หงส์คืนรัง พยัคฆ์ซ่อนเล็บ ตอนที่ 18
ตอนที่ 18: กรงเหล็กทลายล้างตระกูลซ่ง
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงข้าราชบริพารและขุนนางนับร้อยในท้องพระโรงคุกเข่าลงกระแทกพื้นศิลาดังกึกก้อง เสียงความโกลาหลระเบิดขึ้นทันทีหลังจากม้วนบันทึกปกหนังสีดำถูกคลี่ออก สายพระเนตรของฮ่องเต้แววโรจน์ด้วยเพลิงพิโรธอันมหาศาล พระหัตถ์ที่ทรงคว้าม้วนบันทึกไปตรวจดูนั้นสั่นเทาด้วยความโกรธแค้น
"ซ่งกวางเหยา...!" ฮ่องเต้แผดพระสุรเสียงเรียกชื่อจริงของอัครเสนาบดีซ่งลั่นท้องพระโรง จนเสามังกรทองคำคล้ายจะสั่นสะเทือน "ตราประทับลับของตระกูลซ่งบนฎีกายักยอกเสบียงยาหลวงเหล่านี้ เจ้าจะแก้ตัวอย่างไร?!"
อัครเสนาบดีซ่ง หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย แข้งขาที่เคยหนักแน่นดั่งขุนเขาพลันอ่อนแรงจนต้องทรุดเข่าลงกับพื้นกระแทกเสียงดัง ปัง! ทว่าสมองของสุนัขจิ้งจอกเฒ่ายังคงหมุนวนเพื่อหาทางรอด "ฝ่าบาท! กระหม่อมถูกปรักปรำ! รัชทายาทและพระชายามู่หรงจงใจปลอมแปลงหลักฐานเพื่อทำลายตระกูลซ่งพะยะค่ะ! ตราประทับนี้อาจถูกคนของ 'หอสดับพิรุณ' ลักลอบทำปลอมขึ้นมา!"
"ปลอมแปลงงั้นหรือ?" หลี่เสวียน แค่นเสียงหัวเราะอย่างเยือกเย็น ร่างสูงสง่าก้าวไปข้างหน้า นัยน์ตาคมกริบกวาดมองขุนนางพรรคพวกของตระกูลซ่งจนคนเหล่านั้นต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา "ท่านตา... ท่านช่างปากแข็งนัก หากตราประทับนี้ปลอมแปลงได้ แล้วสัญญาลับพันธมิตรที่ตระกูลซ่งทำไว้กับราชทูตเป่ยตี๋ฉบับนี้เล่า... ท่านจะบอกว่าปลอมแปลงด้วยหรือไม่?!"
หลี่เสวียนตวัดมือ ดึงกระดาษลับอีกฉบับที่แฝงอยู่ในแขนเสื้อโยนลงตรงหน้าอัครเสนาบดีซ่ง มันคือเอกสารสัญญาลับที่โม่ฉิง หัวหน้าสายลับหอสดับพิรุณ เพิ่งบุกไปยึดมาจากจวนพักลับของราชทูตแคว้นศัตรูเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
เมื่อเห็นเอกสารฉบับนั้น อัครเสนาบดีซ่งถึงกับดวงตาเบิกกว้าง หัวใจตกลงสู่ก้นบึ้งอันมืดมิด... หลักฐานชิ้นนี้คือสิ่งที่ยืนยันว่าตระกูลซ่งเตรียมเปิดประตูเมืองหลวงรับศึกหากองค์ชายรองไม่ได้ขึ้นครองบัลลังก์!
"สารเลว! ขายชาติบ้านเมืองเพื่ออำนาจ!" ฮ่องเต้ทรงทุบพระเพลา (ตัก) อย่างเดือดดาล ทรงลุกขึ้นประทับยืน "ทหารหลวง! จับกุมตัวอัครเสนาบดีซ่ง และขุนนางที่มีรายชื่อในฎีกาทั้งหมดไปคุมขังในคุกหลวงรอการประหาร! ล้อมจวนตึกตระกูลซ่ง ห้ามใครเข้าออกแม้แต่คนเดียว!"
"ฝ่าบาท! โปรดทรงพระกรุณาด้วยพะยะค่ะ!" ขุนนางฝ่ายซ่งนับสิบคนพากันร้องห่มร้องไห้โขกศีรษะจนเลือดอาบ ทว่าทหารอารักขาหลวงกลับก้าวเข้ามาลากตัวพวกมันออกไปอย่างไม่ปรานี
ในจังหวะนั้นเอง องค์ชายรอง หลี่จิ้ง ที่ยืนอยู่อีกฟั่งหนึ่งของท้องพระโรง ใบหน้าไร้สีเลือด เขามองดูท่านตาของตนเองถูกโซ่ตรวนล่ามตรึง ลากผ่านหน้าไป ความหวาดระแวงและความกลัวบีบคั้นหัวใจจนแทบกระอักเลือด ทว่าสิ่งที่คุณทำให้เขาหนาวเยือกยิ่งกว่าคือสายตาของหลี่เสวียนและมู่หรงชิงที่ปรายมองมา
หลี่เสวียนไม่ได้เอ่ยชื่อของหลี่จิ้งในฎีกาครั้งนี้... ไม่ใช่เพราะความเมตตา แต่เพราะต้องการเก็บ 'เบี้ยที่ไร้ทางสู้' ตัวนี้ไว้ทรมานและบดขยี้ในภายหลัง!
