รถเมล์สายแรกของไทย เริ่มจากเส้นทางสั้น ๆ ยศเส–ประตูน้ำ ก่อนกลายเป็นขนส่งคู่กรุงเทพฯ
ก่อนรถเมล์จะกลายเป็นภาพคุ้นตาของคนกรุงเทพฯ จุดเริ่มต้นเคยอยู่บนเส้นทางระหว่างสะพานยศเสกับประตูน้ำ และเกี่ยวข้องกับชื่อของ “นายเลิศ เศรษฐบุตร” ผู้บุกเบิกคมนาคมเมืองไทย
ทุกวันนี้หลายคนอาจมองรถเมล์เป็นเรื่องธรรมดาบนถนนกรุงเทพฯ แต่ถ้าย้อนกลับไปกว่าร้อยปีก่อน การมีรถโดยสารประจำทางสักสายหนึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มากของเมืองหลวง เส้นทางสั้น ๆ ระหว่างสะพานยศเสกับประตูน้ำ จึงไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านของผู้โดยสาร แต่เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะไทย
ข้อมูลจากต้นฉบับระบุว่า รถเมล์สายแรกของประเทศไทยเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 2450 โดยมีพระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ “นายเลิศ เศรษฐบุตร” เป็นผู้ริเริ่มกิจการรถโดยสารประจำทาง หลังมองเห็นว่าบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ ยังไม่มีรถรางให้บริการ และประชาชนยังต้องพึ่งการเดินเท้า รถม้า หรือพาหนะรับจ้างรูปแบบอื่น
เส้นทางที่มักถูกกล่าวถึงคือการเดินรถระหว่าง “สะพานยศเส” หรือสะพานกษัตริย์ศึกในปัจจุบัน ไปยัง “ตลาดประตูน้ำ” ซึ่งเป็นย่านสำคัญของกรุงเทพฯ ในยุคนั้น สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระบุว่า เส้นทางนี้เชื่อมสะพานยศเสกับตลาดประตูน้ำ และเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีรถราง ทำให้กิจการรถเมล์ไปได้ดีในช่วงแรก
จุดที่น่าสนใจคือ คำว่า “รถเมล์” ในยุคแรกไม่ได้หมายถึงรถโดยสารเครื่องยนต์เหมือนที่คนปัจจุบันเข้าใจเสมอไป ประวัติรถเมล์ไทยมีรากจากรถเทียมม้า ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นรถโดยสารประจำทางที่มีเส้นทางและจุดรับส่งชัดเจนมากขึ้น SARAKADEE LITE สรุปว่า รถเมล์ไทยเริ่มจากรถเทียมม้า ก่อนเปลี่ยนผ่านสู่รถเมล์ถ่าน รถสองแถว และระบบเดินรถประจำทางในเวลาต่อมา
ชื่อที่คนไทยจำนวนมากจำได้คือ “รถเมล์ขาว” เพราะรถของนายเลิศถูกทาสีขาวจนกลายเป็นภาพจำ ไทยรัฐระบุว่า กิจการรถเมล์ในกรุงเทพฯ เริ่มโดยนายเลิศ เศรษฐบุตร และต่อมารถเมล์ของนายเลิศถูกเรียกติดปากว่า “รถเมล์ขาว” ตามสีของตัวรถ
เรื่องค่าโดยสารยังเป็นจุดที่ควรเล่าอย่างระมัดระวัง เพราะแหล่งข้อมูลบางแห่งให้รายละเอียดต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ต้นฉบับระบุว่า ค่าโดยสารยุคแรกอยู่ที่เพียงไม่กี่สตางค์ต่อเที่ยว ซึ่งถูกกว่าการเช่ารถม้าส่วนตัวมาก โดยก่อนหน้านั้นรถม้าเดี่ยวมีค่าบริการชั่วโมงละ 75 สตางค์ และรถม้าคู่ชั่วโมงละ 1 บาท ขณะที่ไทยรัฐก็ให้ข้อมูลใกล้เคียงกันว่า รถเทียมม้าคิดค่าโดยสารเป็นรายชั่วโมง โดยรถเทียมม้าเดี่ยวชั่วโมงละ 75 สตางค์ และรถเทียมม้าคู่ชั่วโมงละ 1 บาท
เมื่อนำตัวเลขนี้มามองในบริบทของยุคนั้น จะเห็นว่ารถโดยสารประจำทางไม่ใช่แค่ “ของใหม่” แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีเดินทางของคนเมือง จากบริการที่ต้องจ้างเป็นรายชั่วโมงหรือเหมาทั้งคัน ไปสู่การเดินทางที่คนทั่วไปเข้าถึงได้มากขึ้น แม้ข้อมูลเรื่องค่าโดยสารต่อเที่ยวควรตรวจสอบจากหลักฐานประวัติศาสตร์เพิ่มเติมก่อนเผยแพร่เชิงวิชาการ แต่ภาพรวมที่ชัดเจนคือ รถเมล์ช่วยลดข้อจำกัดในการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ยุคแรก
