รู้จัก มจร และ มมร 2 มหาวิทยาลัยสงฆ์ใหญ่ของไทย ต่างกันอย่างไร
เขียนโดย Idea DD
มหาวิทยาลัยสงฆ์ในไทยไม่ได้เป็นเพียงสถานศึกษาสำหรับพระภิกษุและสามเณรเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติการศึกษาไทย และเปิดพื้นที่ให้คฤหัสถ์เข้าศึกษาในหลายสาขาด้วย
ถ้าพูดถึงมหาวิทยาลัยสงฆ์ขนาดใหญ่ของประเทศไทย ชื่อที่หลายคนมักได้ยินคือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือ มมร ทั้งสองแห่งมีรากทางประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และยังมีบทบาทต่อการศึกษาพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน
มจร จุดเริ่มจากวัดมหาธาตุ สู่ศูนย์กลางที่วังน้อย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร มีจุดเริ่มต้นใน พ.ศ. 2430 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาสถานศึกษาขึ้นที่วัดมหาธาตุ เพื่อเป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกายและคฤหัสถ์
ต่อมาสถาบันแห่งนี้พัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่มีเครือข่ายกว้างขวางทั่วประเทศ ปัจจุบันศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จุดเด่นของ มจร คือภาพของมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่มีเครือข่ายการศึกษาขนาดใหญ่ มีทั้งส่วนกลาง วิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ และหน่วยจัดการศึกษากระจายอยู่ในหลายภูมิภาค อีกทั้งยังมี International Buddhist Studies College หรือ IBSC ที่เปิดหลักสูตรด้านพุทธศาสนาในบริบทนานาชาติด้วย
มมร จุดเริ่มจากวัดบวรนิเวศวิหาร
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือ มมร มีจุดเริ่มต้นใน พ.ศ. 2436 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งมหามกุฏราชวิทยาลัยขึ้นในบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร
วัตถุประสงค์เดิมของสถาบันแห่งนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาพระปริยัติธรรม การศึกษาวิชาความรู้ของชาติและต่างประเทศ และการสั่งสอนพระพุทธศาสนา ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีที่ตั้งหลักอยู่ที่ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
มมร มีวิทยาเขตและวิทยาลัยในสังกัดหลายแห่ง เช่น วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน วิทยาเขตล้านนา วิทยาเขตร้อยเอ็ด และวิทยาลัยศาสนศาสตร์ในบางจังหวัด
ไม่ได้เรียนเฉพาะพระเท่านั้น
สิ่งที่หลายคนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ มหาวิทยาลัยสงฆ์ไม่ได้หมายความว่าเปิดรับเฉพาะพระภิกษุหรือสามเณรเท่านั้น เพราะหลายหลักสูตรเปิดรับคฤหัสถ์ นักศึกษาชายหญิง และบุคคลทั่วไปด้วย ขึ้นอยู่กับระดับ หลักสูตร และเงื่อนไขการรับสมัครของแต่ละคณะ
กลุ่มคณะที่พบได้ในมหาวิทยาลัยสงฆ์มักเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยตรง เช่น พุทธศาสตร์ ศาสนาและปรัชญา บาลี พระไตรปิฎก และการศึกษาหลักธรรม แต่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นั้น
หลายแห่งยังเปิดสอนสายครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ ภาษา จิตวิทยา และสาขาที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคม
ถ้าอยากเรียนต่อ ควรดูอะไรบ้าง
สำหรับคนที่สนใจเรียนต่อในมหาวิทยาลัยสงฆ์ สิ่งที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจคือหลักสูตรที่เปิดรับในปีนั้น สถานที่เรียนจริง ระดับปริญญา คุณสมบัติผู้สมัคร ภาษาในการเรียน และรูปแบบการเรียนว่าเหมาะกับชีวิตประจำวันหรือไม่
ชื่อมหาวิทยาลัยอาจทำให้บางคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความจริง มจร และ มมร เป็นส่วนหนึ่งของระบบอุดมศึกษาไทยที่เชื่อมระหว่างพระพุทธศาสนา การศึกษา สังคม ภาษา และการพัฒนาคน
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีสถาบันเฉพาะทางด้านพระพุทธศาสนานานาชาติอย่าง International Buddhist College หรือ IBC ซึ่งมีวิทยาเขตที่ปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา และสะเดา จังหวัดสงขลา สะท้อนว่าการศึกษาพุทธศาสนาในไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาษาไทยหรือผู้เรียนไทยเท่านั้น
ถ้ามองให้กว้างขึ้น มหาวิทยาลัยสงฆ์จึงไม่ใช่เพียงสถานที่เรียนของพระสงฆ์ แต่เป็นอีกประตูหนึ่งของการเรียนรู้ด้านศาสนา ปรัชญา ภาษา การศึกษา และสังคมไทย ที่ยังมีบทบาทต่อคนรุ่นใหม่มากกว่าที่หลายคนคิด
อ้างอิง:
https://www.mcu.ac.th/pages/history
https://www.mbu.ac.th/mbu-history/
https://ibc.ac.th/en/about/branches-facilities
เขียนโดย Idea DD
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
5 อันดับงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
กฎข้อห้ามเวลาเดินป่ามีไว้ทำไม เมื่อความเชื่อซ่อนบทเรียนความปลอดภัย
3 ตำบลที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
เลขที่ถูกพูดถึงงวด 16 มิถุนายน 2569 จากวันอังคาร เดือน 6 และปี 69
เลขชนหวยลาว 15 มิถุนายน 2569 ชุดไหนถูกพูดถึงก่อนวันออกรางวัล
ทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัว
ชายหาดที่น้ำใสสะอาดที่สุด 8 แห่งในประเทศไทย
3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
จังหวัดที่มีประชากรเพศชายมากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย
กฎข้อห้ามเวลาเดินป่ามีไว้ทำไม เมื่อความเชื่อซ่อนบทเรียนความปลอดภัย






