หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บ้าน-คอนโดขายยากขึ้น เพราะคนไม่อยากซื้อ หรือเพราะกู้ไม่ผ่าน?

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน


ตลาดบ้านและคอนโดที่ดูเงียบลง ไม่ได้แปลว่าคนไทยหมดความฝันเรื่องมีบ้านเสมอไป ปัญหาสำคัญกำลังอยู่ตรงรอยต่อระหว่างราคาที่อยู่อาศัย รายได้ หนี้เดิม และเกณฑ์สินเชื่อที่เข้มขึ้น


บ้านและคอนโดขายยากขึ้นในช่วงนี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า คนไทยไม่อยากซื้อบ้านแล้วจริงหรือไม่ แต่เมื่อดูให้ลึกขึ้น ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “ความอยากซื้อ” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คนจำนวนหนึ่งยังอยากซื้อ เพียงแต่ซื้อไม่ไหว หรือกู้ไม่ผ่าน

ภาพนี้กำลังเป็นโจทย์ใหญ่ของทั้งคนอยากมีบ้าน ผู้ประกอบการ และสถาบันการเงิน เพราะบ้านไม่ใช่สินค้าราคาถูกที่ตัดสินใจซื้อได้ทันที การซื้อบ้านหนึ่งหลังหรือคอนโดหนึ่งห้อง ต้องผ่านทั้งเงินดาวน์ รายได้ประจำ ภาระหนี้เดิม ราคาประเมิน และการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่า ตลาดที่อยู่อาศัยช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 ฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ชั่วคราว แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่โตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง การอนุมัติสินเชื่อที่ยังเข้มงวด และรายได้ประชาชนที่ฟื้นตัวช้า

พูดง่าย ๆ คือ มีมาตรการช่วยกระตุ้นตลาดอยู่บ้าง แต่ไม่ได้แปลว่ากำลังซื้อของคนทั่วไปกลับมาแข็งแรงทันที

ปัญหาที่เห็นชัดคือ ราคาที่อยู่อาศัยขยับไปข้างหน้าเร็วกว่ารายได้ของคนจำนวนมาก บ้านและคอนโดต้องแบกรับต้นทุนที่ดิน วัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และต้นทุนทางการเงิน ขณะที่รายได้ครัวเรือนไม่ได้เพิ่มขึ้นในจังหวะเดียวกัน

เมื่อราคาบ้านสูงขึ้น เงินเดือนเท่าเดิมจึงซื้อได้น้อยลงกว่าเดิม คนที่เคยคิดว่า “อีกไม่กี่ปีก็น่าจะซื้อได้” อาจพบว่าราคาบ้านขยับหนีไปอีกขั้นแล้ว

อีกกำแพงใหญ่คือหนี้เดิมของผู้ซื้อ หลายคนมีรายได้ประจำ มีงานทำ และตั้งใจซื้อบ้านจริง แต่เมื่อธนาคารนำภาระหนี้รถ หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือภาระผ่อนอื่น ๆ มาคำนวณรวม ความสามารถในการชำระหนี้อาจไม่ผ่านเกณฑ์

นี่คือที่มาของคำว่า “จองได้ แต่กู้ไม่ผ่าน” ซึ่งกลายเป็นความกังวลสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์

รายงานที่เผยแพร่ผ่าน REIC อ้างถึงผลสำรวจในกลุ่มผู้ประกอบการว่า อัตราการปฏิเสธสินเชื่ออยู่สูงกว่า 39–40% ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากรายได้ผู้กู้ไม่ถึงเกณฑ์ และราคาประเมินต่ำกว่าราคาขายจริง ขณะที่ภาระหนี้สูงและรายได้ไม่มั่นคงยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ

ในมุมของธนาคาร การเข้มงวดไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ เพราะระบบการเงินยังต้องระวังคุณภาพหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุในรายงานภาคธนาคารไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า ภาคครัวเรือนและธุรกิจบางกลุ่มยังมีความเปราะบางจากรายได้ที่อ่อนแรงและต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบความสามารถในการชำระหนี้ และยังต้องติดตามภาวะการเงินที่ตึงตัวต่อไป

