คนเราสามารถเสียเลือดได้กี่ลิตรก่อนเสียชีวิต และเกิดอะไรขึ้นในร่างกายเมื่อเลือดค่อย ๆ หายไป
ถ้าถามว่าคนเราสามารถเสียเลือดได้กี่ลิตรก่อนเสียชีวิต คำตอบคือ ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน
แต่เราสามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น ถ้ารู้ก่อนว่าคนเรามีเลือดอยู่ในร่างกายเท่าไร
ผู้ใหญ่ทั่วไปมีเลือดประมาณ 7-8% ของน้ำหนักตัว
ถ้าคุณหนัก 70 กิโลกรัม จะมีเลือดอยู่ประมาณ 5 ลิตร
บางคนตัวเล็กอาจมีเพียง 4 ลิตรเศษ
บางคนตัวใหญ่มากอาจมีมากกว่า 6 ลิตร
แล้วถ้าเสียเลือดไป 1 ลิตรล่ะ
หลายคนอาจคิดว่าอันตรายมาก
แต่จริง ๆ แล้วร่างกายยังพอรับมือได้
เพราะ 1 ลิตรคิดเป็นประมาณ 20% ของเลือดทั้งหมดในคนทั่วไป
หัวใจจะเริ่มเต้นเร็วขึ้น
ร่างกายจะหดหลอดเลือดบางส่วน
และพยายามรักษาความดันโลหิตเอาไว้
นี่คือเหตุผลที่คนบริจาคเลือด 350-450 มิลลิลิตรจึงยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ
เพราะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของเลือดทั้งหมด
และร่างกายสามารถสร้างทดแทนได้
แต่เมื่อเสียเลือดประมาณ 30-40% ของปริมาณทั้งหมด สถานการณ์จะเริ่มอันตราย
สำหรับคนที่มีเลือด 5 ลิตร นั่นคือประมาณ 1.5-2 ลิตร
ผู้ป่วยจะเริ่มหน้าซีด
เวียนหัว
เหงื่อออกมาก
หัวใจเต้นเร็ว
มือเท้าเย็น
และความดันโลหิตเริ่มตก
หลายคนสงสัยว่า ทำไมเสียเลือดแล้วถึงตาย
จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ตายเพราะไม่มีเลือดให้เห็นด้วยตาเปล่า
แต่ตายเพราะอวัยวะสำคัญเริ่มขาดออกซิเจน
เลือดทำหน้าที่เหมือนรถบรรทุกที่ขนออกซิเจนไปทั่วร่างกาย
เมื่อรถบรรทุกหายไปจำนวนมาก การส่งออกซิเจนก็เริ่มล้มเหลว
ลองนึกภาพเมืองใหญ่ที่รถส่งอาหารหายไปครึ่งเมือง
ช่วงแรกทุกอย่างยังพอไปได้
แต่ไม่นานร้านค้าจะเริ่มขาดของ
ระบบจะเริ่มรวน
อวัยวะในร่างกายก็เผชิญปัญหาแบบเดียวกัน
เมื่อเสียเลือดเกินประมาณ 40%
หรือมากกว่า 2 ลิตรในคนทั่วไป
ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะช็อกจากการเสียเลือด
สมองได้รับเลือดไม่พอ
ไตเริ่มทำงานล้มเหลว
หัวใจเริ่มขาดเลือด
และความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถ้าเสียเลือดมากกว่าครึ่งหนึ่งของเลือดทั้งหมด
เช่น มากกว่า 2.5-3 ลิตรในผู้ใหญ่ทั่วไป
โอกาสรอดจะลดลงอย่างมากหากไม่ได้รับการรักษาและการให้เลือดอย่างเร่งด่วน
แต่ก็ยังมีบางคนรอดได้ เพราะเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไม่มีตัวเลขว่า เสียเลือดกี่ลิตรแล้วต้องเสียชีวิตแน่นอน
เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
เช่น อายุ
สุขภาพเดิม
ความเร็วในการเสียเลือด
ตำแหน่งของการบาดเจ็บ
และความรวดเร็วในการรักษา
สิ่งที่น่าสนใจคือ การเสียเลือดเร็วกับเสียเลือดช้ามีผลต่างกันมาก
คนที่เสียเลือด 2 ลิตรภายในไม่กี่นาที อาจอันตรายถึงชีวิต
แต่คนที่เสียเลือดปริมาณใกล้เคียงกันอย่างช้า ๆ ในช่วงหลายสัปดาห์ อาจยังเดินไปทำงานได้
เพราะร่างกายมีเวลาปรับตัว
อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้คือ บางครั้งเราไม่ได้เห็นเลือดไหลออกมาภายนอกเลย
แต่ผู้ป่วยกำลังเสียเลือดอยู่ภายในร่างกาย
เช่น เลือดออกในช่องท้อง
เลือดออกในทรวงอก
หรือเลือดออกในอวัยวะภายใน
ซึ่งอันตรายมากเพราะสังเกตได้ยาก
สรุปแบบเข้าใจง่ายที่สุด
ผู้ใหญ่ทั่วไปมีเลือดประมาณ 5 ลิตร
เสียเลือดประมาณ 1 ลิตร ร่างกายยังพอรับมือได้
เสียเลือดประมาณ 1.5-2 ลิตร เริ่มอันตราย
เสียเลือดมากกว่า 2-3 ลิตร มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะช็อกและเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา
แต่ตัวเลขที่แท้จริงแตกต่างกันในแต่ละคน
ดังนั้นสิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่แค่ปริมาณเลือดที่หายไป แต่คือความเร็วที่เลือดกำลังหายไปและระยะเวลาที่อวัยวะสำคัญต้องอยู่โดยไม่มีเลือดไปเลี้ยงนั่นเอง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
ดาราดัง "ชุน โอกุริ" เผย "ผมไม่ชอบ" จุน มัตสึโมโตะ"
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
อาสาสมัครตำรวจมีเงินเดือนไหม
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
5 วิธีที่จะทำให้คุณถูกห้าม เข้าสวนสนุกดิสนีย์ตลอดชีวิต
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
คำคม จีบสาว โด๊นๆ
เผยต้นกำเนิด "ยาบ้า" มีที่มาอย่างไร และแพร่หลายในประเทศไทยเมื่อไหร่
ง่วงกลางวันบ่อยแค่ไหนถึงควรระวัง ไม่ใช่ทุกครั้งที่แก้ได้ด้วยกาแฟ
ทำไมสาย LAN ถึงมีตัวล็อกพลาสติกเล็ก ๆ ทั้งที่หักง่าย? เบื้องหลังการออกแบบที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด
ปีชงคืออะไร มีจริงไหม และใครเป็นคนกำหนดว่าปีไหนต้องชง
10 เหตุผลที่มิจฉาชีพชอบหลอกลุงๆ ป้าๆ และผู้สูงวัยมากกว่าคนวัยอื่น
เลือดมีสีอะไรบ้างในโลกนี้และทำไมสัตว์บางชนิดถึงไม่ได้มีเลือดสีแดงเหมือนมนุษย์
ดาราดัง "ชุน โอกุริ" เผย "ผมไม่ชอบ" จุน มัตสึโมโตะ"
อาสาสมัครตำรวจมีเงินเดือนไหม
ทำไมสาย LAN ถึงมีตัวล็อกพลาสติกเล็ก ๆ ทั้งที่หักง่าย? เบื้องหลังการออกแบบที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด



