หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมปากถึงร้องโอ๊ยก่อนจะรู้สึกเจ็บ

เขียนโดย phana3462

เสียงโอ๊ยไม่ได้รอให้ความเจ็บมาถึงก่อน


เดินผ่านโต๊ะแล้วหน้าแข้งเฉี่ยวมุมเบาๆ ปากหลุดคำว่าโอ๊ยทันที จากนั้นอีกเสี้ยวหนึ่งค่อยยืนงงว่า เมื่อกี้ก็ไม่ได้เจ็บขนาดนั้นนี่นา อาการแบบนี้ไม่ได้แปลว่าสมองทำงานมั่ว แต่เกิดจากระบบรับสัมผัส ระบบป้องกันตัว และการรับรู้ความเจ็บทำงานคนละจังหวะกัน

ร่างกายแยกคำว่าโดนชนออกจากคำว่าเจ็บ

ตอนขาไปกระแทกขอบโต๊ะ ตัวรับความรู้สึกในผิวหนังและเนื้อเยื่อส่งสัญญาณเข้าระบบประสาททันที แต่คำว่า เจ็บ ไม่ได้เกิดขึ้นตรงจุดที่ชนแล้ววิ่งขึ้นสมองมาเป็นก้อนสำเร็จรูป ความเจ็บเป็นประสบการณ์ที่สมองต้องประมวลทั้งสัญญาณจากร่างกาย ความแรงของเหตุการณ์ ความคาดหมาย ความสนใจ และประสบการณ์เดิมประกอบกันอีกที

วงการศึกษาความเจ็บจึงแยก การตรวจจับสิ่งที่อาจทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อ ออกจาก ประสบการณ์ที่รู้สึกว่าเจ็บ อย่างชัดเจน สัญญาณเตือนสามารถเริ่มทำงานและก่อพฤติกรรมป้องกันได้ โดยที่ความรู้สึกเจ็บแบบรู้ตัวอาจยังไม่เกิดเต็มที่

พูดง่ายๆ คือ ร่างกายเริ่มรับมือเหตุการณ์ได้ก่อนที่สติจะตัดสินเสร็จว่าเจ็บแค่ไหน

แล้วเสียงโอ๊ยมาจากไหน

ตรงนี้ต้องแยกอีกชั้น เพราะการร้องโอ๊ยไม่ใช่รีเฟล็กซ์ไขสันหลังแบบเดียวกับการชักมือหนีของร้อนทุกครั้ง เสียงร้องเป็นพฤติกรรมที่มีทั้งส่วนอัตโนมัติ อารมณ์ การตกใจ และการเรียนรู้จากภาษาเข้ามาปนกัน ตั้งแต่เด็ก สมองค่อยๆ จับคู่เหตุการณ์อย่างหกล้ม ชนโต๊ะ โดนของร้อน หรือถูกหนีบ กับสีหน้า ท่าทาง และเสียงอุทานที่ใช้กันรอบตัว พอเกิดเหตุคล้ายเดิมอีก วงจรตอบสนองเดิมจึงเริ่มทำงานได้เร็วมาก

นั่นอธิบายได้ว่าทำไมบางครั้งแค่ชนเบาๆ ก็ร้องก่อน แต่พอสำรวจจริงกลับแทบไม่เจ็บ หรือบางทีเห็นของกำลังจะหล่นใส่เท้าแล้วหลุดโอ๊ยทั้งที่ของยังไม่แตะตัวด้วยซ้ำ กรณีหลังยิ่งชัดว่าเสียงไม่ได้รอข้อมูลความเจ็บจากบาดแผลอย่างเดียว ความคาดหมายกับความตกใจก็จุดพฤติกรรมนี้ขึ้นมาได้

ชั้นแรก รับรู้ว่ามีแรงกระแทกหรือเหตุผิดปกติ

ชั้นถัดมา ระบบป้องกันตัวเตรียมหดขา เกร็งตัว หยุดเดิน หรือหันไปดู

ชั้นอัตโนมัติที่เรียนรู้มา สีหน้าและเสียงอุทานอาจหลุดออกมา

ชั้นที่ช้ากว่าเล็กน้อย สมองประเมินว่าเจ็บจริงไหม เจ็บตรงไหน และแรงแค่ไหน


กระบวนการจริงซ้อนกันและไม่ได้ต่อคิวทีละขั้นเป๊ะๆ แต่ภาพแบบนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมคำว่าโอ๊ยกับความรู้สึกเจ็บจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มพร้อมกัน

สมองยอมเตือนเกินไว้ก่อน

ถ้ามีอะไรพุ่งชนหน้าแข้ง ระบบป้องกันตัวคงไม่เหมาะนักถ้าต้องรอรายงานละเอียดว่าแรงกระแทกเท่าไร เนื้อเยื่อเสียหายหรือไม่ และควรตอบสนองระดับไหน การขยับหนีหรือสะดุ้งเร็วเกินจำเป็นนิดหน่อยเสียหายน้อยกว่าการตอบสนองช้าในเหตุที่อันตรายจริง จึงพบพฤติกรรมอย่างสะดุ้ง เกร็ง หลบ หรืออุทานทันทีเมื่อเหตุการณ์คล้ายสิ่งที่เคยทำให้เจ็บ