ดังนั้น หากมองจากฝั่งธนาคาร การปล่อยกู้บ้านไม่ใช่แค่ดูว่าผู้ซื้ออยากได้บ้านหรือไม่ แต่ต้องดูว่าผู้กู้จะผ่อนได้ไหวตลอดระยะยาวหรือไม่

อีกด้านหนึ่ง คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งก็เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องบ้านจริง บางคนเลือกเช่าเพราะต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานและการใช้ชีวิต บางคนยังไม่อยากผูกตัวเองกับหนี้ระยะยาวหลายสิบปี บางคนมองว่าการมีเงินสดสำรองสำคัญกว่าการรีบซื้อสินทรัพย์ก้อนใหญ่

แต่การเปลี่ยนมุมมองนี้ไม่ได้แปลว่าคนไทยเลิกอยากมีบ้านทั้งหมด หลายคนยังอยากมีที่อยู่อาศัยของตัวเอง เพียงแต่ต้องเลื่อนเวลา ลดงบ เปลี่ยนทำเล หรือรอให้ฐานะการเงินพร้อมกว่านี้

ตลาดบ้านและคอนโดจึงไม่ได้เจอปัญหาเดียว แต่เป็นหลายปัญหาซ้อนกัน ทั้งราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้น รายได้โตช้า หนี้ครัวเรือนกดทับ เกณฑ์สินเชื่อเข้ม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังมากขึ้น

สำหรับคนที่กำลังคิดซื้อบ้าน บทเรียนสำคัญคืออย่าดูแค่ราคาขายหรือโปรโมชันหน้าโครงการ แต่ควรประเมินภาระผ่อนจริง หนี้เดิม เงินสำรอง และความมั่นคงของรายได้ก่อนตัดสินใจ เพราะการซื้อบ้านไม่ใช่แค่ผ่านวันโอน แต่ต้องผ่อนต่อให้ไหวในระยะยาว

ส่วนผู้ประกอบการอาจต้องปรับสินค้าให้ใกล้กับกำลังซื้อจริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขนาดยูนิต ทำเล ระดับราคา หรือรูปแบบการขาย เพราะตลาดที่อยู่อาศัยยุคนี้ไม่ได้แข่งขันกันแค่ใครสร้างสวยกว่า แต่ต้องตอบให้ได้ว่า คนซื้อจริงเข้าถึงได้หรือไม่

สุดท้าย บ้านและคอนโดที่ขายยากขึ้นไม่ได้บอกเพียงว่า “คนไม่อยากซื้อ” แต่กำลังบอกว่าเส้นทางจากความฝันไปถึงบ้านจริง มีด่านทางการเงินที่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก และนี่อาจเป็นโจทย์ใหญ่ของตลาดที่อยู่อาศัยไทยไปอีกระยะหนึ่ง

 

เนื้อหาโดย: เรื่องดีดีมีทุกวัน
แหล่งที่มา:
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์

อ้างอิง:
https://www.reic.or.th/Research/359
https://www.reic.or.th/News/RealEstate/470576
https://www.bot.or.th/en/news-and-media/news/news-20260519.html
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 74 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย3 กาแฟนมยอดฮิต: ลาเต้ คาปูชิโน แฟลตไวต์ แตกต่างกันอย่างไร?ทำไมตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งติดพื้นในบ้าน..และเเตกต่างกับศาลตายายของไทยอย่างไร?ทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม?ฝนหนักทั่วไทย ! เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมก่อนออกจากบ้าน วันนี้ 19 ก.ย. 69หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดสลด! ตู้คอนเทนเนอร์หลุดจากรถพ่วง พุ่งข้ามเลนทับรถทีมฟุตบอลอาวุโส เสียชีวิต 2 รายทำไมเปิดฝาขวดครั้งแรกต้องมีเสียง “กร๊อบ” แล้ววงแหวนพลาสติกถึงค้างอยู่ที่คอขวด?เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่ทำไม LEGO 2x4 เพียง 6 ก้อนจึงสร้างแบบต่อได้มหาศาลทองคำละลายในมหาสมุทรมีมากถึง 20 ล้านตันจริงหรือไม่โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
วิธีวางแผนภาษี สำหรับคนรับงานหลายทางโรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!โรงเรียนไทยแห่งไหนที่มีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศ? เปิดจุดเด่นที่ทำให้เป็นที่รู้จักถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่
ตั้งกระทู้ใหม่