หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Digital Fatigue คืออะไร ทำไมหลายคนเริ่มเหนื่อยกับหน้าจอ ทั้งที่ไม่ได้เกลียดเทคโนโลยี

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน


หลายคนไม่ได้อยากหายไปจากโลกออนไลน์ถาวร แต่อาจแค่ต้องการช่วงเวลาที่ไม่มีแจ้งเตือน ไม่มีข่าวใหม่ และไม่ต้องรับรู้ชีวิตของใครตลอดเวลา

เคยมีช่วงหนึ่งไหม ที่แค่เห็นแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาก็รู้สึกเหนื่อย ทั้งที่ข้อความนั้นอาจไม่ได้มีอะไรหนักหนา หรือเปิดโซเชียลได้ไม่กี่นาทีก็อยากปิดทันที ความรู้สึกแบบนี้ถูกพูดถึงมากขึ้นในชื่อ Digital Fatigue หรือความล้าจากโลกดิจิทัล

เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าเรากำลังเกลียดเทคโนโลยี และไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่รู้สึกแบบนี้มีปัญหาสุขภาพจิตเสมอไป แต่เป็นอาการเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นได้เมื่อสมองต้องรับข้อมูลมากเกินไปในแต่ละวัน ตั้งแต่ข่าวด่วน คลิปสั้น แชตงาน แชตส่วนตัว อีเมล โฆษณา ไปจนถึงความเห็นของคนจำนวนมากที่ไหลผ่านหน้าจอไม่หยุด

สิ่งที่ทำให้ Digital Fatigue น่าสนใจ คือมันเป็นความเหนื่อยที่มักเกิดขึ้นเงียบ ๆ หลายคนไม่ได้รู้ตัวทันที เพราะกิจกรรมบนมือถือดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่ไถฟีดไม่กี่นาที แค่ตอบแชตสั้น ๆ แค่ดูคลิปก่อนนอน แต่เมื่อรวมกันทั้งวัน สมองต้องคัดกรอง ตีความ เปรียบเทียบ และตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา

งานพูดคุยของ American Psychological Association กับนักวิจัยด้านความสนใจและเทคโนโลยี อธิบายว่าอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ดิจิทัล และการสลับงานไปมาส่งผลต่อสมาธิและทำให้การทำหลายอย่างพร้อมกันเป็นภาระต่อสมองมากขึ้น

นี่จึงอาจอธิบายได้ว่า ทำไมบางคนถึงรู้สึกหมดแรง ทั้งที่ไม่ได้ทำงานหนักเป็นพิเศษ หรือรู้สึกหงุดหงิดง่ายหลังใช้โซเชียลนาน ๆ ความเหนื่อยไม่ได้มาจากหน้าจออย่างเดียว แต่มาจาก “จำนวนสิ่งที่ต้องรับรู้” ผ่านหน้าจอนั้นด้วย

ในชีวิตประจำวัน คนไทยจำนวนมากใช้มือถือเป็นทั้งเครื่องมือทำงาน ช่องทางคุยกับครอบครัว แหล่งข่าว แหล่งบันเทิง และพื้นที่พักใจ ปัญหาคือเมื่อทุกอย่างอยู่ในเครื่องเดียว เส้นแบ่งระหว่างเวลางาน เวลาส่วนตัว และเวลาพักจึงเลือนลงเรื่อย ๆ

บางคนปิดคอมแล้ว แต่ยังตอบไลน์งานต่อบนมือถือ บางคนอยากพัก แต่กลับเปิด TikTok ต่อโดยอัตโนมัติ บางคนตั้งใจจะนอน แต่เผลออ่านข่าวหรือคอมเมนต์จนสมองตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

รายงานทบทวนวรรณกรรมใน PubMed Central เกี่ยวกับ digital detox ระบุว่า การแจ้งเตือนที่ต่อเนื่อง ข้อมูลจำนวนมาก และแรงกดดันให้ต้องมีตัวตนบนโลกออนไลน์ อาจเกี่ยวข้องกับความรู้สึกวิตกกังวลและความรู้สึกเหมือนต้องเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ควรถูกอ่านแบบเหมารวมว่า “มือถือคือปัญหา” เพราะเทคโนโลยียังเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงาน เรียนรู้ ติดต่อผู้คน และเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น ประเด็นสำคัญกว่าคือ เรากำลังใช้มันในจังหวะที่สมองได้พักพอหรือไม่

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ การพักจากหน้าจอต้องเป็นเรื่องใหญ่ เช่น ลบทุกแอป เลิกเล่นโซเชียล หรือหายไปจากโลกออนไลน์หลายวัน แต่ในความจริง การพักอาจเริ่มจากเรื่องเล็กมาก เช่น ปิดแจ้งเตือนบางแอป วางมือถือไว้ไกลตัวตอนกินข้าว หรือมีช่วงสั้น ๆ ในแต่ละวันที่ไม่เปิดฟีดอะไรเลย

