หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คนเยอรมันใช้เงินอย่างไร เมื่อ “วงเงิน” ไม่ได้แปลว่า “รายได้”


เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด

ถ้าพูดถึงประเทศที่มีวัฒนธรรมการเงินน่าสนใจ เยอรมนี เป็นหนึ่งในประเทศที่ควรจับตามอง

เพราะในยุคที่คนทั่วโลกสามารถซื้อของได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด คนจำนวนไม่น้อยกลับยังยึดแนวคิดเรียบง่ายว่า

“ถ้ายังไม่มีเงิน ก็อย่าเพิ่งซื้อ”

แน่นอนว่าเราไม่ควรเหมารวมว่าชาวเยอรมันทุกคนมีพฤติกรรมเหมือนกัน และคำกล่าวว่าเยอรมนีเป็นประเทศที่ “เป็นหนี้น้อยที่สุดในยุโรป” ก็ยังต้องระบุให้ชัดว่าใช้ตัวชี้วัดใดในการเปรียบเทียบ

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้จากพฤติกรรมการชำระเงินคือ คนเยอรมันจำนวนมากยังให้ความสำคัญกับเงินสด บัตรเดบิต และการจ่ายจากเงินที่มีอยู่จริง มากกว่าการพึ่งวงเงินสินเชื่อในชีวิตประจำวัน

คนเยอรมันไม่ได้เกลียดบัตร แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ “เครดิต”

สิ่งที่น่าสนใจคือ คนเยอรมันไม่ได้ต่อต้านการใช้บัตร

แต่พวกเขาแยกค่อนข้างชัดเจนระหว่าง

บัตรสำหรับจ่ายเงิน

กับ

บัตรสำหรับกู้เงิน

ข้อมูลสถิติการชำระเงินของ Deutsche Bundesbank ระบุว่า ในปี 2023 การชำระเงินผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ในเยอรมนีประมาณ 83% เป็นการใช้บัตรเดบิต ขณะที่บัตรเครดิตที่มีวงเงินสินเชื่อคิดเป็นประมาณ 2% ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่เป็นบัตรที่ตัดยอดภายหลังจากบัญชี

พูดง่าย ๆ คือ

มีบัตรได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นหนี้เพราะบัตร

บัตรเดบิตทำหน้าที่คล้ายเงินสดในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อจ่ายเงิน ยอดเงินจะถูกหักจากบัญชีของเจ้าของบัตร จึงแตกต่างจากบัตรเครดิตที่เป็นการใช้วงเงินของธนาคารก่อน แล้วจึงชำระคืนภายหลัง

นี่ต่างจากวัฒนธรรมในบางประเทศที่บัตรเครดิตกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และผู้บริโภคคุ้นเคยกับการซื้อก่อนแล้วค่อยจ่ายทีหลัง

แล้วทำไมเงินสดยังสำคัญ?

เยอรมนียังคงเป็นประเทศที่เงินสดมีบทบาทสูง แม้การชำระเงินแบบดิจิทัลจะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

ผลสำรวจพฤติกรรมการชำระเงินปี 2025 ของ Bundesbank พบว่า การซื้อสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันประมาณ 55% ชำระด้วยวิธีที่ไม่ใช้เงินสด ขณะที่เงินสดยังถูกใช้ถึง 45% และยังเป็นวิธีชำระเงินรายประเภทที่ถูกใช้บ่อยที่สุด

ข้อมูลดังกล่าวมาจากการสำรวจประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 6,070 คน ระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2025 พร้อมให้ผู้ร่วมสำรวจบันทึกพฤติกรรมการชำระเงินเป็นเวลา 3 วัน

ตัวเลขนี้สะท้อนว่า เยอรมนีไม่ได้หยุดอยู่กับเงินสด แต่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การชำระเงินดิจิทัลอย่างค่อยเป็นค่อยไป

สำหรับคนบางกลุ่ม การถือเงินสดยังทำให้รู้สึกว่า

“ฉันกำลังใช้เงินจริง ๆ”

มีเงิน 2,000 บาทในกระเป๋า

ซื้อไป 500 บาท

ก็เหลือ 1,500 บาททันที

มันเห็นได้ชัด

ในขณะที่การรูดบัตรหรือกดจ่ายผ่านโทรศัพท์อาจทำให้การใช้เงินรู้สึก “เจ็บน้อยลง” เพราะเราไม่ได้เห็นเงินหายออกจากมือในทันที

ดังนั้นเงินสดจึงไม่ได้เป็นเพียงวิธีการชำระเงิน แต่ยังสามารถเป็น เครื่องมือช่วยควบคุมพฤติกรรมการใช้จ่าย สำหรับบางคนได้ด้วย

หลักคิดสำคัญ: วงเงินไม่ใช่รายได้

นี่อาจเป็นบทเรียนที่คนไทยนำมาปรับใช้ได้ดีมาก

สมมติธนาคารให้วงเงินบัตรเครดิต 100,000 บาท

ไม่ได้หมายความว่าเรามีเงิน 100,000 บาท

มันหมายความเพียงว่า

ธนาคารยอมให้เรายืมได้สูงสุด 100,000 บาท

สองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คนที่มีวินัยทางการเงินจึงไม่ได้ถามเพียงว่า

“ฉันซื้อไหวไหม?”