อีกประเด็นที่ทำให้เส้นทางสะพานยศเส–ประตูน้ำสำคัญ คือการเลือกพื้นที่ที่รถรางยังเข้าไม่ถึง นั่นทำให้รถเมล์ไม่ได้เกิดมาเพื่อแข่งกับระบบเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เข้ามาเติมช่องว่างของเมืองที่กำลังขยายตัว ผู้คนต้องเดินทางระหว่างย่านการค้า แหล่งงาน และพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น
ต่อมา กิจการรถเมล์ค่อย ๆ เติบโตและพัฒนาเป็นระบบที่ซับซ้อนขึ้น มีผู้ประกอบการหลายราย มีการแบ่งสีรถ แบ่งเส้นทาง และท้ายที่สุดภาครัฐเข้ามามีบทบาทในการจัดระบบรถโดยสารประจำทางมากขึ้น ประวัติศาสตร์ช่วงหลังนำไปสู่การเกิดหน่วยงานด้านรถเมล์ของกรุงเทพฯ อย่างองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ซึ่งกลายเป็นชื่อที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยมาจนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าอ่านในวันนี้ ไม่ใช่แค่คำถามว่า “รถเมล์สายแรกวิ่งที่ไหน” แต่คือการเห็นว่า เมืองใหญ่เริ่มเปลี่ยนจากจุดเล็ก ๆ ได้อย่างไร เส้นทางจากสะพานยศเสไปประตูน้ำอาจดูสั้นเมื่อเทียบกับเครือข่ายรถเมล์ปัจจุบัน แต่ในเวลานั้น มันคือก้าวสำคัญของการทำให้การเดินทางในเมืองเป็นระบบขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น และเชื่อมชีวิตผู้คนเข้ากับเมืองที่กำลังเติบโต
ดังนั้น หากใครเคยนั่งรถเมล์ผ่านย่านเก่าในกรุงเทพฯ เรื่องของ “รถเมล์ขาว” และเส้นทางสะพานยศเส–ประตูน้ำ อาจทำให้มองถนนเดิมต่างออกไปเล็กน้อย เพราะตรงนั้นไม่ใช่แค่เส้นทางจราจร แต่เป็นร่องรอยหนึ่งของประวัติศาสตร์การเดินทางของคนไทย
- รถเมล์สายแรกของไทยมักถูกกล่าวถึงว่าเริ่มในเส้นทางสะพานยศเส หรือสะพานกษัตริย์ศึก ไปยังตลาดประตูน้ำ
- ผู้บุกเบิกสำคัญคือ พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ เศรษฐบุตร
- “รถเมล์ขาว” เป็นชื่อเรียกติดปากจากสีของรถนายเลิศ
- จุดเริ่มต้นของรถเมล์ไทยเกี่ยวข้องกับการเติมช่องว่างของพื้นที่ที่รถรางยังเข้าไม่ถึง
- ข้อมูลเรื่องค่าโดยสารต่อเที่ยวควรตรวจสอบเพิ่มจากหลักฐานชั้นต้น แต่ต้นฉบับระบุว่าอยู่ที่เพียงไม่กี่สตางค์
แหล่งที่มา:
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง, SARAKADEE LITE, ไทยรัฐ
อ้างอิง:
https://www.bmta.co.th/about-us
https://www.lib.ru.ac.th/miscell2/?tag=ประวัติรถเมล์
https://www.sarakadeelite.com/brand-story/thai-bus-history/
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่ง
ย้อนรอยคดีอื้อฉาวปี 1663 แมรี คาร์ลตัน หญิงผู้ถูกขนานนามว่าเจ้าหญิงเยอรมัน กับศึกแต่งงานซ้อนที่สะเทือนลอนดอน
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
เปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569
รังสีอวกาศบริเวณดวงจันทร์เข้มข้นกว่าโลกแค่ไหน เจาะข้อมูลจากหุ่นจำลองในภารกิจ Artemis I
แฟน ๆ แห่ร้องว้าว! "อั้ม พัชราภา" ลองของใหม่ที่จีน! เปิดโหมดช่างภาพแดนมังกร 5 นาทีได้เรื่อง !!
