เปลี่ยนงานทุก 2–3 ปี อาจไม่ใช่ความเสี่ยงเสมอไป ถ้ามีแผนและทักษะชัด
การอยู่บริษัทเดิมนานยังมีข้อดี แต่ในตลาดแรงงานที่ทักษะเปลี่ยนเร็ว ความมั่นคงอาจไม่ได้วัดจากอายุงานอย่างเดียวอีกต่อไป
คนทำงานวัย 30 ปีขึ้นไปจำนวนไม่น้อยกำลังเจอคำถามเดียวกัน คือควรอยู่ที่เดิมเพื่อความมั่นคง หรือควรขยับงานเพื่อให้รายได้และทักษะทันตลาดมากขึ้น
คำตอบไม่ได้ง่ายถึงขั้นว่า “ต้องย้ายงานทุก 2 ปี” แต่สิ่งที่ชัดขึ้นคือ ความมั่นคงในยุคนี้ไม่ได้ผูกอยู่กับบริษัทเดียวเหมือนเดิมเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อระบบขึ้นเงินเดือนภายในองค์กรมักเดินช้ากว่าราคาตลาดของตำแหน่งงานบางกลุ่ม
ในอดีต การอยู่บริษัทเดิมนานถูกมองว่าเป็นหลักฐานของความภักดี ความอดทน และความน่าเชื่อถือ หลายคนเชื่อว่ายิ่งอายุงานมาก โอกาสเลื่อนตำแหน่งและความมั่นคงก็ยิ่งมากตามไปด้วย
แนวคิดนี้ยังไม่ผิดทั้งหมด เพราะการอยู่ยาวช่วยให้เข้าใจระบบองค์กร สร้างผลงานต่อเนื่อง และมีความสัมพันธ์ที่ดีภายในทีม แต่ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อเงินเดือนของคนเดิมถูกปรับจากฐานเดิมปีต่อปี ขณะที่คนใหม่ที่เข้ามาอาจถูกเสนอเงินเดือนตามราคาตลาดปัจจุบัน
นี่คือช่องว่างที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า “ทำไมคนเพิ่งเข้ามาได้เงินเดือนใกล้เคียงหรือสูงกว่าเรา” ทั้งที่คนเก่ามีประสบการณ์ในองค์กรมากกว่า
ข้อมูลจาก ADP Pay Insights ในเดือนพฤษภาคม 2026 ระบุว่า ค่าจ้างของคนที่อยู่กับนายจ้างเดิมในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบรายปี ส่วนคนที่เปลี่ยนงานเพิ่มขึ้น 6.5% แม้ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลสหรัฐฯ ไม่ใช่ไทย แต่สะท้อนภาพสำคัญอย่างหนึ่งว่า ตลาดภายนอกมักประเมิน “มูลค่าปัจจุบัน” ของแรงงานต่างจากระบบปรับเงินเดือนภายในองค์กร
กรณีของไทยก็มีสัญญาณคล้ายกันในภาพกว้าง รายงานของ Mercer ระบุว่า ค่าเฉลี่ยเงินเดือนพนักงานในประเทศไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.2% ในปี 2026 และการแข่งขันเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการปรับค่าตอบแทน
ประเด็นจึงไม่ใช่ว่าใครควรลาออกทันที แต่คือคนทำงานควรถามตัวเองว่า “มูลค่าของเราตอนนี้ในตลาดอยู่ตรงไหน” หากอยู่ที่เดิมมาหลายปี แต่ทักษะเพิ่ม งานเพิ่ม ความรับผิดชอบเพิ่ม ทว่าเงินเดือนยังขยับเพียงเล็กน้อย การลองสำรวจตลาดอาจเป็นข้อมูลสำคัญกว่าการเดาเอง
อีกเรื่องที่ควรเข้าใจคือ ตลาดแรงงานไม่ได้ให้รางวัลกับความภักดีเท่ากันทุกอุตสาหกรรม บางสายงาน เช่น เทคโนโลยี ดิจิทัล การเงิน วิศวกรรม ข้อมูล การขายเฉพาะทาง หรือสายงานที่ต้องใช้ทักษะหายาก อาจมีแรงดึงจากตลาดสูงกว่า ขณะที่บางสายงานอาจให้คุณค่ากับความต่อเนื่อง ความเชี่ยวชาญภายใน และความไว้ใจระยะยาวมากกว่า
เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนงานจึงไม่ควรถูกมองแบบสุดโต่งว่า “ดีเสมอ” หรือ “แย่เสมอ”
การย้ายงานที่ดีควรมีเหตุผลรองรับ เช่น ได้บทบาทใหญ่ขึ้น ได้เรียนรู้เครื่องมือใหม่ ได้เงินเดือนหรือสวัสดิการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้หัวหน้าหรือวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะกว่า หรือได้เส้นทางเติบโตที่ชัดเจนกว่าเดิม
แต่ถ้าย้ายเพราะอารมณ์ชั่ววูบ หนีปัญหาเดิมซ้ำ ๆ หรือยังไม่ทันสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันก็เปลี่ยนอีก แบบนี้อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อประวัติการทำงานในระยะยาว นายจ้างบางรายอาจตั้งคำถามเรื่องความต่อเนื่อง ความรับผิดชอบ และความสามารถในการทำงานให้เห็นผลจริง
