หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฤดูร้อนสุดท้าย ตอนที่ 06 ยอดเขา

เขียนโดย Bougainvillea

-06-

ยอดเขา

 

          พวกเขายืนหันหน้าเข้าหากัน ท่ามกลางสายฝนที่พัดกระหน่ำเข้ามาจากระเบียงเปิดกว้าง ฝ่ามือของทั้งคู่ประคองใบหน้าของกันและกันไว้อย่างแผ่วเบา แต่กลับให้ความรู้สึกเหนียวแน่นราวกับกำลังพยายามรั้งบางสิ่งไม่ให้หลุดหายไปพร้อมสายฝน

          เส้นผมเปียกชื้นให้แนบติดใบหน้าของเธอ นิ้วยาวของเขาค่อย ๆ เกลี่ยมันออกอย่างอ่อนโยนราวกับกลัวว่า ถ้าพลาดลงสัมผัสที่หนักเกินไปจะทำให้ช่วงเวลานี้แตกสลายลงทันที หยาดน้ำใสไหลผ่านแก้มของทั้งคู่จนแยกไม่ออกว่าเป็นน้ำฝนหรือน้ำตากันแน่ คนสองคนที่กำลังใช้ความเงียบสัมผัสความอบอุ่นสุดท้ายของฤดูร้อน ก่อนที่สายฝนจะพัดพาทุกอย่างให้เปลี่ยนไปตลอดกาล

          ภาพเคลื่อนไหวที่ถูกถ่ายโอนลงในคอมพิวเตอร์เล่นซ้ำเป็นรอบที่สามของวัน ตามคำร้องขอของเพื่อนสนิทที่ยังคงตื่นเต้นกับผลงานที่ถ่ายไว้เมื่อคืนไม่หาย

          พวกเราทั้งสามคนเปียกปอนไปทั่วทั้งตัว ปล่อยให้อารมณ์ไหลไปกับบรรยากาศของฉาก จนสุดท้ายต้องมาช่วยกันเช็ดพื้นอย่างเงียบเชียบกลางดึก เพราะกลัวปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นขึ้นมา และแน่นอนว่าหลบเลี่ยงเสียงบ่นของแม่กับยายแดง

          “เฮ้ย ฝีมือดีโคตร” เสียงชมของเพื่อนสนิทดังขึ้นข้างหู

          “เฟื่องถ่ายออกมาสวยมากเลย”

          “ใช่ไหม เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าฝีมือแกดี”

          “ขอบคุณนะ” ฉันหันไปกล่าวขอบคุณทั้งสองคนที่ยืนขนาบข้างฉัน

          เสียงเคาะประตูดังขึ้นทั้งที่ประตูเปิดอ้าซ่าเอาไว้ ทำให้ฉันหันไปมองข้างหลังด้วยคาวมสงสัย

          “แตงโมกับชามะนาวจ้ะ” แม่ว่าพลางยกถาดของกินเข้ามาวางบนโต๊ะ

          “ไม่ออกไปนั่งที่สวนหลังบ้านล่ะ ในนี้มันอบอ้าว”

          “หนูกะว่าจะออกไป หลังดูรอบนี้จบพอดี”

          “ดูอะไรกัน” หลังจากแม่พูดจบพวกเราก็มองหน้ากันด้วยความเลิ่กลั่ก

          “เอ่อ” ฉันอ้ำอึ้ง เพราะกลัวโดนจับได้เรื่องเมื่อคืน

          “หนังเข้าใหม่ในเน็ตฟริกซ์น่ะค่ะ” ฝนพูดแก้ต่างอย่างแนบเนียน

         

          “ฉันกลัวเห็บ” ฉันเอ่ยขึ้น เมื่อปั่นมาถึงเส้นทางที่ทำให้นึกถึงเรื่องสยองในวัยเด็ก แค่คิดถึงเห็บตัวอ้วน ๆ ที่เกาะติดขาก็ขนลุกแล้ว หลังจากเหตุการณ์นั้น ฉันก็ไม่ปั่นจักรยานผ่านทางนี้อีกเลย ถ้าจะผ่านจริง ๆ ก็ต้องนั่งรถแม่ที่ปิดกระจกมิดชิดเท่านั้น 

          “ยังกลัวอยู่อีกเหรอ”

          “ก็ตอนเด็ก ๆ ที่เรามาด้วยกัน พอกลับบ้านไป เห็บติดมาด้วยอะ”

          “ตอนนั้นเราเดินไง”

