หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พักข่าวการเมืองบ้าง ไม่ได้แปลว่าไม่สนใจสังคม แต่อาจช่วยรักษาพลังใจ

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

การติดตามข่าวเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าทุกเช้าเริ่มด้วยดราม่า คอมเมนต์เดือด และความรู้สึกว่าโลกแย่ลงเรื่อย ๆ อาจถึงเวลาตั้งขอบเขตกับข่าวสารอย่างจริงจัง


หลายคนไม่ได้ “อ่านข่าว” แค่เพื่อรับรู้สถานการณ์อีกต่อไป แต่กำลังเริ่มต้นวันด้วยความเครียดซ้ำ ๆ ตั้งแต่ยังไม่ลุกจากเตียง

เปิดมือถือมาเจอข่าวการเมือง คำพูดแรง ๆ คอมเมนต์เดือด ข่าวคอร์รัปชัน เศรษฐกิจชวนกังวล หรือประเด็นที่ทำให้รู้สึกว่าอนาคตกำลังมืดลงทุกวัน พอรู้ตัวอีกที ข่าวไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอ แต่เข้ามาอยู่ในอารมณ์ทั้งวัน

ปัญหาไม่ใช่การติดตามข่าวการเมือง เพราะการรู้เท่าทันบ้านเมืองยังเป็นเรื่องจำเป็นในสังคมประชาธิปไตย แต่เส้นแบ่งสำคัญอยู่ตรงนี้ เรากำลัง “รับรู้” ข่าว หรือกำลัง “แบกรับ” ข่าวทุกเรื่องไว้ในหัวโดยไม่รู้ตัว

งานด้านจิตวิทยาสื่ออธิบายมานานว่า ข่าวเชิงลบมีพลังดึงความสนใจสูงกว่าข่าวทั่วไป ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า negativity bias หรือแนวโน้มของสมองที่ไวต่อข้อมูลด้านลบมากกว่าด้านบวก งานวิจัยที่เผยแพร่ใน PNAS ยังพบว่า คำเชิงลบในพาดหัวสามารถเพิ่มอัตราการคลิกอ่านข่าวได้มากขึ้น ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมเนื้อหาที่ทำให้โกรธ กลัว หรือกังวล จึงมักถูกเห็นบ่อยในฟีดข่าวออนไลน์

เมื่อระบบแพลตฟอร์มให้รางวัลกับเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์ วงจรจึงเกิดขึ้นง่ายมาก ยิ่งโกรธ ยิ่งอ่านต่อ ยิ่งเครียด ยิ่งอยากเช็กเพิ่ม ยิ่งรู้สึกว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นตลอดเวลา ยิ่งกลับไปรีเฟรชฟีดซ้ำอีก

นี่คือจุดที่ข่าวการเมืองอาจกลายเป็นภาระทางใจโดยไม่ตั้งใจ

ในชีวิตจริง เราอาจนั่งอยู่ในห้องที่ปลอดภัย มีงานทำ มีอาหารกิน ไม่มีภัยตรงหน้า แต่สมองกลับรับสัญญาณเตือนภัยจากข่าวทุกไม่กี่นาที สุดท้ายร่างกายจึงเหมือนอยู่ในโหมดระวังตัวนานเกินจำเป็น

American Psychological Association เคยอธิบายประเด็น “media overload” ว่าการรับข่าวสารหนักเกินไปสามารถเพิ่มความเครียดและทำให้คนรู้สึกถูกท่วมด้วยข้อมูลได้ โดยคำแนะนำสำคัญไม่ใช่การเลิกสนใจโลก แต่คือการตั้งขอบเขตกับการใช้สื่อ

สิ่งที่ควรระวังคือ ความรู้สึกว่า “โลกกำลังพัง” อาจไม่ได้สะท้อนภาพทั้งหมดของโลกเสมอไป ข่าวมีหน้าที่รายงานสิ่งผิดปกติ ความขัดแย้ง ความเสียหาย หรือสิ่งที่ต้องตรวจสอบ แต่สิ่งปกติในชีวิตจำนวนมากมักไม่กลายเป็นพาดหัว

ไม่มีสำนักข่าวไหนพาดหัวว่า วันนี้คนส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตตามปกติ
ไม่มีใครแชร์โพสต์ว่า วันนี้ฉันไม่ได้ทะเลาะกับใคร
ไม่มีฟีดไหนเด้งเตือนว่า ยังมีเรื่องดีเล็ก ๆ เกิดขึ้นอยู่รอบตัว

เมื่อเห็นแต่ความขัดแย้งซ้ำ ๆ สมองจึงอาจเริ่มสรุปว่า “ทุกอย่างแย่ไปหมด” ทั้งที่ความจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก

