วงแหวนดาวเสาร์ไม่ได้เป็นแผ่นแข็ง แต่มาจากน้ำแข็งและเศษหินนับไม่ถ้วน
ภาพวงแหวนที่ดูนิ่งและสวยงามรอบดาวเสาร์ แท้จริงคือระบบของก้อนน้ำแข็ง ฝุ่น และเศษหินจำนวนมหาศาลที่โคจรด้วยความเร็วต่างกัน
ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่หลายคนจำได้จากวงแหวนขนาดใหญ่รอบตัว แต่ภาพที่เห็นสวยงามนั้นไม่ได้เป็นแผ่นแข็งเรียบเหมือนจานขนาดมหึมา ข้อมูลจาก NASA ระบุว่าวงแหวนของดาวเสาร์ประกอบด้วยชิ้นส่วนเล็ก ๆ จำนวนมาก ทั้งน้ำแข็ง หิน และฝุ่น ที่โคจรรอบดาวเคราะห์ด้วยความเร็วต่างกัน
สิ่งที่ทำให้ดาวเสาร์โดดเด่นกว่าดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ดวงอื่น คือวงแหวนของมันสว่างและมองเห็นได้ชัดกว่า แม้ดาวพฤหัสบดี ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูนจะมีวงแหวนเช่นกัน แต่วงแหวนเหล่านั้นจางและสังเกตได้ยากกว่ามาก
วงแหวนที่ดูนิ่ง แต่จริง ๆ เคลื่อนไหวตลอดเวลา
จากระยะไกล วงแหวนดาวเสาร์ดูเหมือนเส้นบาง ๆ ที่วางนิ่งอยู่รอบดาวเคราะห์ แต่ในระดับจริง อนุภาคแต่ละชิ้นกำลังโคจรอยู่ตลอดเวลา
NASA อธิบายว่า ชิ้นส่วนในวงแหวนมีตั้งแต่เม็ดน้ำแข็งขนาดเล็กเท่าฝุ่น ไปจนถึงก้อนขนาดใหญ่ใกล้เคียงบ้าน และบางชิ้นอาจใหญ่กว่านั้น แต่ละวงโคจรด้วยความเร็วไม่เท่ากันตามระยะห่างจากดาวเสาร์
ยิ่งอยู่ใกล้ดาวเสาร์มาก อนุภาคยิ่งได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงมากขึ้น ภาพวงแหวนที่ดูสงบจึงเป็นระบบที่มีการเคลื่อนไหวละเอียดอยู่ตลอดเวลา
กว้างมาก แต่บางอย่างไม่น่าเชื่อ
วงแหวนของดาวเสาร์มีขนาดใหญ่จนเทียบได้กับโครงสร้างระดับอวกาศ NASA ระบุว่าระบบวงแหวนแผ่ออกไปได้ไกลประมาณ 282,000 กิโลเมตรจากดาวเสาร์ แต่ความหนาแนวตั้งของวงแหวนหลักโดยทั่วไปอยู่ราว 10 เมตรเท่านั้น
ความบางนี้ทำให้เกิดภาพที่น่าสนใจเมื่อมองจากโลก ในบางช่วงที่วงแหวนเอียงจนเราเห็นด้านข้างมากขึ้น วงแหวนอาจดูจางหรือแทบมองไม่เห็น ไม่ใช่เพราะหายไป แต่เพราะด้านข้างของมันบางมากเมื่อเทียบกับความกว้างทั้งหมด
วงแหวนไม่ได้มีแค่ชั้นเดียว
ระบบวงแหวนของดาวเสาร์แบ่งออกเป็นหลายชั้น โดยวงแหวนหลักที่รู้จักกันมากคือ A, B และ C ส่วน D, E, F และ G มีความจางกว่า NASA ระบุว่าถ้าเรียงจากใกล้ดาวเสาร์ออกไปด้านนอก จะเป็น D, C, B, Cassini Division, A, F, G และ E
หนึ่งในช่องว่างที่เด่นที่สุดคือ Cassini Division ซึ่งคั่นระหว่างวงแหวน A และ B ช่องว่างนี้มีความกว้างราว 4,700 กิโลเมตร ทำให้ระบบวงแหวนของดาวเสาร์ไม่ได้เป็นแผ่นเดียวต่อเนื่อง แต่มีโครงสร้างซับซ้อนเป็นชั้น ๆ
แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์บริวารดาวเสาร์ยังมีบทบาทต่อรูปร่างของวงแหวนด้วย ดวงจันทร์บางดวงทำหน้าที่คล้ายตัวกำกับแนวอนุภาค ทำให้เกิดขอบวงแหวนที่คม ช่องว่าง และลวดลายย่อยภายในระบบวงแหวน
วงแหวนเกิดจากอะไร ยังเป็นคำถามใหญ่
