หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ซื้อของยังไงให้คุ้ม 6 วิธีลดของล้นบ้าน ใช้เงินแบบไม่เสียดาย


เขียนโดย aiai2630

การซื้อของให้คุ้มไม่ได้เริ่มจากการหาของถูกที่สุดเสมอไป แต่อยู่ที่การรู้ว่าของชิ้นนั้นจำเป็น ใช้ซ้ำได้ และไม่ทำให้เงินเก็บหายไปแบบไม่รู้ตัว

 

การไถฟีดแล้วเผลอกดใส่ตะกร้า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก โดยเฉพาะช่วงลดราคา ไลฟ์ขายของ หรือโปรโมชันรายเดือนที่ทำให้รู้สึกว่าถ้าไม่ซื้อวันนี้อาจพลาดของดี

แต่ของที่ดูคุ้มตอนกดซื้อ อาจกลายเป็นของที่แทบไม่ได้ใช้เมื่อมาถึงบ้าน ปัญหาจึงไม่ใช่แค่ซื้อแพงหรือซื้อถูก แต่อยู่ที่ของชิ้นนั้นตอบโจทย์ชีวิตจริงแค่ไหน

ข้อมูลจาก Federal Trade Commission แนะนำให้ผู้บริโภควางแผนงบประมาณก่อนซื้อสินค้าออนไลน์ รวมถึงเปรียบเทียบสินค้า ตรวจสอบผู้ขาย และเก็บหลักฐานการซื้อไว้เสมอ ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยให้แนวคิดเรื่องการจดรายรับรายจ่ายและกันเงินออมก่อนใช้ เพื่อช่วยให้เห็นพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองชัดขึ้น

1. พักมือก่อนกดสั่ง

ก่อนจ่ายเงิน ลองเว้นจังหวะสั้น ๆ แล้วถามตัวเองว่า “ของชิ้นนี้จะถูกใช้จริงไหม”

ถ้าเป็นเสื้อผ้า อาจดูง่าย ๆ ว่าซื้อมาแล้วจะใส่ซ้ำได้หลายครั้งหรือไม่ เข้ากับเสื้อผ้าที่มีอยู่แล้วหรือเปล่า และต้องซื้อของชิ้นอื่นเพิ่มเพื่อให้ใส่ได้ไหม

ถ้าคำตอบยังไม่ชัด การปล่อยไว้ในตะกร้าก่อนอาจช่วยให้เห็นความต้องการจริงมากขึ้น หลายครั้งความอยากซื้อจะลดลงเมื่อพ้นช่วงอารมณ์อยากได้ทันที

2. รู้สไตล์ของตัวเอง ช่วยลดซื้อพลาด

เสื้อผ้าหรือของใช้ที่ดูดีในฟีด ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับชีวิตประจำวันของทุกคน

การรู้ว่าสีไหนใส่ง่าย ทรงไหนใช้บ่อย หรือของแบบไหนเข้ากับงานและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง จะช่วยลดการซื้อของตามกระแสได้มาก โดยเฉพาะเสื้อผ้ากลุ่มสีพื้น เช่น ขาว ดำ เทา ครีม ยีนส์ หรือโทนที่ใส่ซ้ำได้หลายโอกาส

วิธีนี้ไม่ได้แปลว่าต้องซื้อแต่ของเรียบเสมอไป แต่ช่วยให้ตัดสินใจจากการใช้งานจริงมากกว่าความรู้สึกอยากลองตามภาพที่เห็นในออนไลน์

3. ของถูกไม่ใช่ของคุ้มเสมอไป

ราคาถูกทำให้ตัดสินใจง่าย แต่ถ้าของพังไว ใช้ไม่ถนัด หรือคุณภาพไม่ตอบโจทย์ สุดท้ายอาจต้องซื้อใหม่ซ้ำอีกหลายครั้ง

ของบางอย่างจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยแต่ใช้ได้นานกว่า อาจคุ้มกว่าของราคาถูกที่ซื้อแล้วเก็บไว้เฉย ๆ หรือพังหลังใช้งานไม่นาน

จุดที่ควรดูจึงไม่ใช่ราคาป้ายอย่างเดียว แต่รวมถึงวัสดุ การตัดเย็บ ฟังก์ชัน อายุการใช้งาน การรับประกัน และความถี่ในการใช้จริง

4. ดูแลของที่มีอยู่ ช่วยชะลอรายจ่ายก้อนใหม่

สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋า รองเท้า หรือเสื้อผ้าบางประเภท ถ้าดูแลดี อายุการใช้งานจะยาวขึ้น

การใส่เคสกันกระแทก ทำความสะอาดเป็นระยะ เก็บของให้ถูกวิธี หรือซ่อมเล็กน้อยก่อนเสียหนัก อาจช่วยลดโอกาสต้องเสียเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อใหม่