รวมแนวทางเลขดังงวด 1 พ.ย. 69 แม่น้ำหนึ่ง คำชะโนด ม้าสีหมอก และเลขมงคลวันสำคัญ
เช็กดวงรายวัน 31 ตุลาคม 2569 คนเกิดวันไหนมีโชคเรื่องงาน และความรัก พร้อมสีมงคลประจำวัน
พบรถสเตชันวูดดี้จากยุค 1940 อยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินที่จมกลางแปซิฟิก
ลองพิมพ์ชื่อทวิตตัวเองใน Google แล้วตามด้วยคำว่า Sotwe หรือยัง... เจอคลิปตัวเองหลุดไปกันบ้างไหม วันนี้ดนย์มาไขข้อสงสัยของหลายๆคนไห้ครับ
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน
มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัว
แฟน ๆ แห่ร้องว้าว! "อั้ม พัชราภา" ลองของใหม่ที่จีน! เปิดโหมดช่างภาพแดนมังกร 5 นาทีได้เรื่อง !!
เช็กดวงรายวัน 31 ตุลาคม 2569 คนเกิดวันไหนมีโชคเรื่องงาน และความรัก พร้อมสีมงคลประจำวัน
สะพานรักสารสิน
ย้อนรอยคดีอื้อฉาวปี 1663 แมรี คาร์ลตัน หญิงผู้ถูกขนานนามว่าเจ้าหญิงเยอรมัน กับศึกแต่งงานซ้อนที่สะเทือนลอนดอน
รังสีอวกาศบริเวณดวงจันทร์เข้มข้นกว่าโลกแค่ไหน เจาะข้อมูลจากหุ่นจำลองในภารกิจ Artemis I
ลองพิมพ์ชื่อทวิตตัวเองใน Google แล้วตามด้วยคำว่า Sotwe หรือยัง... เจอคลิปตัวเองหลุดไปกันบ้างไหม วันนี้ดนย์มาไขข้อสงสัยของหลายๆคนไห้ครับ
ยักษ์คู่ปรับเห็น “ทารก” ตัวโตจนหนีข้ามทะเล—นิทานฟินน์ แมคคูลเล่ากำเนิด Giant’s Causeway อย่างไร?
ย้อนรอยคดีอื้อฉาวปี 1663 แมรี คาร์ลตัน หญิงผู้ถูกขนานนามว่าเจ้าหญิงเยอรมัน กับศึกแต่งงานซ้อนที่สะเทือนลอนดอน
รังสีอวกาศบริเวณดวงจันทร์เข้มข้นกว่าโลกแค่ไหน เจาะข้อมูลจากหุ่นจำลองในภารกิจ Artemis I
ร่องรอยเพลง The House Carpenter ย้อนไปถึงปี 1657 ได้ไหม—แล้วปี 1685 มาจากไหน?
