยตรง เพราะปริมาณแบคทีเรียในกิมจิจริงอาจแตกต่างกันตามสูตร การหมัก การเก็บรักษา และการผ่านความร้อน

กิมจิหลายชนิดมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบลำไส้ แต่การนำผลจากแบคทีเรียสายพันธุ์เฉพาะในห้องทดลองมาเทียบกับการกินอาหารจริง ยังต้องใช้หลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์

มุมที่เกี่ยวกับคนไทย

สำหรับคนไทย ประเด็นนี้อาจน่าสนใจเพราะอาหารหมักไม่ได้มีแค่กิมจิ แต่ในไทยก็มีอาหารหมักหลายชนิด เช่น ผักดองบางแบบ ปลาร้า แหนม หรืออาหารหมักพื้นบ้านอื่น ๆ

แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารหมักทุกชนิดจะมีผลเหมือนกันกับงานวิจัยนี้ เพราะงานศึกษานี้ระบุสายพันธุ์แบคทีเรียอย่างเฉพาะเจาะจง คือ Leuconostoc mesenteroides CBA3656 ที่แยกได้จากกิมจิ

ดังนั้น หากจะพูดให้ตรงหลักฐาน กิมจิในข่าวนี้เป็นจุดเริ่มต้นของงานวิจัยเรื่องจุลินทรีย์กับนาโนพลาสติก มากกว่าจะเป็นคำตอบสำเร็จรูปสำหรับการล้างพลาสติกจิ๋วในร่างกาย

ลดการรับพลาสติกจิ๋วยังสำคัญกว่า

ในชีวิตประจำวัน วิธีที่มีเหตุผลกว่ายังคงเป็นการลดโอกาสรับพลาสติกจิ๋วเข้าสู่ร่างกาย เช่น ลดการอุ่นอาหารในภาชนะพลาสติก ใช้ภาชนะที่เหมาะกับความร้อน เลือกอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยลง และดูแลสุขภาพลำไส้ด้วยอาหารที่หลากหลาย

ส่วนกิมจิยังสามารถเป็นอาหารหมักที่กินได้ในฐานะอาหารทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ชอบรสเปรี้ยว เผ็ด และเค็มแบบเกาหลี แต่ควรระวังปริมาณโซเดียมในคนที่ต้องควบคุมเค็มหรือมีโรคประจำตัวบางกลุ่ม

งานวิจัยนี้จึงเป็นข่าวดีในเชิงวิทยาศาสตร์อาหารและจุลินทรีย์ แต่ยังไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ให้กินกิมจิเพื่อขับไมโครพลาสติก หากมีโรคประจำตัวหรือข้อจำกัดด้านอาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับการกินอย่างจริงจัง

KEY TAKEAWAYS:

 

 

 

เนื้อหาโดย: หนูอยากเป็นเศรษฐี
แหล่งที่มา: National Research Council of Science & Technology, World Institute of Kimchi, ScienceDaily, DongA Science

อ้างอิง:
https://www.eurekalert.org/news-releases/1120173
https://www.sciencedaily.com/releases/2026/05/260517211451.htm
https://www.dongascience.com/en/news/76761
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เศรษฐีนี สวย รวย โสด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 66 ครั้ง
เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด
ชอบอ่าน ชอบเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: หนูอยากเป็นเศรษฐี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลกลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปีควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวรายงานสภาพความยากจนของคนไทยเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำกระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวยกล้องชัด!ร้องสื่อฯ สิบล้อชุ่ยทำเชือกมัดเต้นท์ร่วงท้ายรถลงถนนทำ จยย.ล้มลากไกลกว่า 100 เมตรดับ คนขับไม่รับผิดชอบ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
อาการปวดหัวจี๊ดตอนกินไอศกรีมที่ทำให้เราต้องหยุดชะงักเกิดจากอะไรกันแน่ทำไมแค่พริกไทยป่นปลิวเข้าจมูกนิดเดียวถึงทำเอาเราจามไม่หยุดคนท้องดูสุริยุปราคาได้ไหม? แยกความเชื่อจากข้อเท็จจริงเคล็ดลับการบรรเทาอาการปวดเหงือกจากฟันคุดด้วยการอมน้ำเกลือ
ตั้งกระทู้ใหม่