เกาะที่มีแต่กระต่ายจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ลองนึกภาพการนั่งเรือข้ามทะเลไปยังเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น แล้วทันทีที่ก้าวขึ้นฝั่ง กลับมีเจ้าถิ่นตัวเล็ก ๆ วิ่งออกมาต้อนรับเต็มไปหมด
บางตัวนั่งอยู่ริมทาง
บางตัวหลบอยู่ใต้ต้นไม้
บางตัวเดินเข้ามาหานักท่องเที่ยวแบบไม่ค่อยเกรงใจ
ที่นี่คือ โอคุโนะชิมะ (Okunoshima) ในจังหวัดฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันในชื่อ “Rabbit Island” เกาะกระต่าย
เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้มีเส้นรอบเกาะประมาณ 4 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากท่าเรือทาดาโนะอุมิประมาณ 15 นาทีโดยเรือ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเซโตะไนไค และกลายเป็นจุดหมายของคนที่อยากมาเห็นกระต่ายที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระบนเกาะ
แต่ความน่าสนใจของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่คำว่า “เกาะกระต่าย”
เพราะเกาะแห่งนี้มีอดีตที่มืดมนอย่างไม่น่าเชื่อ
จากเกาะเงียบ ๆ สู่เกาะที่มีกระต่ายเต็มไปหมด
โอคุโนะชิมะไม่ได้เป็นเกาะที่มีแต่กระต่ายมาตั้งแต่แรก
ปัจจุบันไม่สามารถระบุจำนวนกระต่ายบนเกาะได้อย่างแน่นอน และเรื่องต้นกำเนิดของกระต่ายเองก็ยังมีข้อมูลหลายแนวทาง
เรื่องหนึ่งเล่าว่า กระต่ายกลุ่มแรกจำนวน 8 ตัวถูกเด็กนักเรียนปล่อยไว้บนเกาะในปี ค.ศ. 1971 จากนั้นจึงขยายพันธุ์ขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกันก็มีอีกแนวคิดหนึ่งที่เชื่อมโยงกระต่ายกับประวัติศาสตร์โรงงานผลิตก๊าซพิษบนเกาะหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
ดังนั้นถ้าจะเขียนว่า “กระต่ายทั้งหมดบนเกาะสืบเชื้อสายมาจากกระต่าย 8 ตัวอย่างแน่นอน” ก็คงเร็วเกินไป
สิ่งที่ยืนยันได้คือ ทุกวันนี้กระต่ายจำนวนมากอาศัยอยู่บนเกาะ และกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของโอคุโนะชิมะไปแล้ว
แล้วทำไมกระต่ายถึงเต็มเกาะ?
ส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อมของเกาะ
โอคุโนะชิมะไม่มีผู้ล่าตามธรรมชาติบางชนิดที่เป็นภัยต่อกระต่าย และมีการห้ามนำสุนัขและแมวเข้าเกาะ ทำให้กระต่ายสามารถใช้ชีวิตและขยายพันธุ์ได้ค่อนข้างอิสระ
กระต่ายที่นี่ไม่ได้ถูกเลี้ยงอยู่ในกรง
พวกมันเดินไปตามถนน
นอนอยู่ใต้พุ่มไม้
วิ่งผ่านสนามหญ้า
หรือออกมาหานักท่องเที่ยว
จึงทำให้บรรยากาศของเกาะแตกต่างจากสวนสัตว์อย่างสิ้นเชิง
นักท่องเที่ยวไม่ได้เดินเข้าไปดูสัตว์ในกรง
แต่กำลังเดินอยู่ในพื้นที่เดียวกับสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ
กระต่ายที่นี่คุ้นกับคนมาก
เมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก กระต่ายบนเกาะจึงคุ้นเคยกับมนุษย์
บางตัวอาจเดินเข้ามาใกล้เมื่อเห็นคนถืออาหาร