          “จะบอกว่าปั่นจักรยานแล้วมันเกาะไม่ทันว่างั้นเถอะ”

          “ที่นี่มีเห็บด้วยเหรอ” เขาเอ่ยถามขึ้น

          “ใช่พี่ แต่ตอนนั้นมันช่วงที่มีเห็บเยอะพอดีไง ตอนนี้ไม่มีหรอก พี่กลัวเหมือนกันเหรอ” น้ำตอบกลับไป

          “ไม่กลัว พี่เลี้ยงสุนัขน่ะ เลยชินแล้ว”

          “อ้าว แล้วพี่มาไทย ใครดูแลมันล่ะ”

          “มันตายไปนานแล้ว” เขาตอบกลับ ก่อนจะเบนสายตาไปยังเส้นทางอีกครั้ง

          “เอ่อ เราไม่ได้ตั้งใจถาม...ขอโทษนะ” ฝนเอ่ยเสียงแผ่ว

          “ไม่เป็นไร”

          “ว่าแต่มันชื่ออะไรเหรอ” ฉันถามเขา หลังจากปั่นมาเทียบข้างเขา

          “ชาโดล”

          “ชื่อเท่นะเนี่ย” เขายิ้มกลับมาเป็นคำตอบให้ฉัน

          “รีบตามมาเร็ว!” เสียงของฝนดังขึ้นจากข้างหน้า

          “เฟื่อง รีบปั่นตามไปสิ”

          “เราปั่นจักรยานไม่แข็ง กลัวล้ม”

          “ทุกคน เร็วสิ!” ฝนตะโกนขึ้นมาอีกครั้งจากไกล ๆ

          เขาหันไปมองตามเสียง ก่อนจะหันกลับมามองฉันอีกครั้งคล้ายกำลังชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็ปั่นตามฝนไป แต่ก็ยังไม่ทิ้งห่างจนเกินไป

          พวกเราปั่นมาได้อีกไม่ไกล พวกเราก็เลี้ยวเข้าทางแยกเล็ก ๆ ทางซ้ายมือทันที

          “พวกเราจะเดินขึ้นไปข้างบนนั่นเหรอ” เขาถามขึ้นหลังจากจอดจักรยานเสร็จ

          “ใช่” ฝนตอบหน้าตาเฉย

          เขาเงยหน้ามองบันไดปูนยาวที่ทอดตัวขึ้นไปตามแนวภูเขา พระพุทธรูปสีทองหลายองค์ตั้งเรียงอยู่สองข้างทางท่ามกลางร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่โน้มกิ่งลงมาปกคลุมเหนือศีรษะ แสงแดดช่วงเย็นลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นหย่อม ๆ ตกกระทบพื้นบันไดที่ยังชื้นจากฝนเมื่อคืน

          เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ ที่ผูกไว้ตามชายหลังคาดังกรุ๊งกริ๊งเบา ๆ ไปตามแรงลมเอื่อย เสียงนกร้องจากอีกฟากของภูเขาดังคลอเคล้าเราวกับกำลังร้องเพลงตามไปด้วย

          “นี่เรียกว่าโลเคชั่นถ่ายหนังรักวัยรุ่น?” ลูคัสถามพลางมองขึ้นไปด้านบนอีกครั้ง

          “บนยอดวิวสวยนะพี่ รอขึ้นไปก่อน” ฝนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจราวกับกำลังขายแพ็กเกจทัวร์

          “แล้วพวกเราสองคนมาที่นี่บ่อยเหรอ”

          “ใช่ ช่วงสอบก็มาขอพรกันประจำ” ฝนพูดพลางลงขาตั้งจักรยาน

          “แล้วได้ผลไหม”

          “ไม่อะ” คำตอบของฝนทำเอาลูคัสหลุดหัวเราะออกมาพลางมองพวกเราสลับกันไปมา

          หลังจากพวกเราไหว้พระตรงศาลาด้านล่างเสร็จ ฝนก็รีบวิ่งไปหยิบกล้องในตะกร้าหน้ารถจักรยานขึ้นมาคล้องคอเหมือนกลัวแสงเย็นจะหายไปเสียก่อน

          “รีบตามมาเร็ว แสงกำลังสวยเลย!” ฝนตะโกนขึ้น ก่อนจะวิ่งนำขึ้นบันไดไปแล้วหลายขั้น

          “ไปกันเถอะ” เขาว่าพลางขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะจับข้อมือของฉันไว้หลวม ๆ แต่ฉันยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

          “เป็นอะไรเหรอเปล่า”