การพักจากข่าวการเมืองจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นการหนีความจริงเสมอไป บางครั้งมันคือการคืนพื้นที่ให้สมองได้หายใจ

เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกดราม่า
ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกคอมเมนต์
ไม่จำเป็นต้องเถียงกับคนแปลกหน้าทุกครั้งที่เห็นความเห็นไม่ตรงกัน
และไม่จำเป็นต้องรับข่าวการเมืองแบบเรียลไทม์ตลอดทั้งวัน เพื่อพิสูจน์ว่าเราเป็นพลเมืองที่รับผิดชอบ

ความรับผิดชอบต่อสังคมไม่ควรแลกมาด้วยสุขภาพใจที่พังลงเรื่อย ๆ

Mental Health Foundation ของสหราชอาณาจักรแนะนำว่า การ doomscrolling หรือการเลื่อนดูข่าวร้ายอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้รู้สึกกังวล เศร้า หรือถูกท่วมด้วยอารมณ์มากขึ้น วิธีรับมือคือสังเกตพฤติกรรมของตัวเอง จำกัดเวลาเสพข่าว และหากิจกรรมที่ดึงเรากลับมาอยู่กับชีวิตจริง

สำหรับคนอ่านไทยที่รู้สึกว่าข่าวการเมืองทำให้เหนื่อยง่าย หงุดหงิดง่าย หรือหมดหวังบ่อย ๆ อาจเริ่มจากวิธีเล็ก ๆ เช่น กำหนดเวลาอ่านข่าววันละ 1–2 รอบ ปิดแจ้งเตือนจากเพจที่กระตุ้นอารมณ์แรง เลือกอ่านจากแหล่งข่าวที่แยกข้อเท็จจริงกับความเห็นชัดเจน และหลีกเลี่ยงการอ่านคอมเมนต์ก่อนนอน

ที่สำคัญคือ อย่าสับสนระหว่าง “ไม่รู้ข่าวทุกนาที” กับ “ไม่สนใจประเทศ”

การรู้ทันโลกเป็นเรื่องดี แต่การปล่อยให้โลกทั้งใบเข้ามาอยู่ในหัวตลอดเวลา จนกินพื้นที่การนอน การทำงาน ความสัมพันธ์ และความหวังในชีวิต อาจไม่ใช่ราคาที่คุ้มค่า

บางวัน การปิดหน้าจอ เดินเล่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ทำกับข้าว หรือคุยกับคนที่ไว้ใจ อาจไม่ได้ทำให้ปัญหาการเมืองหายไป แต่ช่วยให้เรากลับมามีพลังพอจะมองปัญหาเหล่านั้นอย่างมีสติขึ้น

พักข่าวบ้าง ไม่ใช่เลิกสนใจสังคม
มันอาจเป็นวิธีรักษาพลังใจ เพื่อให้ยังกลับมาติดตามโลกได้โดยไม่พังไปก่อน

 

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
แหล่งที่มา:
วัน ๆ หาแต่เรื่อง, American Psychological Association, Mental Health Foundation, PNAS

อ้างอิง:
https://www.apa.org/monitor/2022/11/strain-media-overload
https://www.mentalhealth.org.uk/explore-mental-health/articles/doomscrolling-tips-healthier-news-consumption
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10202797/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 33 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาทเจาะลึกความปลอดภัยของ iMessage มั่นใจได้แค่ไหนท่อน้ำตาคืออะไร? รู้จักหน้าที่ อาการท่อตัน และวิธีดูแลดวงตา4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดย้อนรอยประวัติศาสตร์ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญทำไมฝูงลิงแสมจึงอยู่คู่เมืองลพบุรีมายาวนานมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายทำไมคำว่า AMBULANCE บนหน้ารถพยาบาลต้องเขียนกลับด้าน10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำต้นกำเนิดแฟลชถ่ายรูป จากผงแมกนีเซียมอันตรายสู่แสงวาบในมือถือทําไมชุมชนชาวจีนยูนนานถึงตั้งรกรากบนหน้าผาพรมแดนผาตั้งสุดยอดโรมแรมในประเทศไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ท่อปัสสาวะ ท่อเล็กๆ แต่อักเสบเป็นอันตรายย้อนรอยประวัติศาสตร์ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญเจาะลึกความปลอดภัยของ iMessage มั่นใจได้แค่ไหน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ต้นกําเนิดคลิปหนีบกระดาษสิ่งประดิษฐ์ที่เรียบง่ายแต่คงอยู่ตลอดไปทําไมกระดาษโน้ตแบบแปะถึงต้องเป็นสีเหลืองอ่อนที่เราคุ้นตาย้อนรอยประวัติศาสตร์ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญทำไมคำว่า AMBULANCE บนหน้ารถพยาบาลต้องเขียนกลับด้าน
ตั้งกระทู้ใหม่