ตรงนี้ยังทำให้เกิดเรื่องขำๆ ได้ เช่น ชนโต๊ะแล้วร้องโอ๊ย จากนั้นรีบลูบขาทั้งที่ยังหาไม่เจอด้วยซ้ำว่าจุดไหนเจ็บ หรือทำของหล่นใกล้เท้าแล้วชักเท้าหนีพร้อมเสียงร้อง ทั้งหมดสะท้อนว่าระบบป้องกันตัวชอบแนวทาง เร็วไว้ก่อน ค่อยตรวจทีหลัง

คำว่าโอ๊ยยังอาจช่วยตอนเจ็บจริง

มีงานทดลองในคนให้เอามือแช่น้ำเย็นจนเกิดความเจ็บ แล้วเปรียบเทียบหลายเงื่อนไข พบว่าการเปล่งเสียงโอ๊ยด้วยตัวเองทำให้ทนสิ่งกระตุ้นที่เจ็บได้นานขึ้นเมื่อเทียบกับการนั่งเงียบในเงื่อนไขทดลองนั้น ที่น่าสนใจคือแค่ฟังเสียงโอ๊ยที่อัดไว้ไม่ได้ให้ผลแบบเดียวกัน นักวิจัยจึงเสนอว่าการออกเสียงหรือการกระทำจากร่างกายเองอาจเข้าไปเปลี่ยนการประมวลความเจ็บบางส่วน

ไม่ได้หมายความว่าร้องโอ๊ยแล้วกลายเป็นยาชา แต่ก็ทำให้เห็นว่าเสียงอุทานไม่ใช่พฤติกรรมไร้สาระเสียทีเดียว

เสียงดังแค่ไหนก็ไม่ได้บอกระดับความเจ็บตรงๆ บางคนร้องเพราะตกใจทั้งที่เจ็บน้อย ขณะที่บางคนเจ็บมากกลับเงียบ การตัดสินว่าคนไหนเจ็บกว่าเพียงเพราะเสียงดังหรือเบาจึงพลาดได้ง่าย เพราะความเจ็บเป็นประสบการณ์ส่วนตัวและได้รับอิทธิพลจากทั้งร่างกาย อารมณ์ ความสนใจ และประสบการณ์เดิม

คราวหน้าถ้าเดินเฉี่ยวโต๊ะแล้วปากร้องโอ๊ยก่อนจะรู้สึกอะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกว่าคือ วงจรตอบสนองต่อเหตุฉับพลันกับพฤติกรรมที่เรียนรู้มาทั้งชีวิตเริ่มทำงาน ก่อนการประเมินความเจ็บแบบรู้ตัวจะเสร็จ แล้วถ้าผ่านไปแวบหนึ่งยังไม่เจ็บ ก็เท่ากับระบบเตือนภัยยิงสัญญาณเผื่อไว้ก่อนหนึ่งรอบซะงั้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
phana3462's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย phana3462
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาทำไมฝาหม้อแก้วหลายใบต้องมี “รูเล็ก ๆ” อยู่บนฝา? ถ้าปิดสนิทกว่าเดิมจะไม่ดีกว่าหรือ?จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านส่องเลขคี่-คู่สลับจังหวะ ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาแพตเทิร์นผสมการคำนวณและสัญญาณรอบตัวเลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดาทำไมเฮราถึงไล่ลงโทษหญิงที่ซุสเข้าใกล้แทนที่จะเอาคืนซุสโดยตรง9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”โลกจะเป็นอย่างไร ถ้าวันหนึ่งไม่มีผึ้งเหลืออยู่เลยเลือกเลขเด่นตัวเดียวก่อนกระจาย งวด 16 ส.ค. 69 — วิธีหาเลขหลักผสมสัญญาณและการคำนวณตัวเลขใต้ขวดพลาสติก คืออะไร? รู้ไว้จะได้เข้าใจว่าขวดทำจากพลาสติกชนิดไหนความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมอาหารที่คนอื่นทำให้ถึงรู้สึกอร่อยกว่าส่องเลขคี่-คู่สลับจังหวะ ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาแพตเทิร์นผสมการคำนวณและสัญญาณรอบตัวตัวเลขใต้ขวดพลาสติก คืออะไร? รู้ไว้จะได้เข้าใจว่าขวดทำจากพลาสติกชนิดไหนถ้าโลกเราไม่มีแบคทีเรีย มนุษย์จะดำรงชีวิตอยู่ได้หรือไม่ทำไมกินจากหม้อถึงอร่อยกว่าตักใส่จานทำไมเห็นของหนักบนหัวแล้วสมองชอบคิดว่ามันจะร่วง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ตัวเลขบนยางรถยนต์ อ่านอย่างไร รู้ความหมายก่อนเปลี่ยนยางก่อนมีหมอฟัน…ชาวมายา “ฝังหยกในฟัน” จริง!ตัวเลขใต้ขวดพลาสติก คืออะไร? รู้ไว้จะได้เข้าใจว่าขวดทำจากพลาสติกชนิดไหนถ้าโลกเราไม่มีแบคทีเรีย มนุษย์จะดำรงชีวิตอยู่ได้หรือไม่
ตั้งกระทู้ใหม่