แต่คำว่า “เชื่อง” อาจทำให้เข้าใจผิดได้ เพราะหน่วยงานท่องเที่ยวท้องถิ่นย้ำว่ากระต่ายเหล่านี้เป็นสัตว์ป่า ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง
นักท่องเที่ยวจึงควรสังเกตพฤติกรรมของกระต่ายและไม่พยายามจับหรือไล่ตาม
กฎของเกาะยังระบุไม่ให้ป้อนอาหารบนถนน ไม่ทิ้งอาหารเหลือไว้ใกล้โพรง และไม่ให้อาหารคนแก่กระต่ายด้วย
เรื่องนี้สำคัญ เพราะภาพที่กระต่ายหลายตัววิ่งเข้าหานักท่องเที่ยวอาจทำให้รู้สึกว่า
“พวกมันอยากเล่นด้วย”
แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่พวกมันสนใจอาจเป็นเพียง
อาหารในมือ
กระต่ายกลายเป็นเหตุผลที่คนเดินทางมาที่นี่
เมื่อเวลาผ่านไป กระต่ายก็กลายเป็นภาพจำของโอคุโนะชิมะ
นักท่องเที่ยวเดินทางมาจากทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศเพื่อมาพบกระต่ายโดยเฉพาะ
แต่เกาะไม่ได้มีแค่กระต่าย
ที่นี่ยังมีชายหาด จุดชมวิว เส้นทางปั่นจักรยาน พื้นที่ตั้งแคมป์ และที่พัก ทำให้สามารถใช้เวลาอยู่บนเกาะได้ทั้งวัน
มีแม้กระทั่งโรงแรมเพียงแห่งเดียวบนเกาะ คือ Kyukamura Okunoshima ซึ่งมีทั้งที่พัก อาหาร และบ่อน้ำพุร้อน
ฟังดูเหมือนสถานที่พักผ่อนที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสัตว์โดยเฉพาะ
แต่ถ้ามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของเกาะ ภาพทั้งหมดกลับเปลี่ยนไปทันที
เกาะกระต่ายแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ผลิตก๊าซพิษ
ก่อนที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาถ่ายรูปกับกระต่าย โอคุโนะชิมะเคยมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์สงคราม
ในปี ค.ศ. 1929 ญี่ปุ่นสร้างโรงงานผลิตอาวุธเคมีบนเกาะแห่งนี้ และมีการผลิตก๊าซพิษ เช่น มัสตาร์ดแก๊สและก๊าซน้ำตา จนถึงช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
วันนี้นักท่องเที่ยวอาจเห็นกระต่ายเดินอยู่บนสนามหญ้า
แต่ไม่ไกลจากตรงนั้นยังมีซากอาคารและโครงสร้างทางทหารที่หลงเหลือจากยุคสงคราม
ความน่ารักกับประวัติศาสตร์อันมืดมนจึงอยู่บนเกาะเดียวกัน
ทำไมเกาะถึงมีพิพิธภัณฑ์ก๊าซพิษ?
โอคุโนะชิมะไม่ได้พยายามลบอดีตของตัวเองออกไป
ตรงกันข้าม บนเกาะมี Poison Gas Museum หรือพิพิธภัณฑ์ก๊าซพิษ ซึ่งเปิดขึ้นในปี ค.ศ. 1988 เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของโรงงานและผลกระทบจากการผลิตก๊าซพิษในอดีต
ดังนั้นคนที่เดินทางมาที่นี่จึงมีทางเลือกมากกว่าการให้อาหารกระต่าย
สามารถเดินดูซากโรงงาน
ดูโบราณสถานทางทหาร
เข้าไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์
แล้วค่อยกลับออกมาเห็นกระต่ายวิ่งอยู่ตามสนามหญ้า
มันเป็นความรู้สึกที่แปลกอย่างหนึ่ง
ด้านหนึ่งของเกาะเต็มไปด้วยภาพที่ดูน่ารักจนเหมือนสถานที่ในนิทาน
แต่อีกด้านกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของสงคราม
แล้วทำไมคนถึงเรียกที่นี่ว่า “เกาะกระต่าย”?
