คนโลกส่วนตัวสูงกับคนที่ขาดความเห็นอกเห็นใจต่างกันอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนแบบนั้นอยู่ในครอบครัว
หลายคนเคยเจอคนประเภทหนึ่งในชีวิต
เขาไม่ค่อยสนใจความรู้สึกของคนอื่น
พูดอะไรแรง ๆ ได้โดยไม่รู้สึกผิด
ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วดูเหมือนไม่สะทกสะท้าน
และเมื่อถูกตำหนิ ก็มักมีคำอธิบายพร้อมเสมอว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด
เมื่อเห็นพฤติกรรมแบบนี้ หลายคนมักพูดว่า
เขาแค่เป็นคนโลกส่วนตัวสูง
เขาเป็นคนตรง ๆ
เขาไม่ค่อยแคร์ใคร
แต่ในบางกรณี เรื่องนี้อาจลึกกว่านั้นมาก
นักจิตวิทยาใช้คำว่า Antisocial Personality Disorder หรือ ASPD
เพื่ออธิบายรูปแบบบุคลิกภาพที่มีลักษณะบางอย่างแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เย็นชา เห็นแก่ตัว หรือชอบอยู่คนเดียวจะเป็น ASPD
การวินิจฉัยต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ก่อนอื่นต้องแยกคำว่า โลกส่วนตัวสูง ออกจาก ASPD ก่อน
คนโลกส่วนตัวสูงอาจชอบอยู่คนเดียว
ไม่ชอบเข้าสังคม
ใช้เวลาส่วนใหญ่กับตัวเอง
แต่ยังเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้
ยังรู้สึกผิดเมื่อทำร้ายใคร
และยังมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นตามปกติ
ในขณะที่ ASPD ไม่ได้เกี่ยวกับการชอบอยู่คนเดียวเป็นหลัก
แต่เกี่ยวข้องกับรูปแบบพฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิของคนอื่นซ้ำ ๆ
ไม่เคารพกฎเกณฑ์
โกหกเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
ขาดความรู้สึกผิด
และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นต่ำกว่าปกติอย่างมาก
ลองนึกภาพคนสองคน
คนแรกไม่ชอบเข้าสังคม
ชอบอยู่บ้าน อ่านหนังสือ เล่นเกม และไม่ค่อยพูดกับใคร
แต่ถ้าคุณร้องไห้ เขาอาจนั่งฟังคุณทั้งคืน
นี่ไม่ใช่ ASPD
ส่วนอีกคนอาจเข้าสังคมเก่งมาก
พูดเก่ง
มีเสน่ห์
เข้าหาคนง่าย
แต่สามารถโกหก หลอกใช้ หรือทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้สึกผิด
คนกลุ่มนี้กลับมีลักษณะใกล้เคียง ASPD มากกว่า
นี่คือเหตุผลที่หลายคนเข้าใจผิด
เพราะภาพจำจากหนังมักทำให้เราคิดว่าคนที่มีปัญหาทางบุคลิกภาพต้องดูน่ากลัวตั้งแต่แรกเห็น
แต่ในความเป็นจริง หลายคนดูปกติและมีเสน่ห์มาก
จนคนรอบข้างสังเกตไม่ออก
แล้วถ้าคนแบบนี้อยู่ในครอบครัวจะเกิดอะไรขึ้น
นี่คือส่วนที่เจ็บปวดที่สุด
เพราะครอบครัวคือสถานที่ที่เราคาดหวังความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ
เมื่อคนในบ้านขาดสิ่งเหล่านี้ ความสัมพันธ์จึงเต็มไปด้วยความสับสน
ลูกอาจรู้สึกว่าความรู้สึกของตัวเองไม่มีความหมาย
คู่สมรสอาจรู้สึกเหมือนถูกใช้ประโยชน์
และคนรอบข้างอาจเริ่มสงสัยในสติของตัวเอง
หลายคนอธิบายประสบการณ์นี้ว่า เหมือนกำลังคุยกับกำแพง
ไม่ว่าจะอธิบายความเจ็บปวดแค่ไหน
อีกฝ่ายก็ไม่เข้าใจ
หรือเข้าใจแต่ไม่รู้สึกอะไรกับมัน
สิ่งที่สำคัญคือ ความเจ็บปวดนี้ไม่ได้เกิดจากการทะเลาะกันเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากการขาดการเชื่อมต่อทางอารมณ์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ต้องระวังไม่ใช้คำว่า ASPD ไปติดป้ายคนที่เราไม่ชอบ
คนเห็นแก่ตัวไม่ใช่ ASPD ทุกคน
คนเจ้าชู้ไม่ใช่ ASPD ทุกคน
คนที่เคยทำร้ายจิตใจเราไม่ใช่ ASPD ทุกคนเช่นกัน
เพราะการวินิจฉัยเป็นเรื่องซับซ้อนกว่าที่เห็นมาก
สิ่งที่สำคัญกว่าการตั้งชื่อโรค คือการสังเกตผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเรา
ความสัมพันธ์นั้นทำให้เรารู้สึกปลอดภัยหรือไม่
อีกฝ่ายเคารพขอบเขตของเราหรือไม่
สามารถรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองได้หรือไม่
และมีความสามารถในการเห็นใจความรู้สึกของคนอื่นมากน้อยแค่ไหน
ดังนั้นเมื่อพูดถึง ASPD
ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่การหาว่าใครเป็นโรคอะไร
แต่คือการเข้าใจว่า ความเห็นอกเห็นใจเป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ที่ดี
และเมื่อเสาหลักนั้นหายไป คนที่อยู่รอบข้างมักต้องแบกรับความสับสน ความเจ็บปวด และความเหนื่อยล้าที่คนภายนอกมองไม่เห็นเสมอ
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
นึกว่ามีแต่บนต้นไม้ พาไปดู "น้ำผึ้งดิน" ของแปลกที่หาทานยากระดับ 10 กะรัต
5 เทพที่สายมูนิยมไปสักการะ ขอพร เสริมสิริมงคล
วิเคราะห์เลขเบิ้ลย้อนหลัง 20 ปี เลขซ้ำคู่ไหนเคยออกแล้ว และคู่ไหนยังไร้สถิติ
5 รายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย
ทรายดูดไม่ได้ดูดคนจมหายทั้งตัวอย่างที่คิด
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
มาไวเคลมไว! เลขเด็ด “แจ็ค แฟนฉัน” ล้วงไหพี่ผึ้ง พุ่มพวง งวด 16 ก.ค. 69 คอหวยห้ามพลาด
อ่านจบแล้ว คุณอาจไม่เข้าร้านเหล้า ผับ หรือสถานบันเทิงแบบเดิมอีก
7 ชื่อที่คนไทยใช้เยอะที่สุด
5 เทพที่สายมูนิยมไปสักการะ ขอพร เสริมสิริมงคล
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด

