อันดับ 3 อาจทำให้คุณแปลกใจ! 5 ประเทศมหาอำนาจยางพาราโลก
5 ประเทศที่ปลูกยางพารามากที่สุดในโลก
ยางพาราเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของโลก เพราะน้ำยางธรรมชาติถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ยางและยางรถยนต์ สำหรับการจัดอันดับนี้ควรใช้คำว่า “ประเทศที่ผลิตยางธรรมชาติมากที่สุด” มากกว่า “ปลูกมากที่สุด” เนื่องจากข้อมูลสถิติที่เปรียบเทียบกันในระดับโลกวัดเป็นปริมาณผลผลิต โดยข้อมูลปี 2024 ระบุว่าผลผลิตยางธรรมชาติทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 14.83 ล้านตัน และประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก ขณะที่ประเทศผู้ผลิต 6 อันดับแรกมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 79.8% ของผลผลิตโลก สะท้อนว่าอุตสาหกรรมยางธรรมชาติมีการกระจุกตัวอยู่ในประเทศผู้ผลิตรายสำคัญไม่กี่แห่ง
อันดับ 1 ไทย – ประมาณ 4.79 ล้านตัน ประเทศไทยครองตำแหน่งผู้ผลิตยางธรรมชาติอันดับ 1 ของโลกในปี 2024 โดยผลิตได้ประมาณ 4,789,042 ตัน หรือราว 4.79 ล้านตัน คิดเป็นประมาณ 32.3% ของผลผลิตยางธรรมชาติทั่วโลก ตามข้อมูลที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเผยแพร่ ซึ่งยังระบุว่าประเทศไทยมีพื้นที่ยืนต้นยางพาราประมาณ 23.81 ล้านไร่ และพื้นที่ที่กรีดยางได้ประมาณ 22.47 ล้านไร่ในปีเดียวกัน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงขนาดของอุตสาหกรรมยางพาราไทยที่มีทั้งฐานการผลิตขนาดใหญ่และห่วงโซ่อุตสาหกรรมต่อเนื่องตั้งแต่เกษตรกร โรงงานแปรรูป ไปจนถึงการส่งออก
อันดับ 2 อินโดนีเซีย – ประมาณ 2.26 ล้านตัน อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติอันดับ 2 ของโลกในปี 2024 ด้วยผลผลิตประมาณ 2,262,088 ตัน หรือ 2.26 ล้านตัน คิดเป็นประมาณ 15.3% ของผลผลิตโลก แม้จะยังตามหลังไทยค่อนข้างมาก แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตยางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของโลก อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยางอินโดนีเซียกำลังเผชิญความท้าทายจากต้นทุน แรงงาน และการเปลี่ยนพื้นที่สวนยางบางส่วนไปปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อปริมาณผลผลิตในระยะต่อไป
อันดับ 3 โกตดิวัวร์ – ประมาณ 1.69 ล้านตัน ประเทศที่สร้างความประหลาดใจให้กับการจัดอันดับคือ โกตดิวัวร์ (Côte d’Ivoire) ในแอฟริกาตะวันตก ซึ่งขึ้นมาเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติอันดับ 3 ของโลกในปี 2024 ด้วยผลผลิตประมาณ 1,686,599 ตัน หรือประมาณ 1.69 ล้านตัน คิดเป็นราว 11.4% ของผลผลิตโลก จุดที่น่าสนใจคือโกตดิวัวร์เพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลปี 2020 อยู่ที่ประมาณ 936,061 ตัน ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1.68 ล้านตันในปี 2024 ทำให้ประเทศนี้กลายเป็นผู้เล่นสำคัญของตลาดยางธรรมชาติโลก และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าแหล่งผลิตยางไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น
อันดับ 4 เวียดนาม – ประมาณ 1.33 ล้านตัน เวียดนามเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติอันดับ 4 ของโลกในปี 2024 โดยมีผลผลิตประมาณ 1,327,473 ตัน หรือ 1.33 ล้านตัน คิดเป็นประมาณ 9.0% ของผลผลิตโลก ยางพาราเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจเวียดนาม และประเทศยังเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติรายสำคัญด้วย ข้อมูลการผลิตปี 2024 แสดงให้เห็นว่าผลผลิตของเวียดนามเพิ่มขึ้นจากประมาณ 1.27 ล้านตันในปี 2023 เป็นประมาณ 1.33 ล้านตันในปี 2024 หรือเพิ่มขึ้นราว 4.5%
อันดับ 5 จีน – ประมาณ 877,600 ตัน จีนเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติอันดับ 5 ของโลกในปี 2024 ด้วยผลผลิตประมาณ 877,600 ตัน หรือ 877,600 ตัน คิดเป็นประมาณ 5.9% ของผลผลิตโลก แม้จีนจะมีผลผลิตภายในประเทศสูง แต่จีนก็เป็นประเทศที่มีความต้องการใช้ยางธรรมชาติสูงมากเช่นกัน โดยเฉพาะจากภาคอุตสาหกรรมและยานยนต์ ดังนั้นบทบาทของจีนในตลาดยางจึงไม่ได้มีเฉพาะด้านการผลิต แต่ยังมีความสำคัญอย่างมากในฐานะผู้บริโภคและผู้นำเข้ายางธรรมชาติของโลก
ไทยทิ้งห่างอันดับ 2 แค่ไหน?
เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขปี 2024 จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ไทยผลิตยางธรรมชาติประมาณ 4.79 ล้านตัน ขณะที่อินโดนีเซียอันดับ 2 ผลิตประมาณ 2.26 ล้านตัน กล่าวง่าย ๆ คือไทยมีผลผลิตมากกว่าอินโดนีเซียประมาณ 2.1 เท่า และมากกว่าโกตดิวัวร์อันดับ 3 เกือบ 2.8 เท่า ความได้เปรียบนี้ทำให้ไทยยังคงเป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างมากต่ออุปทานยางธรรมชาติของโลก
อันดับ 3 คือจุดที่น่าสนใจที่สุด
หากให้คนทั่วไปลองเดา 5 ประเทศที่ผลิตยางธรรมชาติมากที่สุด หลายคนอาจนึกถึงไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก แต่ข้อมูลปี 2024 กลับพบว่า โกตดิวัวร์ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของโลก ด้วยผลผลิตประมาณ 1.69 ล้านตัน ขณะที่มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 8 ด้วยประมาณ 386,512 ตัน จึงเป็นหนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดสำหรับการเล่าเรื่อง เพราะแสดงให้เห็นการเติบโตของอุตสาหกรรมยางในแอฟริกาตะวันตกอย่างชัดเจน
ยางพาราไม่ได้จบแค่ที่สวน
ความสำคัญของยางธรรมชาติไม่ได้อยู่เฉพาะในภาคเกษตร แต่เชื่อมโยงไปถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั่วโลก โดย CIRAD ระบุว่าอุตสาหกรรมยางรถยนต์ใช้ยางธรรมชาติประมาณ 70% ของผลผลิตยางธรรมชาติทั้งหมด จึงไม่น่าแปลกที่ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่จะมีบทบาทต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอย่างมาก ตั้งแต่การผลิตน้ำยาง การแปรรูปเป็นยางมาตรฐาน ไปจนถึงการผลิตยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางประเภทต่าง ๆ
ไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิต แต่ยังเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่
ความโดดเด่นของไทยไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขการผลิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านการค้าระหว่างประเทศด้วย ข้อมูล World Bank WITS จาก UN Comtrade ระบุว่าในปี 2024 ไทยเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติชนิด Technically Specified Natural Rubber รายใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่าประมาณ 3.20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และปริมาณประมาณ 1.76 ล้านตัน ขณะที่อินโดนีเซียและโกตดิวัวร์ตามมาเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญเช่นกัน
5 ประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก
หากใช้ ปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติในปี 2024 เป็นเกณฑ์ อันดับ 5 ประเทศแรกคือ 1. ไทย 4,789,042 ตัน, 2. อินโดนีเซีย 2,262,088 ตัน, 3. โกตดิวัวร์ 1,686,599 ตัน, 4. เวียดนาม 1,327,473 ตัน และ 5. จีน 877,600 ตัน ตัวเลขนี้ทำให้เห็นชัดว่าไทยยังเป็นผู้นำด้านการผลิตยางธรรมชาติของโลก ขณะที่โกตดิวัวร์เป็นประเทศที่โดดเด่นจากการเติบโตจนขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 และจีนแม้จะอยู่อันดับ 5 ด้านการผลิต แต่ก็มีความสำคัญอย่างมากในฐานะประเทศผู้ใช้ยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก
5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
MySQL ยังไม่ตาย แต่เส้นทางหลัง Oracle ซื้อ Sun เปลี่ยนโลกฐานข้อมูลโอเพนซอร์สอย่างไร
วันพระมีที่มาอย่างไร และทำไมพระสูตรจึงเล่าถึงเทวดาลงมาดูความดีของมนุษย์ทุกปักษ์
ทำงานมานานแต่ยังไม่โต ต้องดูทั้งหัวหน้า เนื้องาน เป้าหมาย และทางที่กำลังเดิน
สังสารวัฏในมุมเมทริกซ์ ทำไมพุทธศาสนามองชีวิตเป็นวงจรที่ต้องเห็นให้ทัน
จากคัมภีร์ปีศาจถึงหนังสือถอดรหัสไม่ได้ ทำไมมนุษย์ถึงหลงใหลของต้องห้าม
เปิดปฏิทินคำชะโนด งวด 16 ส.ค. 69 ส่องเลขเด่น 05-25-87
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
เจ๊เดือนร่างปู่มาแล้ว! ปล่อยเลข 2 ตัว 93-39 งวด 16 ส.ค. 69 คอหวยจับตาเลขสลับ
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด






