หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เคยจำเป็นแค่ไหน ก่อนกลายเป็นภาพจำของคนไทย

เขียนโดย Gario


ครั้งหนึ่ง ตู้โทรศัพท์สาธารณะไม่ได้เป็นแค่ของริมทาง แต่เป็นช่องทางสำคัญสำหรับการติดต่อ ครอบครัว งาน และเหตุฉุกเฉิน ก่อนบทบาทจะลดลงเมื่อมือถือเข้าถึงคนส่วนใหญ่


ก่อนที่มือถือจะอยู่ในมือแทบทุกคน “ตู้โทรศัพท์สาธารณะ” เคยเป็นหนึ่งในจุดพึ่งพาสำคัญของชีวิตประจำวัน คนที่ทันยุคนั้นอาจจำได้ดีว่า การพกเหรียญติดตัวไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะบางครั้งมันหมายถึงการได้โทรกลับบ้าน โทรนัดงาน หรือโทรขอความช่วยเหลือในเวลาจำเป็น

โทรศัพท์สาธารณะจึงไม่ใช่แค่ของเก่าริมถนน แต่เป็นภาพจำของช่วงเวลาที่การสื่อสารยังไม่ได้สะดวกเหมือนวันนี้ โดยเฉพาะช่วงที่โทรศัพท์บ้านยังไม่ได้เข้าถึงทุกครัวเรือน และโทรศัพท์มือถือยังมีราคาสูงเมื่อเทียบกับรายได้ของคนจำนวนมาก

ข้อมูลจากต้นฉบับระบุว่า ในช่วงทศวรรษ 2520-2540 โทรศัพท์สาธารณะมีบทบาทมากในสังคมไทย เพราะหลายพื้นที่ยังต้องรอการติดตั้งโทรศัพท์บ้านเป็นเวลานาน ทำให้ตู้โทรศัพท์ตามป้ายรถเมล์ โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาดสด สถานีรถไฟ และห้างสรรพสินค้า กลายเป็นพื้นที่สื่อสารที่คนทั่วไปเข้าถึงได้

หากมองย้อนในเชิงประวัติศาสตร์ สื่อไทยบางแห่งระบุว่า องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเริ่มติดตั้งโทรศัพท์สาธารณะแบบหยอดเหรียญชุดแรกในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2522 จำนวน 100 เครื่อง ซึ่งสะท้อนว่าบริการนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของการขยายโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารของประเทศ ไม่ใช่เพียงบริการเสริมเล็ก ๆ ริมทาง

สำหรับนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน ตู้โทรศัพท์สาธารณะเคยเป็นเหมือน “จุดนัดหมายทางเสียง” หลังเลิกเรียนอาจต้องต่อคิวโทรหาผู้ปกครอง คนอยู่หอพักอาจใช้โทรกลับบ้าน คนเดินทางไกลอาจใช้แจ้งว่าถึงที่หมายแล้ว ภาพเหล่านี้คือรายละเอียดเล็ก ๆ ของสังคมก่อนยุคแชต ที่การติดต่อหนึ่งครั้งต้องตั้งใจมากกว่าการกดส่งข้อความในวันนี้

อีกบทบาทที่สำคัญคือเหตุฉุกเฉิน ในยุคที่ไม่ใช่ทุกคนมีมือถือ ตู้โทรศัพท์สาธารณะอาจเป็นทางเดียวในการโทรแจ้งอุบัติเหตุ เรียกรถพยาบาล ติดต่อญาติ หรือประสานความช่วยเหลือ แม้ปัจจุบันเรามองว่าโทรศัพท์มือถือคือของพื้นฐาน แต่ในอดีต ความพร้อมของตู้โทรศัพท์ในพื้นที่สาธารณะเคยช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงการสื่อสารได้ไม่น้อย

ต่อมาเมื่อโทรศัพท์มือถือเริ่มถูกลง เครือข่ายครอบคลุมมากขึ้น และการเติมเงินใช้งานง่ายขึ้น พฤติกรรมของคนก็เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว จากการต้องเดินหาตู้โทรศัพท์ กลายเป็นการโทรจากเครื่องส่วนตัวได้ทันที ยิ่งเมื่อเข้าสู่ยุคสมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ตมือถือ บทบาทของตู้โทรศัพท์ยิ่งลดลงจนแทบไม่อยู่ในกิจวัตรประจำวัน

