หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำกรรมอย่างไรได้รับผลอย่างนั้น ไม่ได้แปลว่าจะโดนคืนแบบเดียวกัน พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องกรรมไว้อย่างไร

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

คนไทยจำนวนมากเติบโตมากับความเข้าใจเรื่องกรรมในรูปแบบหนึ่ง

ถ้าเคยตีคนไว้ สักวันจะโดนคนตีคืน

ถ้าเคยโกงเงินคนอื่น สักวันจะโดนโกงคืน

ถ้าเคยทำให้ใครร้องไห้ สักวันจะต้องร้องไห้แบบเดียวกัน

จนหลายคนเข้าใจว่า กรรมทำงานเหมือนกระจกเงา

ทำอะไรไว้ จะได้รับกลับมาในรูปแบบเดียวกันทุกประการ

แต่เมื่อศึกษาพระไตรปิฎกจริง ๆ จะพบว่า พระพุทธเจ้าทรงอธิบายเรื่องกรรมลึกกว่านั้นมาก

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่า กรรม ในพุทธศาสนา หมายถึงอะไร

หลายคนคิดว่ากรรมคือผลร้ายที่ตามมาในภายหลัง

แต่ในความหมายดั้งเดิม กรรม แปลว่า การกระทำ

โดยเฉพาะการกระทำที่เกิดจากเจตนา

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า

“เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วทามิ”

แปลโดยสรุปว่า เรากล่าวว่าเจตนาเป็นกรรม

นั่นหมายความว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่สิ่งที่ทำ แต่คือเจตนาเบื้องหลังการกระทำนั้น

แล้วผลกรรมทำงานอย่างไร

ตรงนี้เองที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจคลาดเคลื่อน

พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสว่า ผลกรรมต้องคืนกลับมาในรูปแบบเดียวกับที่เคยทำเสมอไป

แต่ทรงสอนว่า การกระทำแต่ละอย่างจะสร้างเหตุปัจจัยบางอย่างขึ้น

และเหตุปัจจัยเหล่านั้นจะส่งผลต่อชีวิตในอนาคต

ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ

สมมติคนคนหนึ่งชอบโกหกเป็นประจำ

หลายคนอาจคิดว่ากรรมคือ วันหนึ่งจะโดนคนอื่นโกหกกลับ

ซึ่งก็อาจเกิดขึ้นได้

แต่ไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรับรองว่าจะต้องเกิดแบบนั้นเสมอ

ผลกรรมที่ชัดเจนกว่าคือ คนที่โกหกเป็นนิสัยจะสร้างความไม่น่าเชื่อถือให้กับตัวเอง

ผู้คนเริ่มไม่ไว้วางใจ

ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอน

โอกาสในชีวิตบางอย่างหายไป

นี่ก็เป็นผลของกรรมเช่นกัน

หรือคนที่มีนิสัยโกรธรุนแรงอยู่เสมอ

หลายคนอาจรอว่าเมื่อไรเขาจะโดนคนมาทำร้ายกลับ

แต่ผลกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันนี้แล้วคืออะไร

จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม

นอนหลับยาก

ความสัมพันธ์มีปัญหา

คนรอบข้างเริ่มถอยห่าง

ทั้งหมดนี้ก็เป็นผลของกรรมที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แล้ว