ชื่อ Rabbit Island ไม่ได้หมายความว่าบนเกาะมีเพียงกระต่ายและไม่มีสิ่งอื่นเลย
มันเป็นชื่อเล่นที่เกิดจากการที่กระต่ายกลายเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเกาะ
ปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวทางการของญี่ปุ่นเองก็ใช้ชื่อ Rabbit Island ในการแนะนำโอคุโนะชิมะ และยอมรับว่ากระต่ายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ กระต่ายไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น “เครื่องมือท่องเที่ยว” ตั้งแต่แรก
มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะในเวลาต่อมา
จนภาพของกระต่ายแทบจะกลบภาพอดีตของโรงงานก๊าซพิษไปเสียหมด
นักท่องเที่ยวควรจำไว้ว่ากระต่ายยังเป็นสัตว์ป่า
ภาพกระต่ายหลายสิบตัววิ่งเข้าหาคนถือเป็นภาพที่ทำให้โอคุโนะชิมะโด่งดัง
แต่การท่องเที่ยวที่ดีไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าใกล้สัตว์ได้มากที่สุด
กฎของเกาะระบุว่าไม่ควรอุ้ม ไม่ควรไล่ ไม่ควรให้อาหารบนถนน และไม่ควรให้อาหารของมนุษย์แก่กระต่าย
นอกจากนี้ยังควรเก็บอาหารที่เหลือและไม่ทิ้งขยะ เพราะอาหารที่เหลืออาจดึงดูดสัตว์อื่นและส่งผลต่อสภาพแวดล้อมของกระต่าย
กระต่ายน่ารักก็จริง
แต่ความน่ารักไม่ใช่ใบอนุญาตให้เราเข้าไปเปลี่ยนพฤติกรรมตามธรรมชาติของมัน
จากเกาะแห่งความลับ สู่สถานที่ที่คนทั่วโลกอยากมา
โอคุโนะชิมะมีเรื่องราวที่เหมือนถูกวางไว้คนละขั้ว
อดีตคือโรงงานก๊าซพิษ
ปัจจุบันคือกระต่ายที่วิ่งเล่นกับนักท่องเที่ยว
อดีตคือสถานที่ที่รัฐบาลพยายามปิดบัง
ปัจจุบันคือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกตั้งใจเดินทางมา
อดีตมีซากโรงงานและอาคารทหาร
ปัจจุบันมีคนปั่นจักรยานริมทะเล
และทั้งหมดนี้อยู่บนเกาะเล็ก ๆ ที่เดินรอบได้ประมาณ 4 กิโลเมตร
จึงอาจพูดได้ว่า โอคุโนะชิมะไม่ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพราะมีกระต่ายเพียงอย่างเดียว
แต่มันกลายเป็นสถานที่ที่น่าสนใจเพราะมีเรื่องราวสองด้านอยู่พร้อมกัน
ด้านหนึ่งคือชีวิตที่ยังคงเดินต่อ
อีกด้านคืออดีตที่ไม่ควรถูกลืม
วันนี้เมื่อเรือค่อย ๆ แล่นเข้าใกล้เกาะ สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวอาจอยากเห็นคือกระต่ายตัวแรกที่วิ่งออกมาต้อนรับ
แต่ถ้าเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย อาจเจอกับอาคารร้าง กำแพงเก่า หรือพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องอีกด้านของเกาะ
และนั่นทำให้โอคุโนะชิมะน่าสนใจกว่าแค่คำว่า
“เกาะที่มีกระต่ายเยอะมาก”
เพราะเบื้องหลังภาพกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่วิ่งอยู่ริมทะเล คือประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกซ่อนไว้จากโลก
วันนี้กระต่ายอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเดินทางมาที่นี่
แต่เรื่องราวของเกาะคือสิ่งที่ทำให้คนจำนวนมาก จดจำมันได้หลังจากเดินทางกลับไปแล้ว
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
อ่างล้างหน้าบางใบมีรูใกล้ขอบ บางใบไม่มี: จุดต่างเล็ก ๆ ที่ทำให้น้ำมีทางสำรอง
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
ถอดรหัสเลขเจาะใจ "ลุงหวัง" งวด 1 กันยายน 2569
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
Melibe viridis ทากทะเลหน้าตาประหลาด ราวกับสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
ยุคกลางมีเรื่องไหนที่เราจำผิดกันมานาน?
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
ทำไมหลังออกกำลังกาย น้องชายถึงดูเล็กลง? ความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด”
แมงมุมกางขาด้วยแรงดันไฮดรอลิก ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อเหยียดขาเป็นหลัก
การค้าประเวณีในไทยเคยถูกกฎหมายหรือไม่? เรื่องที่หลายคนมักเข้าใจผิด
ความพิเศษของนามสกุล “แม็คโดนัลด์” เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่หลายคนไม่เคยรู้
“หัวใจวาย” กับ “ไหลตาย” เหมือนกันหรือไม่? รู้ความต่างก่อนสายเกินไป