แต่ควรถามต่อว่า

“ฉันสามารถจ่ายเงินก้อนนี้ได้จริงหรือไม่ โดยไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายและเป้าหมายทางการเงินในอนาคตเสียหาย?”

โดยเฉพาะเมื่อใช้บัตรเครดิต หากไม่สามารถชำระยอดเต็มจำนวนตามกำหนด ยอดค้างอาจถูกคิดดอกเบี้ยและทำให้สินค้าที่ซื้อมีต้นทุนสูงขึ้นกว่าราคาหน้าร้าน

คนเยอรมันไม่ได้ “กลัวหนี้” แต่ควรถามว่าเป็นหนี้เพื่ออะไร

การบอกว่าคนเยอรมันไม่ชอบหนี้ทุกประเภทอาจไม่ถูกต้องทั้งหมด

เพราะหนี้บางประเภทอาจมีเหตุผลและช่วยสร้างประโยชน์ในระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อเพื่อการลงทุนที่ผ่านการประเมินความเสี่ยงแล้ว

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า

“เป็นหนี้หรือไม่?”

แต่เป็น

“เป็นหนี้เพื่ออะไร และสามารถชำระคืนได้หรือไม่?”

กู้เงินซื้อบ้านที่จำเป็นต่อชีวิต อาจมีเหตุผล

กู้เงินเพื่อสร้างธุรกิจที่มีโอกาสสร้างรายได้ อาจมีเหตุผล

แต่การสร้างหนี้เพื่อซื้อของที่ไม่จำเป็น หรือใช้ชีวิตให้ดูมีฐานะเกินกว่ารายได้ อาจกลายเป็นปัญหาในระยะยาว

นี่คือความแตกต่างระหว่าง

หนี้ที่อาจช่วยสร้างอนาคต

กับ

หนี้ที่นำรายได้ในอนาคตมาจ่ายให้ความสุขในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าหนี้เพื่อบ้านหรือธุรกิจจะเป็นหนี้ที่ดีเสมอไป เพราะหากกู้มากเกินกำลัง รายได้ไม่แน่นอน หรือไม่ได้คำนวณดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทั้งหมด หนี้นั้นก็ยังสร้างความเสี่ยงได้

อย่าหลงกับคำว่า “ผ่อนเดือนละเท่าไร”

ลองคิดง่าย ๆ

โทรศัพท์ราคา 30,000 บาท

ถ้าร้านบอกว่า

“ผ่อนเพียงเดือนละ 1,500 บาท”

สมองอาจรู้สึกว่า 1,500 บาทไม่เยอะ

แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ

สุดท้ายเราจ่ายทั้งหมดกี่บาท?

นี่คือวิธีคิดที่สำคัญมาก

อย่าดูเพียงว่า

“จ่ายต่อเดือนเท่าไร”

แต่ให้ดูว่า

“ต้นทุนทั้งหมดเท่าไร”

ลองตรวจจำนวนงวด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าประกัน และเงื่อนไขกรณีชำระล่าช้าควบคู่กันไปด้วย เพราะคำว่า “ผ่อนสบาย ๆ” สามารถทำให้สินค้าราคาแพงดูเหมือนราคาถูกได้อย่างน่าประหลาด

แม้เป็นโปรโมชันผ่อน 0% ก็ควรถามตัวเองว่า หากต้องจ่ายเงินสดเต็มจำนวนในวันนี้ เรายังจะตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นนั้นอยู่หรือไม่

รวยไม่ได้แปลว่าต้องดูรวย

อีกแนวคิดที่น่าสนใจคือ คนที่มีเงินไม่จำเป็นต้องรีบแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองมีเงิน

รถราคาแพง

โทรศัพท์รุ่นใหม่

เสื้อผ้าแบรนด์เนม

ร้านอาหารหรู

ทั้งหมดนี้อาจทำให้คนดูเหมือนมีฐานะ

แต่สิ่งที่มองไม่เห็นคือ

เงินออม เงินลงทุน และหนี้สิน

คนหนึ่งอาจขับรถราคา 2 ล้านบาท แต่มีหนี้จำนวนมาก

อีกคนอาจขับรถมือสองราคา 300,000 บาท แต่มีเงินออมและเงินลงทุนหลายล้านบาท

คำถามคือ

ใครมั่งคั่งกว่ากัน?

