แคะหูแล้วฟินเพราะอะไร? รู้ทันวงจรคันหูที่อาจทำให้หูพังโดยไม่รู้ตัว
ความฟินเวลาแคะหูอาจไม่ได้มาจาก “หูสะอาด” แต่อาจเป็นวงจรกระตุ้นความรู้สึกที่ทำให้ยิ่งอยากทำซ้ำ ขณะที่แพทย์เตือนว่าการแหย่หูลึกและบ่อยเกินไปอาจทำให้ขี้หูอุดตัน บาดเจ็บ อักเสบ และควรระวังอาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์
หลายคนรู้ว่าไม่ควรใช้คอตตอนบัดแหย่เข้าไปในหูลึก ๆ แต่พออาบน้ำเสร็จหรือรู้สึกคันหู ก็ยังอดหยิบขึ้นมาปั่นไม่ได้ เพราะความรู้สึก “ฟิน” นั้นเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่คิดไปเอง
ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอีกครั้งจากบทความของ HK01 ที่อ้างข้อมูลแพทย์หู คอ จมูกในญี่ปุ่น อธิบายว่า การแคะหูอาจกระตุ้นระบบให้รางวัลของสมอง ทำให้เกิดความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และอยากทำซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการคันหรือรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในหู
แต่จุดสำคัญที่ควรเข้าใจคือ ความรู้สึกสบายไม่ได้แปลว่าช่องหูกำลังได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเสมอไป
ทำไมแคะหูแล้วรู้สึกดี
ช่องหูเป็นบริเวณที่ไวต่อสัมผัสมาก เมื่อถูกกระตุ้นด้วยคอตตอนบัด ไม้แคะหู หรือวัตถุเล็ก ๆ บางคนจึงรู้สึกเคลิ้ม สบาย หรือโล่งทันที
ปัญหาคือความรู้สึกแบบนี้อาจทำให้สมองจำว่า “แคะแล้วสบาย” พอคันอีกก็อยากแคะอีก กลายเป็นวงจรซ้ำ ๆ โดยไม่ทันสังเกตว่า ช่องหูอาจเริ่มระคายเคืองหรือมีแผลเล็ก ๆ ไปแล้ว
อาการคันหูจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นสัญญาณให้แคะเสมอไป หลายครั้งความคันอาจมาจากผิวในช่องหูแห้ง ระคายเคือง หรือกำลังอักเสบ การใช้วัตถุไปถูซ้ำอาจทำให้คันมากขึ้น ไม่ใช่หายจริง
หูไม่ได้สกปรกอย่างที่หลายคนคิด
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ ขี้หูเท่ากับความสกปรก จึงต้องเอาออกให้หมด
ในทางการแพทย์ ขี้หูเป็นสารปกติที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อช่วยปกป้องช่องหู ดักฝุ่น เศษเล็ก ๆ และช่วยหล่อลื่นผิวในหู American Academy of Otolaryngology–Head and Neck Surgery ระบุว่า ขี้หูมีบทบาทในการทำความสะอาด ปกป้อง และเคลือบผิวช่องหูตามธรรมชาติ โดยการเคลื่อนไหวของขากรรไกรและการผลัดผิวจะช่วยพาขี้หูเก่าออกมาด้านนอกเอง
พูดง่าย ๆ คือ หูมีระบบทำความสะอาดตัวเองอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องใช้คอตตอนบัดแหย่ลึกเข้าไปทุกวัน
คอตตอนบัดอาจดันขี้หูลึกกว่าเดิม
หลายคนใช้คอตตอนบัดเพราะคิดว่ากำลัง “เอาขี้หูออก” แต่ในความเป็นจริง อาจกลายเป็นการดันขี้หูให้ลึกเข้าไปกว่าเดิม
Mayo Clinic เตือนว่า ไม่ควรพยายามขุดขี้หูแข็งหรือขี้หูอุดตันด้วยคอตตอนบัด กิ๊บดำ คลิปหนีบกระดาษ หรือวัตถุอื่น เพราะอาจดันขี้หูเข้าไปลึกขึ้น และทำให้เยื่อบุช่องหูหรือแก้วหูบาดเจ็บได้
ด้าน AAO-HNS ก็เตือนเช่นกันว่า การทำความสะอาดหูมากเกินไปอาจระคายเคืองช่องหู เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ และทำให้ขี้หูอุดตันได้ ขณะที่การใส่วัตถุเล็ก ๆ เข้าไปในหูอาจทำให้ช่องหูเป็นแผล แก้วหูทะลุ หรือเกิดอาการหูอื้อ เวียนศีรษะ และการได้ยินผิดปกติ
แล้วเรื่อง “มะเร็งช่องหู” ควรเข้าใจอย่างไร
ต้นฉบับจาก HK01 ระบุถึงความกังวลว่า การระคายเคืองเรื้อรังจากการแคะหูบ่อยอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งช่องหูชนิด Squamous Cell Carcinoma ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรใช้ภาษาระมัดระวัง
มีงานวิจัยหนึ่งในผู้ป่วยมะเร็งช่องหูชั้นนอกชนิด Squamous Cell Carcinoma จำนวน 68 ราย ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างข้างที่เป็นโรค ความถนัดมือ และพฤติกรรมแคะหู โดยพบประเด็นเรื่องการเกิดโรคข้างขวาและพฤติกรรมแคะหูในบางกลุ่มผู้ป่วย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ไม่ควรถูกตีความแบบเหมารวมว่า “แคะหูแล้วจะเป็นมะเร็ง” เพราะมะเร็งช่องหูเป็นโรคที่พบไม่บ่อย และความสัมพันธ์จากงานวิจัยไม่ได้เท่ากับการพิสูจน์สาเหตุโดยตรงในคนทั่วไป
