สปาเก็ตตี้แกงเขียวหวานปลาสลิดกรอบ เมนูไทยอิตาเลียนหอมกะทิ เผ็ดนัว กรอบมันจนหยุดกินยาก
สปาเก็ตตี้แกงเขียวหวานปลาสลิดกรอบ เป็นเมนูฟิวชั่นที่เอาความหอมเข้มของแกงเขียวหวานไทย มาคลุกกับเส้นสปาเก็ตตี้เหนียวนุ่มแบบอิตาเลียน แล้วปิดท้ายด้วยปลาสลิดทอดกรอบที่เค็มมันกำลังดี
จานนี้กินแล้วได้ความรู้สึกทั้งคุ้นและแปลกในเวลาเดียวกัน กลิ่นพริกแกงเขียวหวานกับกะทิยังชัดเหมือนอาหารไทยแท้ แต่พอเคลือบอยู่บนเส้นสปาเก็ตตี้ กลับกลายเป็นจานพาสต้าที่มีรสจัดจ้าน หอมสมุนไพร และกินสนุกกว่าที่คิด
ความพิเศษอยู่ที่ปลาสลิดกรอบ เพราะช่วยตัดความนุ่มของเส้นและความมันของกะทิได้ดีมาก พอกัดพร้อมกันจะได้ทั้งเส้นหนึบ ซอสเขียวหวานนัว ๆ และปลากรอบเค็มหอมที่ทำให้จานนี้มีมิติขึ้นทันที
ประวัติและแรงบันดาลใจของเมนูนี้
แกงเขียวหวานเป็นหนึ่งในเมนูไทยที่มีเอกลักษณ์มาก เพราะใช้พริกแกงสีเขียวจากพริกสด ผสานกับกะทิ ใบโหระพา มะเขือ และเครื่องเทศไทย กลายเป็นรสชาติที่หอม เผ็ด มัน และหวานปลายเล็กน้อย
ส่วนสปาเก็ตตี้เป็นอาหารเส้นจากอิตาลีที่เด่นเรื่องการดูดซับซอส เมื่อนำมาเจอกับแกงเขียวหวาน เส้นจะช่วยรับรสพริกแกงและกะทิได้ดี คล้ายการกินขนมจีนแกงเขียวหวานในรูปแบบใหม่ แต่มีความหนึบและหอมมันมากขึ้น
เมนูนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนแกงเขียวหวานจากกับข้าวธรรมดา ให้กลายเป็นอาหารจานเดียวหน้าตาดี รสชัด และทำขายได้ง่ายในร้านคาเฟ่ ร้านอาหารฟิวชั่น หรือครัวบ้านที่อยากลองอะไรใหม่ ๆ
รายละเอียดเมนู
- สำหรับ 2 ที่
- เวลาเตรียมวัตถุดิบ 15 นาที
- เวลาปรุง 25 นาที
- ระดับความยาก ปานกลาง
- รสชาติเด่น หอมพริกแกง มันกะทิ เผ็ดนัว เส้นหนึบ และปลาสลิดกรอบเค็มมัน
วัตถุดิบหลัก
- เส้นสปาเก็ตตี้ 180 กรัม
- ปลาสลิดแดดเดียว 2 ตัว
- พริกแกงเขียวหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
- หัวกะทิ 1 ถ้วย
- หางกะทิหรือน้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- มะเขือเปราะหั่นชิ้นเล็ก 3 ลูก
- มะเขือพวง 2 ช้อนโต๊ะ
- ใบโหระพา 1/2 ถ้วย
- ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
- พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 เม็ด
- น้ำมันพืชสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันสำหรับทอดปลาสลิด
วัตถุดิบเพิ่มความหอมแบบพาสต้า
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยดำบดเล็กน้อย
- พาร์เมซานชีสขูด 1-2 ช้อนโต๊ะ ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้
- น้ำต้มเส้น 1/4 ถ้วย สำหรับปรับความข้นของซอส
วิธีทำอย่างละเอียด
1. เตรียมปลาสลิดให้พร้อมทอด
ล้างปลาสลิดแบบเร็ว ๆ แล้วซับให้แห้งสนิท ใช้มีดบั้งเล็กน้อยตามตัวปลาเพื่อให้ทอดแล้วกรอบทั่วถึง ถ้าปลาสลิดเค็มมาก สามารถแช่น้ำสะอาด 5 นาที แล้วซับให้แห้งก่อนทอด
2. ทอดปลาสลิดให้กรอบหอม
ตั้งน้ำมันไฟกลาง รอให้น้ำมันร้อนพอดี ใส่ปลาสลิดลงทอดจนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จากนั้นแกะเนื้อปลาเป็นชิ้นใหญ่ ๆ เก็บบางส่วนเป็นชิ้นสวยสำหรับวางหน้า และยีบางส่วนเป็นชิ้นเล็กไว้คลุกกับเส้น
3. ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้หนึบพอดี
ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงต้มตามเวลาบนซอง แต่ลดลงประมาณ 1 นาที เพื่อให้เส้นยังมีความหนึบ เมื่อต้มเสร็จให้ตักเส้นขึ้น และเก็บน้ำต้มเส้นไว้ประมาณ 1/4 ถ้วย
4. ผัดพริกแกงให้หอม
ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ตามด้วยกระเทียมสับ ผัดให้หอมอ่อน ๆ แล้วใส่พริกแกงเขียวหวานลงผัด ใช้ไฟกลางค่อนอ่อน ผัดจนกลิ่นเครื่องแกงลอยขึ้นมา แต่ระวังอย่าให้ไหม้ เพราะพริกแกงจะขม