ต้นกำเนิดของวงแหวนดาวเสาร์ยังไม่ใช่ข้อสรุปเดียวที่นักวิทยาศาสตร์เห็นตรงกันทั้งหมด NASA ระบุว่าวงแหวนอาจเป็นชิ้นส่วนของดาวหาง ดาวเคราะห์น้อย หรือดวงจันทร์ที่แตกออกก่อนจะเข้าใกล้ดาวเสาร์มากเกินไป และถูกแรงโน้มถ่วงของดาวเสาร์ฉีกกระจาย
อีกแนวคิดหนึ่งมองว่าวงแหวนอาจเกี่ยวข้องกับการชนกันของวัตถุในระบบดาวเสาร์ เศษน้ำแข็งและเศษหินจากเหตุการณ์เหล่านั้นอาจค่อย ๆ กระจายตัวและเรียงตัวเป็นวงโคจรรอบดาวเคราะห์
ข้อมูลจากยาน Cassini ทำให้เรื่องนี้ชัดขึ้นหลายส่วน ยานลำนี้เริ่มศึกษาดาวเสาร์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ปี 2004 และสิ้นสุดภารกิจในปี 2017 โดยช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจดาวเสาร์ วงแหวน และดวงจันทร์บริวารมากขึ้น
วงแหวนอาจไม่ได้อยู่ถาวร
ความน่าสนใจอีกอย่างคือ วงแหวนดาวเสาร์อาจไม่ใช่โครงสร้างถาวร NASA เคยเผยแพร่งานวิจัยที่ระบุว่า วัสดุบางส่วนจากวงแหวนกำลังตกลงสู่ดาวเสาร์ในลักษณะที่เรียกว่า “ring rain” หรือฝนวงแหวน
ข้อมูลดังกล่าวเสนอว่า หากรวมกระบวนการสูญเสียวัสดุหลายแบบ วงแหวนอาจมีอายุเหลือในระดับต่ำกว่า 100 ล้านปีตามบางการประเมิน แต่ช่วงเวลานี้ยังยาวนานมากเมื่อเทียบกับชีวิตมนุษย์ และประเด็นอายุที่แท้จริงของวงแหวนยังเป็นหัวข้อศึกษาต่อในวงการดาราศาสตร์
สำหรับคนที่มองดาวเสาร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ วงแหวนจึงไม่ใช่แค่ภาพสวยของดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ แต่เป็นระบบธรรมชาติที่รวมแรงโน้มถ่วง การชนกันของวัตถุ น้ำแข็ง ฝุ่น และการเปลี่ยนแปลงระดับจักรวาลไว้ในโครงสร้างเดียว
KEY TAKEAWAYS:
- วงแหวนดาวเสาร์ไม่ได้เป็นแผ่นแข็ง แต่ประกอบด้วยน้ำแข็ง หิน และฝุ่นจำนวนมหาศาล
- ระบบวงแหวนแผ่ออกไปไกลมาก แต่ความหนาแนวตั้งของวงแหวนหลักบางเพียงระดับสิบเมตร
- วงแหวนแบ่งเป็นหลายชั้น เช่น A, B, C, D, E, F และ G พร้อมช่องว่าง Cassini Division
- ต้นกำเนิดของวงแหวนยังมีหลายสมมติฐาน ทั้งดวงจันทร์แตก ดาวหาง หรือวัตถุที่ถูกแรงโน้มถ่วงฉีกออก
- ข้อมูลจาก Cassini ชี้ว่าวงแหวนมีการสูญเสียวัสดุลงสู่ดาวเสาร์ และอาจไม่ใช่โครงสร้างถาวร
แหล่งที่มา: NASA, NASA Science, NASA Jet Propulsion Laboratory,
อ้างอิง:
https://science.nasa.gov/saturn/facts/
https://science.nasa.gov/solar-system/nasa-research-reveals-saturn-is-losing-its-rings-at-worst-case-scenario-rate/
https://science.nasa.gov/mission/cassini/
เขียนโดย dukedicknarak
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
มูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
รวมไฟล์ข้อสอบเก่า ก.พ. (ภาค ก) ปี 2557–2569
8 โมเดลรถเหล็ก Tomica ที่คุ้มค่าเก็บสะสม! รุ่นไหนหายากจนราคาพุ่ง
7 บอร์ดเกมเศรษฐียุคแรก ๆ ของไทย! ของเล่นบนกระดานที่เคยอยู่ตามบ้าน วันนี้ชุดครบกลายเป็นของสะสม
5 ของเล่นสมัยก่อนที่คนนิยมเล่นกันที่สุด! ผ่านมาหลายสิบปี เด็กยุคนี้ก็ยังเล่น