พระพุทธเจ้าทรงเปรียบกรรมเหมือนเมล็ดพืชมากกว่ากระจกเงา

นี่เป็นภาพที่ช่วยให้เข้าใจง่ายมาก

ถ้าคุณปลูกเมล็ดมะม่วง

คุณจะไม่ได้ต้นทุเรียน

คุณจะได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเหตุที่หว่านไว้

แต่คุณไม่สามารถคาดเดารายละเอียดทุกอย่างได้

ว่าต้นจะสูงกี่เมตร

ออกผลวันไหน

หรือผลจะออกกี่ลูก

กรรมก็คล้ายกัน

การกระทำแต่ละอย่างสร้างแนวโน้มบางอย่างขึ้นในชีวิต

ไม่ได้หมายความว่าจะคืนกลับมาเป็นภาพถ่ายสำเนาแบบหนึ่งต่อหนึ่ง

คนที่ชอบเอาเปรียบผู้อื่น อาจไม่ได้ถูกเอาเปรียบคืนในเรื่องเดียวกัน

แต่ชีวิตอาจเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจจากคนรอบตัว

สูญเสียมิตรภาพ

สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

หรือสร้างนิสัยที่นำไปสู่ความทุกข์ในรูปแบบอื่น

อีกเรื่องหนึ่งที่พระพุทธเจ้าทรงเตือนไว้คือ เรื่องกรรมเป็นเรื่องซับซ้อนมาก

ถึงขั้นที่พระองค์จัดให้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ไม่ควรพยายามคาดเดาทุกแง่มุม

เพราะชีวิตของคนหนึ่งคนไม่ได้มีกรรมเดียว

แต่มีกรรมจำนวนมหาศาลสะสมมาตลอดชีวิต

รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย

จึงไม่สามารถมองเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งแล้วฟันธงได้ง่าย ๆ ว่าเป็นผลจากกรรมใดโดยตรง

นี่คือเหตุผลที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงสอนให้มัวแต่ตามจับผิดกรรมของคนอื่น

แต่ทรงสอนให้ย้อนกลับมาดูการกระทำของตัวเอง

เพราะสิ่งที่เราควบคุมได้จริง คือกรรมที่กำลังสร้างอยู่ในปัจจุบัน

ไม่ใช่กรรมเก่าของคนอื่น

ดังนั้นประโยคที่ว่า “ทำกรรมอย่างไร ได้รับผลอย่างนั้น”

ในความหมายทางพุทธศาสนา จึงไม่ได้แปลว่า

ตีคนไว้จะต้องโดนตีคืน

โกงคนไว้จะต้องโดนโกงคืน

หรือทำอะไรไว้จะถูกส่งคืนมาเป็นภาพสะท้อนแบบเป๊ะ ๆ

แต่หมายถึงว่า การกระทำทุกอย่างกำลังสร้างเหตุปัจจัยบางอย่างขึ้นในชีวิต

และเหตุเหล่านั้นจะออกผลตามธรรมชาติของมัน

เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตตามชนิดของมันเอง

บางทีนี่อาจเป็นมุมมองเรื่องกรรมที่ลึกและน่าสนใจกว่าที่หลายคนเคยเข้าใจมาตลอดก็ได้

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 67 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: easyai
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยฝนหนักทั่วไทย ! เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมก่อนออกจากบ้าน วันนี้ 19 ก.ย. 69โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยทำไมตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งติดพื้นในบ้าน..และเเตกต่างกับศาลตายายของไทยอย่างไร?หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม?อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคแค่ “ไฟล์ภาพ” ไฟล์เดียว ทำไมถึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเจาะเข้า OpenAI ได้?โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน3 กาแฟนมยอดฮิต: ลาเต้ คาปูชิโน แฟลตไวต์ แตกต่างกันอย่างไร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดในภาคเหนือที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด อันดับ 1 มีพื้นที่กว่า 5 หมื่นไร่ถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่ทำไม LEGO 2x4 เพียง 6 ก้อนจึงสร้างแบบต่อได้มหาศาลทองคำละลายในมหาสมุทรมีมากถึง 20 ล้านตันจริงหรือไม่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อุณหภูมิในสายฟ้าผ่าสูงแค่ไหนวิธีวางแผนภาษี สำหรับคนรับงานหลายทางโรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!โรงเรียนไทยแห่งไหนที่มีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศ? เปิดจุดเด่นที่ทำให้เป็นที่รู้จัก
ตั้งกระทู้ใหม่