          “เรากลัวความสูง”

          “เดี๋ยวค่อยบอกฝนว่าไม่ต้องขึ้นไปถึงยอดเขาก็ได้”

          “เรากลัวมันเฟลอะ”

          “งั้นเดี๋ยวพี่จับมือไว้แบบนี้ไม่ปล่อยเลย ถ้าตกก็ตกไปด้วยกันสองคนเนี่ยแหละ” เขาพูดจบก็เปลี่ยนจากกุมข้อมือมาเป็นจับมือของฉันแทน

          “เกือบดีแล้ว ท่อนหลังไม่ต้องพูดก็ได้” ฉันยกมืออีกข้างตีอกเขาเบา ๆ ทันที

          เขาหัวเราะออกมาขณะที่มืออุ่นยังคงจับมือของฉันเอาไว้ นิ้วโป้งค่อย ๆ ลูบหลังมือฉันเบา ๆ

          “สองคน เดินช้าเป็นเต่าเลย” ฝนพูดขึ้นทันทีที่พวกเราเดินตามขึ้นมาทัน

          “เราไม่ต้องขึ้นไปถึงยอดดีไหม มันไม่มีราวกั้นน่ะ” เขากล่าวขึ้นหลังจากหยุดยืนข้างฝน

          “อ้าว แต่ข้างบนแสงสวยนะ” ฝนเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบนอย่างเสียดาย

          “พี่กลัวความสูงน่ะ” ฉันหันไปมองเขาทันที เพราะไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนั้นออกมา

          “อ้าว เรากะว่าจะพาพี่ไปดูวิวบนยอดเขา แต่ไม่เป็นไร”

          “งั้นเราถ่ายกันตรงนี้ เดี๋ยวพอถ่ายเสร็จ พี่ค่อยลองขึ้นไปก็ได้”

          “เอางั้นก็ได้ แล้วเฟื่องจะขึ้นไปด้วยกันไหม” ฝนหันมาถามฉัน

          “เรามาบ่อยแล้ว ขอรออยู่ข้างล่างดีกว่า” คำโกหกระหว่างเราถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างสบายใจต่อกัน

         

          การตั้งใจมองทั้งคู่จากข้างหลังผ่านเลนส์กล้อง ทำให้ฉันรับรู้ว่าทำไมพวกเขาถึงสนิทกันได้เร็ว ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน นอกจากคนหนึ่งเป็นฝ่ายชวนคุยไม่หยุด ส่วนอีกคนเป็นฝ่ายรับฟังอย่างตั้งใจแล้ว ยังมีสีผมที่ไม่มีชื่อเรียกอีกราวกับทั้งคู่เกิดมาเพื่ออยู่ในเฟรมเดียวกัน

          “พี่อธิษฐานว่าอะไร” ใบหน้ามนหันไปมองคนข้างกายที่ยังมองไปยังพระพุทธรูปตรงหน้า

          “ถ้าบอกก็ไม่เป็นจริงสิ”

          “งั้นเราจะเดา”

          “เดาไม่ถูกหรอก”

          “ไม่ลองไม่รู้” เขาหัวเราะกับคำพูดของคนรัก

          “แล้วเธอล่ะ อธิษฐานว่าอะไร”

          “ก็เรื่องเดิม”

          “เรื่องเดิมทุกปีเลยเหรอ”

          “อืม”

          “ไม่เบื่อบ้างหรือไง” เธอมองดวงตาคมที่มองเธอตรง ๆ เป็นครั้งแรกของวัน คำพูดแผ่วเบาที่เธอยังคงได้ยินมันชัดเจน และสายตาเรียบนิ่งที่ไม่อาจคาดเดาความรู้สึกภายภายใต้ดวงตาคู่นั้นของคนรักได้เหมือนเก่า ทำเอาเธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ละสายตาจากใบหน้าคมมามองพื้นพรมสีแดง

          “ก็เผื่อมันจะเป็นจริงขึ้นมาสักวัน”

          “แล้วถ้ามันเป็นไปไม่ได้ล่ะ” ประโยคที่เพิ่งจบไป ทำให้เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้ง

          “เราพยายามไปด้วยกันไง”

          “เราทั้งสองคนพยายามมันมานานมากก มากจนบางครั้ง...เราสองคนยิ่งพยายามยิ่งห่างกันไปเรื่อย ๆ ทั้งที่เราอยู่ข้างกันทุกวัน” เธอหลุบตาลงมองมือของตัวเอง ไหล่ของเธอสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อหยาดน้ำสีใสออกมาจากดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

          “คัต!”