ข้อนี้สำคัญกับของที่มีราคาสูง เพราะรายจ่ายก้อนใหญ่หลายครั้งไม่ได้เกิดจากความอยากซื้ออย่างเดียว แต่เกิดจากของเดิมเสียเร็วกว่าที่ควร

5. แยก “ลดราคา” ออกจาก “จำเป็นต้องซื้อ”

ป้ายลดราคา โปร 11.11 ของแถม ส่งฟรี หรือคูปองนับถอยหลัง ทำให้คนรู้สึกว่าต้องรีบตัดสินใจ

แต่ถ้าของนั้นไม่ได้อยู่ในแผน ไม่ได้จำเป็น และไม่มีโอกาสใช้จริง เงินที่จ่ายออกไปก็ยังเป็นรายจ่าย ไม่ใช่เงินที่ประหยัดได้

แหล่งความรู้ด้านการเงินของ Investor and Financial Education Council แนะนำวิธีลดการซื้อแบบหุนหัน เช่น เว้นช่วงก่อนซื้อ ไม่ซื้อเพราะอารมณ์ชั่วคราว และใช้เงินให้อยู่ในงบที่ตั้งไว้

6. หักออมก่อนใช้ ทำให้เห็นงบซื้อของชัดขึ้น

เงินเดือนออกแล้วค่อยดูว่าเหลือเท่าไรอาจทำให้การออมกลายเป็นเรื่องท้ายสุดของเดือน

แนวคิดที่ปลอดภัยกว่าคือแยกเงินออมก่อน แล้วค่อยใช้เงินส่วนที่เหลือกับค่าใช้จ่ายจำเป็นและของที่อยากซื้อ ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุแนวทางการวางแผนการเงินไว้ว่า ควรจดบันทึกรายรับรายจ่าย เพื่อรู้พฤติกรรมการใช้เงิน และใช้สมการ “รายรับ - เงินออม - รายจ่าย” เพื่อดูว่าเงินเหลือใช้หรือขาดมือ

เมื่อเห็นตัวเลขเงินออมชัดขึ้น การตัดสินใจซื้อของจะไม่ใช่แค่ถามว่า “จ่ายไหวไหม” แต่เริ่มเห็นด้วยว่าการซื้อครั้งนี้กระทบเป้าหมายอื่นหรือไม่

ซื้อให้คุ้ม เริ่มจากรู้ว่าซื้อไปใช้จริงหรือเปล่า

ของที่คุ้มที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นของถูกที่สุด แต่ควรเป็นของที่ได้ใช้จริง ใช้ซ้ำได้ และไม่ทำให้ต้องเสียเงินซ้ำโดยไม่จำเป็น

ก่อนกดจ่ายเงินครั้งต่อไป ลองดู 3 เรื่องสั้น ๆ คือ จำเป็นไหม ใช้บ่อยไหม และกระทบเงินเก็บหรือเปล่า

ถ้าตอบได้ครบ การซื้อของก็จะไม่ใช่การห้ามตัวเองทุกครั้ง แต่เป็นการเลือกของที่เข้ากับชีวิตจริงมากขึ้น

 

 

แหล่งที่มา: Federal Trade Commission, ธนาคารแห่งประเทศไทย, Investor and Financial Education Council, aiai2630

อ้างอิง:
https://consumer.ftc.gov/articles/online-shopping
https://www.bot.or.th/th/satang-story/money-plan/planning-steps.html
https://www.ifec.org.hk/web/en/young-adults/money-management/five-simple-tips-help-you-avoid-impulse-buying.page
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
aiai2630's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 75 ครั้ง
เขียนโดย aiai2630
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันทำไมตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งติดพื้นในบ้าน..และเเตกต่างกับศาลตายายของไทยอย่างไร?ทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม?3 กาแฟนมยอดฮิต: ลาเต้ คาปูชิโน แฟลตไวต์ แตกต่างกันอย่างไร?ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนต้มจับฉ่าย: บทเรียนก้นครัวเปลี่ยนของเหลือสู่เส้นทางสร้างเนื้อสร้างตัวฝนหนักทั่วไทย ! เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมก่อนออกจากบ้าน วันนี้ 19 ก.ย. 69หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยเสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลักค่าเทอมโรงเรียน 2569 ต้องเตรียมเงินเท่าไร? สรุปโรงเรียนรัฐบาล–เอกชน–นานาชาติ พร้อมค่าใช้จ่ายแฝง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่ทำไม LEGO 2x4 เพียง 6 ก้อนจึงสร้างแบบต่อได้มหาศาลทองคำละลายในมหาสมุทรมีมากถึง 20 ล้านตันจริงหรือไม่โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
วิธีวางแผนภาษี สำหรับคนรับงานหลายทางโรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!โรงเรียนไทยแห่งไหนที่มีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศ? เปิดจุดเด่นที่ทำให้เป็นที่รู้จักถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่
ตั้งกระทู้ใหม่