5. แตกมันกะทิให้ซอสหอมลึก
ค่อย ๆ เติมหัวกะทิลงไปครึ่งหนึ่ง ผัดกับพริกแกงจนกะทิเริ่มแตกมันเล็กน้อย สีจะเงาขึ้นและกลิ่นจะเข้มขึ้น จากนั้นเติมหัวกะทิที่เหลือและหางกะทิลงไป คนให้เข้ากัน
6. ปรุงรสแกงเขียวหวาน
ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ คนให้ละลาย ชิมให้ได้รสเค็มนำ มันนัว เผ็ดหอม และหวานปลายเล็กน้อย อย่าปรุงเค็มจัดเกินไป เพราะปลาสลิดมีความเค็มอยู่แล้ว
7. ใส่ผักและสมุนไพร
ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง และใบมะกรูดฉีกลงในซอส เคี่ยวประมาณ 3-4 นาทีให้มะเขือสุกแต่ยังไม่เละ ถ้าซอสข้นเกินไปให้เติมน้ำต้มเส้นทีละน้อย
8. คลุกเส้นกับซอสเขียวหวาน
ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ที่ต้มไว้ลงในกระทะ คลุกให้ซอสเคลือบเส้นทั่วถึง ใช้ไฟกลางค่อนอ่อนให้เส้นดูดซอสเข้าไปเล็กน้อย ถ้าต้องการความหอมแบบพาสต้าให้โรยพริกไทยดำบดลงไปนิดหน่อย
9. ใส่ปลาสลิดบางส่วนลงคลุก
ใส่เนื้อปลาสลิดชิ้นเล็กบางส่วนลงไปคลุกกับเส้นเบา ๆ อย่าคลุกแรงเกินไป เพราะปลาจะแตกจนเละ จากนั้นใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟแล้วคลุกอีกครั้งให้กลิ่นโหระพากระจายทั่วจาน
10. จัดจานให้ดูน่ากิน
ใช้ที่คีบม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ลงจาน วางปลาสลิดกรอบชิ้นใหญ่ด้านบน ราดซอสเขียวหวานเพิ่มเล็กน้อย แต่งด้วยใบโหระพา พริกชี้ฟ้าแดง และถ้าชอบความมันนัวแบบฟิวชั่น สามารถโรยพาร์เมซานชีสบาง ๆ ได้ แต่ไม่ควรใส่มากจนกลบกลิ่นพริกแกง
เคล็ดลับจากเชฟให้อร่อยยิ่งขึ้น
- ใช้เส้นต้มแบบเกือบสุก เพราะต้องเอามาคลุกกับซอสต่อ เส้นจะได้ไม่เละและยังหนึบพอดี
- อย่าปรุงซอสเค็มเกินไป เพราะปลาสลิดจะช่วยเติมความเค็มและกลิ่นหอมในตอนท้าย
- ผัดพริกแกงกับกะทิจนหอมก่อน จะทำให้ซอสมีมิติ ไม่มีกลิ่นพริกแกงดิบ
- ทอดปลาสลิดให้แห้งกรอบ จะช่วยตัดความมันของกะทิได้ดี และทำให้จานนี้มีเนื้อสัมผัสที่สนุกขึ้น
- ใส่ใบโหระพาตอนปิดไฟ กลิ่นจะหอมสดกว่าใส่ตอนซอสเดือดนาน ๆ
- ใช้น้ำต้มเส้นปรับซอส จะช่วยให้ซอสเกาะเส้นดีขึ้นกว่าน้ำเปล่าธรรมดา
- ถ้าอยากให้รสจัดขึ้น ให้ซอยพริกขี้หนูสดใส่ตอนคลุกเส้น จะได้ความเผ็ดสดแบบไทยแท้
สรุปความอร่อย
สปาเก็ตตี้แกงเขียวหวานปลาสลิดกรอบ เป็นเมนูที่ทำให้แกงเขียวหวานดูใหม่ขึ้นโดยไม่เสียตัวตนเดิม ซอสกะทิหอมพริกแกงเคลือบเส้นได้ดีมาก ส่วนปลาสลิดกรอบก็ช่วยเพิ่มความเค็มมันและความกรุบกรอบในทุกคำ
ถ้าอยากทำพาสต้าที่ไม่จำเจ และอยากได้รสชาติแบบไทยที่เข้มข้นถึงใจ จานนี้เป็นเมนูที่น่าลองมาก เพราะมีทั้งความหอม ความเผ็ด ความมัน และความกรอบครบในจานเดียว
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
เมื่อใดควรประคบเย็น เมื่อใดควรประคบร้อน
ไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่น
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
สิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
ทำไม น้ำมูกถึงไหล เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่?
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
พิซซ่าลาบหมูคั่วชีสยืดแป้งบางกรอบ เมนูไทยอิตาเลียนหอมข้าวคั่ว เผ็ดนัว กินเพลินทุกชิ้น
ข้าวหน้าเนื้อย่างพริกแกงมัสมั่นไข่ดองซีอิ๊ว เมนูไทยญี่ปุ่นหอมเครื่องแกง นัวละมุนจนข้าวหมดชาม
กะเพราราเมนหมูกรอบไข่ออนเซ็น เมนูไทยญี่ปุ่นหอมพริกกระเทียม ซุปนัว เส้นหนึบ หมูกรอบสะใจ
โรตีทาโก้ไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่วซัลซ่ามะม่วง เมนูฟิวชั่นกรอบนอกนุ่มใน เผ็ดหอมหวานเปรี้ยวครบคำ