ฐานะทางการเงินจึงไม่ได้วัดจากสิ่งที่คนอื่นมองเห็นเท่านั้น แต่ควรดูจากทรัพย์สินสุทธิ ความมั่นคงของรายได้ เงินสำรอง และภาระหนี้ที่ต้องรับผิดชอบด้วย

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่ “เงินสดหรือบัตร”

เยอรมนีกำลังเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย

ในปี 2025 การชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดคิดเป็นประมาณ 55% ของรายการซื้อที่สำรวจ เป็นครั้งแรกที่มีสัดส่วนรวมมากกว่าเงินสด ขณะที่เงินสดยังมีสัดส่วนถึง 45%

ดังนั้นภาพของเยอรมนีในปัจจุบันจึงไม่ใช่ประเทศที่

“คนไม่ใช้บัตร”

แต่เป็นประเทศที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากเงินสดไปสู่การชำระเงินดิจิทัล ขณะเดียวกันบัตรเดบิตยังมีบทบาทมาก และผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังเห็นคุณค่าของการมีเงินสดเป็นทางเลือก

สิ่งที่นำมาปรับใช้ได้จึงไม่ใช่การเลียนแบบว่าเราต้องจ่ายด้วยเงินสดทุกครั้ง หรือห้ามใช้บัตรเครดิตเด็ดขาด

แต่คือการแยกให้ออกว่า

เงินของเราอยู่ตรงไหน วงเงินของธนาคารอยู่ตรงไหน และการซื้อครั้งนี้จะกระทบชีวิตในอนาคตอย่างไร

เทคโนโลยีทำให้เราจ่ายเงินง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้น

การกดซื้อของง่ายขึ้นไม่ได้แปลว่าเรามีเงินมากขึ้น

การมีวงเงินมากขึ้นไม่ได้แปลว่าเรามีรายได้มากขึ้น

และการผ่อนสินค้าได้ ไม่ได้แปลว่าสินค้านั้นราคาถูกลง

เนื้อหาโดย: เศรษฐีนี สวย รวย โสด
SOURCES:

Deutsche Bundesbank — Payment behaviour in Germany in 2025
Deutsche Bundesbank — Card payments see strong growth
Deutsche Bundesbank — Payment behaviour in Germany study methodology

REFERENCES:

https://www.bundesbank.de/en/press/press-releases/payment-behaviour-in-germany-in-2025-964738
https://www.bundesbank.de/en/press/press-releases/card-payments-see-strong-growth-937046
https://www.bundesbank.de/en/publications/reports/studies/payment-behaviour-in-germany-in-2025-997852
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เศรษฐีนี สวย รวย โสด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด
ชอบอ่าน ชอบเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: EvaAqua, เศรษฐีนี สวย รวย โสด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไม “แม่กุญแจ” ต้องเจาะรูเล็ก ๆ ไว้ด้านล่าง? หลายคนใช้ทุกวันแต่ไม่เคยรู้ว่า รูนี้ช่วยอะไรได้บ้าง“Mona Lisa–Baby Come Kiss” จุดกระแสจับตา บลู–ลิซ่าอีกครั้ง10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์ปังระดับโลก ! “เนเน่ รอยัล” สร้างประวัติศาสตร์ คว้า “Best New International Artiste 2026” คนแรกจาก Phil Lynott Convention9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟพึ่ง กับ เพิ่ง ต่างกันอย่างไร? คำไหนถูก ใช้แทนกันได้หรือไม่3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทยสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/695 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมเเนวทางเลขนำโชค "เจ้าเเม่ทองมา" 1/9/69เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ปังระดับโลก ! “เนเน่ รอยัล” สร้างประวัติศาสตร์ คว้า “Best New International Artiste 2026” คนแรกจาก Phil Lynott Conventionทำไม “แม่กุญแจ” ต้องเจาะรูเล็ก ๆ ไว้ด้านล่าง? หลายคนใช้ทุกวันแต่ไม่เคยรู้ว่า รูนี้ช่วยอะไรได้บ้างเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน“Mona Lisa–Baby Come Kiss” จุดกระแสจับตา บลู–ลิซ่าอีกครั้งสองโลกหลังควันปืน: ชีวิตทหารอเมริกันในเกาหลี ปี 1954สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภัยเงียบ โรคเส้นเลือดในสมองตีบย้อนเวลาสู่ "พนมเปญ ปี 1972" : รอยยิ้มของเด็กสาว ร่มเงาหางนกยูง และเงามืดแห่งสงครามที่กำลังกลืนกินสองโลกหลังควันปืน: ชีวิตทหารอเมริกันในเกาหลี ปี 1954พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่าง
ตั้งกระทู้ใหม่