          “ไหน ๆ ขอดูหน่อย” ฝนลุกขึ้นเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวิ่งมาทางฉัน

          “ดีสุด ๆ ฉันรับรู้ได้ว่าหนังเรื่องนี้ต้องออกมาดีแน่”

          “ขนาดนั้นเลย” เขาพูดแซวขึ้นมา

          “แน่นอน นางเอกสวย พระเอกหล่อ ผู้กำกับฝีมือดี”

          ฉันมองไปยังพวกเขาทั้งคู่ที่หยอกล้อกันอย่างสนุกสนานพักใหญ่ ก่อนที่ฝนจะตัดสินใจว่าถึงเวลาขึ้นไปบนยอดเขาแล้ว

          “แกไม่ขึ้นไปด้วยกันจริงเหรอ”

          “แกก็รู้ว่าฉันมาบ่อยแล้ว แกไปเป็นไกด์ให้พี่ลูคัสเถอะ”

          “โอเค งั้นแกรออยู่แถวนี้นะ”

          “รู้แล้วนา”

          แชะ!

          “พี่แอบถ่ายเราเหรอ!” ฉันหันไปมองเขาที่หันกล้องฟิล์มตัวเดิมที่ใช้ถ่ายที่สวนดอกทานตะวันวันนั้น

          “พี่ชอบถ่ายทีเผลออะ!” ฉันว่าพลางถลึงตาใส่เขา

          “ก็บอกแล้วว่าธรรมชาติดี พี่ชอบนะ” พวกเราจ้องตากันอยู่อย่างนั้น จนเสียงของฝนดังขึ้นอยู่ไกล ๆ ดึงสติของพวกเรากลับมา

          “พี่ลูคัส! รีบตามมาเร็ว” เขายิ้มให้ฉัน ก่อนจะวิ่งตามฝนไป

เนื้อหาโดย: Bougainvillea
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Bougainvillea's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11 ครั้ง
เขียนโดย Bougainvillea
นักเขียน-นิยาย บทความออนไลน์ นามปากกา Bougainvillea/สวนขวัญและดาวเรือง
ช่องทางติดตามอื่น ๆ
TikTok: Bougainvillea (@belloda.4)
YouTube: Raelynn Jann (https://youtu.be/0OdeIR7A3Zw?si=OFdT55sczba6xlrB)
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทยเลขสายมูงวด 16 มิถุนายน 2569 จากท้าวเวสสุวรรณ พระพิฆเนศ และพระแม่ลักษมี5 เมืองลับแลเมืองไทย เที่ยวแล้วเหมือนหลุดจากเมืองใหญ่ไปอีกโลก3 ตำบลที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทยทำไมรัฐไม่ควักเงินซื้อบอลโลก 2026 เมื่อเอกชนปิดดีลแล้วหยุดกินจุกจิกช่วงบ่ายยังไง ให้คุมน้ำหนักง่ายขึ้นจริง3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย6 ตลาดน้ำในเขตกรุงเทพมหานครที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวทำไมแม่น้ำคงคาจึงศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่ยังมีปัญหามลพิษจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยจ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิวโอวัลตินกระป๋องรุ่นเก่า เครื่องดื่มวัยเด็กที่หลายคนจำได้ แต่ไม่เคยรู้ว่าชื่อแบรนด์เกิดจากการสะกดผิด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เลขสายมูงวด 16 มิถุนายน 2569 จากท้าวเวสสุวรรณ พระพิฆเนศ และพระแม่ลักษมีทำไมแม่น้ำคงคาจึงศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่ยังมีปัญหามลพิษ6 ตลาดน้ำในเขตกรุงเทพมหานครที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวทำไม "ถุงยางอนามัย" ต้องอยู่ใกล้แคชเชียร์..เรื่องนี้มีเหตุผลเปิดแนวทางเลขจากเจ๊นุก บารมีมหาเฮง งวด 16 มิถุนายน 2569 สายเลขจับตาชุดไหนปิรามิดอียิปต์ถูกสร้างขึ้นในยุคที่ช้างแมมมอธยังไม่สูญพันธุ์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
อาถรรพ์จอมปลวกพยัคฆ์เหยียบเบี้ย ตัวหมากที่ไร้หนทางหงส์คืนรัง พยัคฆ์ซ่อนเล็บ ตอนที่ 18หงส์คืนรัง พยัคฆ์ซ่อนเล็บตอนที่17
ตั้งกระทู้ใหม่