สิ่งที่ควรสื่อให้ชัดกว่าคือ การแคะหูบ่อย แรง หรือใช้อุปกรณ์แข็ง อาจทำให้ช่องหูบาดเจ็บและอักเสบเรื้อรัง ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรมองข้าม โดยเฉพาะถ้ามีเลือด น้ำไหล ปวดเรื้อรัง หรือการได้ยินลดลง
ดูแลหูอย่างไรให้ปลอดภัยกว่า
หลักง่ายที่สุดคือ เช็ดแค่ด้านนอก ไม่แหย่ลึกเข้าไปในช่องหู
หลังอาบน้ำสามารถใช้ผ้าสะอาดเช็ดบริเวณใบหูและปากรูหูด้านนอกอย่างเบามือ หากรู้สึกว่ามีขี้หูอุดตัน หูอื้อ ปวดหู หรือได้ยินลดลง ไม่ควรพยายามขุดเอง แต่ควรพบแพทย์หรือแพทย์หู คอ จมูก เพื่อประเมินและเอาขี้หูออกอย่างปลอดภัย
ถ้าคันหูบ่อย ควรสังเกตว่ามีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น เจ็บ แฉะ มีกลิ่น มีเลือด หรือได้ยินไม่ชัด เพราะอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ขี้หู และควรได้รับการตรวจมากกว่าการแก้ด้วยคอตตอนบัด
ความฟินจากการแคะหูอาจทำให้รู้สึกดีชั่วคราว แต่หูไม่ได้ต้องการการ “ปั่น” เป็นประจำ สิ่งที่หูต้องการมากกว่า คือการไม่ถูกรบกวนเกินจำเป็น และการพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติจริง ๆ
- แคะหูแล้วฟินอาจเกี่ยวกับการกระตุ้นความรู้สึกและระบบให้รางวัลของสมอง ทำให้บางคนอยากทำซ้ำ
- ขี้หูไม่ใช่สิ่งสกปรกเสมอไป แต่มีหน้าที่ปกป้องและหล่อลื่นช่องหู
- คอตตอนบัดอาจดันขี้หูลึกขึ้น และเสี่ยงทำให้ช่องหูหรือแก้วหูบาดเจ็บ
- ประเด็นมะเร็งช่องหูควรสื่ออย่างระวัง ยังไม่ควรสรุปว่าแคะหูทั่วไปทำให้เป็นมะเร็งโดยตรง
- ถ้ามีอาการปวด หูอื้อ เลือด น้ำไหล หรือการได้ยินลดลง ควรพบแพทย์แทนการแคะเอง
แหล่งที่มา:
HK01, Mayo Clinic, American Academy of Otolaryngology–Head and Neck Surgery, PubMed Central
อ้างอิง:
https://www.hk01.com/開罐/60360866/撩耳仔點解會上癮-醫生揭大腦存獎勵機制-過度刺激恐可致癌
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/earwax-blockage/diagnosis-treatment/drc-20353007
https://www.entnet.org/resource/aao-hnsf-updated-cpg-earwax-press-release/
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
บ่อเกลือ 800 ปีแห่งน่าน ทำไมเกลือภูเขาเคยมีค่าระดับ “ทองขาว”
Passage du Gois ถนนฝรั่งเศสที่ต้องรอน้ำลด ก่อนขับข้ามไปถึงเกาะ
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
ชายอินเดียยืนบำเพ็ญตบะ 5 ปี ทำไมเรื่องนี้ถูกถกเถียงทั้งศรัทธาและสุขภาพ
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
มอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบ
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
หยางเหมยคืออะไร ทำไมผลไม้แดงจากจีนถึงหากินยากและเริ่มถูกพูดถึงในไทย
ทำไมสาวจีนฮิตนั่งรถไฟเชียงใหม่-ลำพูน ตั๋ว 5 บาท แต่ได้ภาพวินเทจเต็มฟีด
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
เวียดนามทลายเครือข่ายขโมยแมว ช่วยได้กว่า 400 ตัว ก่อนถูกส่งขายเป็นเนื้อ
ทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก
เวียดนามทลายเครือข่ายขโมยแมว ช่วยได้กว่า 400 ตัว ก่อนถูกส่งขายเป็นเนื้อ
ทำไมสาวจีนฮิตนั่งรถไฟเชียงใหม่-ลำพูน ตั๋ว 5 บาท แต่ได้ภาพวินเทจเต็มฟีด
Passage du Gois ถนนฝรั่งเศสที่ต้องรอน้ำลด ก่อนขับข้ามไปถึงเกาะ
10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
แร่ธาตุที่ไทยแทบจะผลิตเองไม่ได้ แต่สามารถส่งออกได้ในปริมาณมาก
เห็ดระโงกที่กินได้กับเห็ดระโงกพิษ(ระงาก)ต่างกันยังไง
ไม่ใช่แค่ช่างตัดผม! เปิดรายชื่อ “อาชีพสงวนสำหรับคนไทย” ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ายังมีอยู่
Passage du Gois ถนนฝรั่งเศสที่ต้องรอน้ำลด ก่อนขับข้ามไปถึงเกาะ
ทฤษฎีหน้าต่างแตก: ทำไมปัญหาเล็กที่ปล่อยไว้ อาจค่อย ๆ ทำให้ชีวิตและงานพัง
อยู่คนเดียวอย่างไรให้ใจไม่เหงา เมื่อ Solitude ไม่ใช่ Loneliness