สิ่งที่หลายคนต้องการอาจไม่ใช่ความบันเทิงเพิ่ม แต่เป็น “ความเงียบ” เพิ่ม

ความเงียบในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการอยู่คนเดียวแบบเหงาเสมอไป แต่อาจหมายถึงช่วงที่ไม่ต้องตอบใคร ไม่ต้องรู้ข่าวใหม่ ไม่ต้องเปรียบเทียบชีวิตกับใคร และไม่ต้องให้สมองตัดสินใจจากข้อมูลใหม่ทุกไม่กี่นาที

นักจิตวิทยาบางแนวคิดมองว่า ช่วงเวลาว่างหรือความเบื่อที่หลายคนพยายามหลีกเลี่ยง อาจช่วยให้สมองได้จัดระเบียบความคิดของตัวเอง ตรงนี้ทำให้กิจกรรมง่าย ๆ อย่างเดินเล่นโดยไม่ฟังอะไร นั่งมองวิว หรืออ่านหนังสือกระดาษ กลายเป็นการพักที่มีความหมายมากกว่าที่คิด

Digital Fatigue จึงไม่ใช่คำที่ควรใช้เพื่อทำให้คนกลัวเทคโนโลยี แต่เป็นคำเตือนเบา ๆ ว่า สมองมนุษย์อาจไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับรู้ทุกเรื่อง ตอบสนองทุกอย่าง และเปิดรับข้อมูลไม่หยุดตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน

ถ้าวันไหนเราไม่อยากเปิด Facebook ไม่อยากดู TikTok ไม่อยากตอบแชต หรือไม่อยากรับรู้ดราม่าใหม่ ๆ นั่นอาจไม่ได้แปลว่าเราขี้เกียจหรือผิดปกติ แต่อาจเป็นสัญญาณธรรมดาว่า สมองกำลังขอพื้นที่พัก

บางครั้ง สิ่งที่ช่วยให้เรากลับมาสดชื่นขึ้น อาจไม่ใช่คอนเทนต์ใหม่ แอปใหม่ หรือคลิปใหม่ แต่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เราไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของใครเลย

 

เนื้อหาโดย: เรื่องดีดีมีทุกวัน
แหล่งที่มา:
เรื่องดีดีมีทุกวัน, American Psychological Association, PubMed Central

อ้างอิง:
https://www.apa.org/news/podcasts/speaking-of-psychology/attention-spans
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11392003/
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9638701/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 117 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี คัดคู่เลขตัวเต็งทำแต้มสู้ศึกงวดใหม่ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทยYouTube เอาจริง! ใช้ AI ทำคลิปได้ แต่ถ้าปั๊มซ้ำจนไร้คุณค่า ระวังอดสร้างรายได้เปิดสถิติ หวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ก.ย. 69AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569ไข่ออนเซ็น กับ ไข่ลวก ต่างกันตรงไหน?รู้หรือไม่? ดอกผักตบชวาก็กินได้นะ จากวัชพืชในน้ำสู่เมนูที่หลายคนไม่เคยลองไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดส.ส. ประเทศไหนเงินเดือนสูงสุดในอาเซียน?รู้หรือไม่? ลูกวาฬกินนมแม่ใต้น้ำได้อย่างไร ทั้งที่นมไม่ละลายหายไปในทะเล7 ข้อมูลที่ “ไม่ควร” ให้ AI รู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รู้หรือไม่? ลูกวาฬกินนมแม่ใต้น้ำได้อย่างไร ทั้งที่นมไม่ละลายหายไปในทะเลเสาไฟประติมากรรมรูปสัตว์จังหวัดไหนแพงสุด เปิดราคาต่อต้น เทียบกันชัด ๆไข่ออนเซ็น กับ ไข่ลวก ต่างกันตรงไหน?รู้หรือไม่? ดอกผักตบชวาก็กินได้นะ จากวัชพืชในน้ำสู่เมนูที่หลายคนไม่เคยลอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เงิน 10 บาท แต่ละคนมีค่าไม่เท่ากันจริงไหม? คำตอบอยู่ที่ “กำลังซื้อ” และชีวิตของเราเมืองแห่งสายฝน ฝนตกมากที่สุดในโลกจนสถิติแทบไม่น่าเชื่อ!สุนัขและลิงมีประจำเดือนเหมือนมนุษย์ไหมจังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่คนกัมพูชานิยมเข้ามาทำงานอยู่มากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่