ข้อมูลจากไทยพีบีเอสในปี 2559 ระบุว่า ณ ปี 2557 ไทยยังมีโทรศัพท์สาธารณะทั่วประเทศ 151,598 เครื่อง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 34,218 เครื่อง และต่างจังหวัด 117,380 เครื่อง แต่จำนวนดังกล่าวลดลงจากปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นทิศทางชัดเจนว่าการใช้งานกำลังถอยลงตามการเติบโตของมือถือ

อย่างไรก็ตาม การหายไปของตู้โทรศัพท์สาธารณะไม่ได้หมายความว่ามันไม่เคยสำคัญ ตรงกันข้าม มันช่วยให้เห็นพัฒนาการของสังคมไทยจากยุคที่การสื่อสารเป็นเรื่องมีข้อจำกัด ไปสู่ยุคที่ทุกคนคาดหวังการติดต่อแบบทันทีทันใด

สิ่งที่ควรเข้าใจคือ ตู้โทรศัพท์สาธารณะไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีที่ถูกแทนที่ แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาที่ “การโทรหนึ่งครั้ง” มีน้ำหนักมากกว่าในปัจจุบัน เพราะต้องเตรียมเหรียญ ต้องจำเบอร์ ต้องรอคิว และบางครั้งต้องพูดทุกอย่างให้จบภายในเวลาไม่กี่นาที

วันนี้ตู้โทรศัพท์หลายแห่งอาจถูกรื้อ ถอนออก หรือเหลือไว้ในสภาพที่แทบไม่มีคนใช้ แต่สำหรับคนไทยหลายรุ่น มันยังเป็นภาพจำของเมือง โรงเรียน หอพัก ตลาด และป้ายรถเมล์ เป็นสิ่งที่บอกว่า ครั้งหนึ่งการติดต่อใครสักคนไม่ได้ง่ายเท่าการแตะหน้าจอ แต่ก็อาจทำให้คำพูดสั้น ๆ มีความหมายมากกว่าที่เราคิด

 

เนื้อหาโดย: Gario
แหล่งที่มา:
ต้นฉบับโดย Gario, common, ไทยพีบีเอส, กสทช.

อ้างอิง:
https://becommon.co/culture/public-call-office/
https://www.thaipbs.or.th/news/content/250822
https://www.nbtc.go.th/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 109 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กลีบกุหลาบถล่มแขกจนตาย?บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-65 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้กบฏผู้มีบุญ กับข่าวลือวันสิ้นโลกกลิ่นขี้ในแม่น้ำเทมส์สะเทือนรัฐสภา10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 256948 ชั่วโมงอันตราย ไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทผัดไทย เมนูการเมืองบนกระทะร้อน5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปีเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาหารฟิลิปปินส์น้ำมันโลกขึ้น แต่ทำไมราคาหน้าปั๊มไม่ขึ้นตามทันที? เงินส่วนต่างจริง ๆ ใครเป็นคนจ่ายเจาะลึก 'เขื่อนสามผา' มหาโครงการมึนโลก ยังไว้ใจได้จริง หรือรอวันวิกฤต?สะพรึงก่อนสิ้นปีจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่อาจมาแบบไม่ทันตั้งตัวคนไทยเริ่มใช้แล้ววันนี้! TH-AI Passport เปิด AI ระดับโลกกว่า 30 โมเดล ใครมีสิทธิ์บ้าง และเอาไปทำอะไรได้?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เหตุใด เปอร์เซีย จึงหายไปจากแผนที่โลก5 อันดับ "ค่าธรรมเนียมแอบแฝง" ในธนาคารไทย ที่คนส่วนใหญ่โดนหักเงินฟรีโดยไม่รู้ตัวสะพรึงก่อนสิ้นปีจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่อาจมาแบบไม่ทันตั้งตัว5 ของกินในเซเว่น "โซเดียมทะลุหลอด" แต่คนคิดว่ากินแล้วไม่อ้วน
ตั้งกระทู้ใหม่