ข้อมูลจาก Pew Research Center เคยพบว่า ในช่วงเมษายน 2021 ถึงมีนาคม 2022 คนทำงานในสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนนายจ้าง 60% มีรายได้จริงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่คนที่อยู่กับนายจ้างเดิมมีสัดส่วนต่ำกว่า คือ 47% อีกทั้งค่ากลางของคนเปลี่ยนงานมีรายได้จริงเพิ่มขึ้นมากกว่าคนที่อยู่ที่เดิมในช่วงนั้น
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนควรเปลี่ยนงานตามกัน แต่ช่วยย้ำว่า การไม่สำรวจตลาดเลยก็อาจมีต้นทุนเงียบ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ทักษะใหม่เกิดเร็ว และตำแหน่งงานบางประเภทถูกปรับเปลี่ยนจากเทคโนโลยี
สำหรับคนวัย 30+ สิ่งที่ควรทำอาจไม่ใช่การวางแผนลาออกทุก 2 ปี แต่คือการตรวจสุขภาพอาชีพเป็นระยะ เช่น อัปเดตเรซูเม่ ดูประกาศงานในสายเดียวกัน คุยกับคนในอุตสาหกรรม เรียนทักษะใหม่ และเปรียบเทียบว่าค่าตอบแทนปัจจุบันยังสอดคล้องกับบทบาทจริงหรือไม่
ถ้าที่เดิมยังให้โอกาสเติบโต มีหัวหน้าที่ดี มีงานที่เพิ่มมูลค่า และค่าตอบแทนยังสมเหตุสมผล การอยู่ต่อก็อาจเป็นทางเลือกที่ดี
แต่ถ้าอยู่มาหลายปีแล้วงานซ้ำเดิม ทักษะไม่เพิ่ม เงินเดือนไม่ทันตลาด และเส้นทางเติบโตไม่ชัด การขยับอย่างมีแผนอาจเป็นการลดความเสี่ยง ไม่ใช่เพิ่มความเสี่ยง
ความมั่นคงในวันนี้จึงอาจไม่ใช่การมีชื่อบริษัทเดิมอยู่บนบัตรพนักงานให้นานที่สุด แต่อยู่ที่ว่า หากวันหนึ่งต้องออกจากที่เดิม เรายังมีทักษะ ประสบการณ์ ผลงาน และเครือข่ายมากพอให้ตลาดต้องการอยู่หรือไม่
- การอยู่บริษัทเดิมนานยังมีข้อดี แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวชี้วัดความมั่นคงเพียงอย่างเดียว
- ระบบขึ้นเงินเดือนภายในมักอิงฐานเดิม ขณะที่การรับคนใหม่อาจอิงราคาตลาดปัจจุบัน
- การเปลี่ยนงานมีประโยชน์เมื่อช่วยเพิ่มรายได้ ทักษะ บทบาท หรือคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน
- การย้ายบ่อยโดยไม่มีผลงานหรือเหตุผลรองรับ อาจกระทบภาพลักษณ์ระยะยาว
- คนวัย 30+ ควรสำรวจตลาดแรงงานเป็นระยะ แม้ยังไม่ได้คิดลาออกทันที
แหล่งที่มา:
วัน ๆ หาแต่เรื่อง, Mercer, ADP Research, Pew Research Center, U.S. Bureau of Labor Statistics
อ้างอิง:
https://www.mercer.com/th-th/about/newsroom/mercer-reveals-average-salary-in-thailand-set-to-increase-in-2026/
https://payinsights.adp.com/
https://www.pewresearch.org/social-trends/2022/07/28/majority-of-u-s-workers-changing-jobs-are-seeing-real-wage-gains/
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
เบื้องหลังทําไมชาวจีนยุคใหม่เลือกห้วยขวางเป็นบ้านในกรุงเทพ
ลัคนาราศีพิจิก (Scorpio) กรกฎาคม 2569: สัมผัสที่หกแรงกล้า ฝันให้โชคพารวยทรัพย์ก้อนโต
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ที่มาชื่อเขตสะพานสูง จากสะพานไม้ข้ามคลองในอดีต
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญ
ทําไมสมุทรสงครามถึงเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
ร่องรอยความหลังเหมืองแร่ทังสเตนตํานานที่ยังหายใจในปิล๊อก
ทวีวัฒนา พื้นที่สีเขียวผืนสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ใจกลางกรุงเทพ
เจาะลึกดวงการเงินลัคนาราศีกันย์ (Virgo) กรกฎาคม 2569: โชคลาภจากมิตรสหายและเลขมงคลคนใกล้ตัว
สงสัยกันบ้างไหมเรื่องปลั๊กไฟบ้านเราทําไมบางที่ใช้สามขา



