คนที่พูดเก่งที่สุดในออฟฟิศ อาจไม่ใช่คนที่องค์กรขาดไม่ได้
ถ้าเดินเข้าไปในออฟฟิศสักแห่ง แล้วถามว่าใครคือคนสำคัญที่สุด หลายคนมักมองไปที่คนที่พูดเก่งที่สุด ประชุมบ่อยที่สุด และเป็นคนที่ทุกคนเห็นหน้าอยู่ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริง คนที่องค์กรขาดไม่ได้กลับอาจเป็นอีกคนหนึ่งที่แทบไม่มีใครพูดถึงเลย
แทบทุกองค์กรจะมีคนอยู่สองประเภท คนแรกคือคนที่เสียงดัง มีความคิดเห็นทุกเรื่อง พร้อมแสดงความคิดเห็นในทุกการประชุม และมักทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าเขาคือศูนย์กลางของทีม ส่วนอีกคนหนึ่งกลับเงียบกว่า ไม่ค่อยออกตัว ไม่ค่อยอวดผลงาน แต่เมื่อถึงเวลาที่งานมีปัญหา ทุกคนกลับเดินไปหาเขาเป็นคนแรก
ความน่าสนใจคือ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ประเมินคุณค่าของเพื่อนร่วมงานจากผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว แต่ประเมินจากสิ่งที่มองเห็น คนที่พูดบ่อยจึงมักถูกจดจำได้ง่ายกว่า แม้ว่าบางครั้งคนที่ทำให้งานเดินหน้าอย่างแท้จริง จะเป็นคนที่กำลังนั่งแก้ปัญหาอยู่เงียบ ๆ หลังหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ตาม
ในทางจิตวิทยา มนุษย์มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับสิ่งที่เห็นบ่อย สิ่งที่ได้ยินบ่อย และคนที่สร้างการรับรู้กับเราอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้หลายองค์กรเผลอสับสนระหว่าง "คนที่โดดเด่น" กับ "คนที่มีคุณค่า"
หลายบริษัทเคยเจอสถานการณ์คล้ายกัน พนักงานคนหนึ่งดูเหมือนจะทำทุกอย่าง เป็นคนพูดกับลูกค้า เป็นคนพูดในที่ประชุม เป็นคนอัปเดตงานตลอดเวลา แต่เมื่อเขาลาหยุดกลับพบว่าองค์กรยังเดินต่อได้แทบไม่ต่างจากเดิม ขณะเดียวกัน พนักงานอีกคนหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง พอเขาลาเพียงสองวัน ระบบเริ่มสะดุด ลูกค้าเริ่มโทรตาม เอกสารเริ่มค้าง และทุกคนเพิ่งรู้ว่าเขาคือคนที่คอยเชื่อมทุกอย่างไว้เงียบ ๆ
ความแตกต่างอยู่ตรงนี้ คนที่สร้างภาพลักษณ์เก่ง อาจทำให้ตัวเองถูกมองเห็น แต่คนที่สร้างคุณค่าเก่ง จะทำให้องค์กรเดินต่อได้ แม้ไม่มีใครปรบมือให้ก็ตาม
แน่นอน การสื่อสารเป็นทักษะสำคัญ คนที่พูดเก่งไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความสามารถ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อองค์กรเริ่มใช้ "ความดัง" เป็นตัววัดผลงาน เพราะเมื่อเป็นเช่นนั้น คนที่ทำงานจริงจะเริ่มรู้สึกว่าผลงานไม่สำคัญเท่าการพูดถึงผลงาน
เมื่อวัฒนธรรมแบบนี้เกิดขึ้นนานพอ คนเก่งจำนวนหนึ่งจะเลือกเงียบ บางคนย้ายงาน บางคนหมดไฟ เพราะรู้ว่าต่อให้ทำงานหนักเพียงใด หากไม่เก่งในการสร้างภาพ ก็ยากที่จะได้รับการยอมรับเท่าคนที่พูดเก่งกว่า
องค์กรที่แข็งแรงจึงไม่ได้สร้างระบบที่ให้รางวัลกับคนที่เสียงดังที่สุด แต่สร้างระบบที่มองเห็นคุณค่าของคนทุกประเภท คนที่คิด คนที่ลงมือทำ คนที่ประสานงาน คนที่แก้ปัญหา และคนที่ทำให้งานของคนอื่นสำเร็จ แม้ชื่อของเขาจะไม่เคยอยู่บนสไลด์นำเสนอเลยก็ตาม
ผู้บริหารที่มีประสบการณ์มักสังเกตเรื่องหนึ่งได้เร็ว พวกเขาไม่ได้ดูว่าใครพูดมากที่สุด แต่ดูว่าเวลามีปัญหา ทุกคนหันไปหาใคร เพราะคำตอบนั้นมักสะท้อนโครงสร้างที่แท้จริงขององค์กรได้ดีกว่ารายงานประเมินผลหลายสิบหน้า
น่าเสียดายที่หลายองค์กรรู้คุณค่าของคนเงียบ ๆ ก็ต่อเมื่อเขายื่นใบลาออก วันนั้นเองจึงเริ่มมีคำถามว่า ทำไมงานหลายอย่างถึงหยุดพร้อมกัน ทั้งที่ตำแหน่งของเขาดูธรรมดาเหลือเกิน
คนทำงานจำนวนมากไม่ต้องการคำชมทุกวัน ไม่ต้องการให้ใครยกย่องตลอดเวลา สิ่งที่พวกเขาต้องการคือการได้รับการประเมินจากผลงานจริง มากกว่าความสามารถในการพูดหรือการสร้างภาพลักษณ์
สุดท้ายแล้ว องค์กรไม่ได้เติบโตจากคนที่พูดเก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่มันเติบโตจากคนที่ทำให้ระบบทั้งหมดเดินหน้าได้อย่างเงียบ ๆ ทุกวัน และคนแบบนี้ มักเป็นคนที่เราเผลอมองข้ามมากที่สุด
บางครั้ง คนที่นั่งเงียบอยู่มุมห้อง อาจเป็นคนที่กำลังแบกทั้งองค์กรไว้ โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยก็ได้
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ทำไมตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งติดพื้นในบ้าน..และเเตกต่างกับศาลตายายของไทยอย่างไร?
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม?
3 กาแฟนมยอดฮิต: ลาเต้ คาปูชิโน แฟลตไวต์ แตกต่างกันอย่างไร?
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
ค่าเทอมโรงเรียน 2569 ต้องเตรียมเงินเท่าไร? สรุปโรงเรียนรัฐบาล–เอกชน–นานาชาติ พร้อมค่าใช้จ่ายแฝง
แค่ “ไฟล์ภาพ” ไฟล์เดียว ทำไมถึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเจาะเข้า OpenAI ได้?
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่
ทำไม LEGO 2x4 เพียง 6 ก้อนจึงสร้างแบบต่อได้มหาศาล
ทองคำละลายในมหาสมุทรมีมากถึง 20 ล้านตันจริงหรือไม่
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
ทำไมเรานอนนิ่งได้ทั้งที่โลกหมุนและโคจรด้วยความเร็วสูง