ณ ตำหนักคุนหนิง (ที่ประทับของฮองเฮา)
ข่าวการทลายล้างขั้วอำนาจตระกูลซ่งกลางท้องพระโรงแพร่กระจายไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ซ่งฮองเฮา ทรงประทับยืนนิ่งอยู่หน้าบานหน้าต่าง พระหัตถ์เรียวยาวที่เคยทรงอำนาจบัดนี้สั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ข้าวของและเครื่องแจกันกระเบื้องเคลือบภายในตำหนักยังคงอยู่ในสภาพดี ทว่าหัวใจของนางกลับแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
ตึก ตึก ตึก—
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทเหล็กดังขึ้นหน้าตำหนัก พร้อมกับการปรากฏตัวของ มู่หรงชิง ในชุดเกราะเงินเปื้อนเลือด ข้างกายของนางคือทหารหน่วยพยัคฆ์ทมิฬนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ กองกำลังเหล่านี้บุกฝ่าขันทีอารักขาเข้ามาโดยไม่มีใครกล้าขวาง
"มู่หรงชิง... เจ้าบังอาจนัก! ที่นี่คือตำหนักคุนหนิงของข้า!" ซ่งฮองเฮาพยายามเชิดพระพักตร์ตวาดเสียงแหลม ทว่าแววตากลับสั่นไหวด้วยความกลัว
มู่หรงชิงหยุดยืน นัยน์ตาคู่หงส์จ้องมองสตรีผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยความสมเพช "ซ่งฮองเฮา... บัดนี้ไม่มีตระกูลซ่งคอยหนุนหลังพระองค์อีกต่อไปแล้วพะยะค่ะ ราชโองการจากฝ่าบาท... ถอดถอนพระนางออกจากตำแหน่งฮองเฮา ลดยศเป็นสามัญชน และกักบริเวณให้อยู่ภายในตำหนักเย็นชั่วชีวิต!"
"ไม่จริง! ฝ่าบาทไม่มีทางทำกับข้าเช่นนี้!" ซ่งฮองเฮาร้องลั่น ทรงทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง
มู่หรงชิงปรายสายตามองสตรีที่เคยอยู่เหนือผู้คน ก่อนจะหันหลังกลับช้าๆ "หนี้เลือดที่ตระกูลซ่งทำไว้กับตระกูลมู่หรง... บัดนี้ ข้าทวงคืนมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ส่วนที่เหลือ... ข้าจะให้พวกมันชดใช้ในแดนประหาร!"
ค่ำคืนนั้น ณ ตำหนักบูรพา
ท่ามกลางความเงียบสงบหลังจากพายุการเมืองลูกใหญ่ผ่านพ้นไป ลมหนาวพัดโชยพาซากใบไม้แห้งหมุนวน ภายในห้องนอนของพระชายาเอก แสงเทียนสีอบอุ่นส่องกระทบใบหน้าของ มู่หรงชิง ที่บัดนี้สวมชุดสตรีสีขาวสะอาดเรียบง่าย นางนั่งอยู่หน้าโต๊ะจ้องมองห่อผ้าสีดำที่บรรจุหัวของเฉินไห่ซึ่งเตรียมจะนำไปประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพชนในวันพรุ่งนี้
ความแค้นที่อัดแน่นมานานนับปีคล้ายจะปลดเปลื้องออกไปเปราะหนึ่ง ทว่าความเหนื่อยล้าทางกายและใจกลับทำให้นางดูโดดเดี่ยวและเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ฟุ่บ
หน้าต่างถูกเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างสูงของ หลี่เสวียน ที่ก้าวเข้ามาด้านใน ทรงไม่ได้สวมชุดรัชทายาทเต็มยศ ทว่าสวมเพียงชุดผ้าไหมเนื้อนุ่มสีน้ำเงินคราม แววตาคมกริบยามกลางวันบัดนี้เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความห่วงใย
หลี่เสวียนเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของนาง ช้าๆ ทรงเอื้อมพระหัตถ์ไปวางบนไหล่บางของจอมทัพหญิง รสสัมผัสอันอบอุ่นซึมซาบผ่านเนื้อผ้า
"เหนื่อยมากหรือไม่... ชิงเอ๋อร์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างหู
มู่หรงชิงไม่ได้ขยับหนี นางหลับตาลงปล่อยให้หยดน้ำตาแห่งความตื้นตันร่วงหล่นลงบนแก้มเนียน "หม่อมฉัน... ทำสำเร็จแล้วเพคะองค์ชาย ข้าล้างมลทินให้ท่านพ่อและทหารตระกูลมู่หรงได้แล้ว"
หลี่เสวียนหมุนร่างโปร่งระหงให้หันกลับมาเผชิญหน้า ทรงช้อนคางของนางขึ้นช้าๆ พลางใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำตาให้นางอย่างทะนุถนอม "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น... ตระกูลซ่งล่มสลาย แต่บัลลังก์มังกรยังคงแฝงไปด้วยภยันตราย หลี่จิ้งยังคงจับจ้อง และแคว้นเป่ยตี๋อาจเคลื่อนทัพบุกมาเพราะแผนการนี้ล้มเหลว"
พยัคฆ์หนุ่มสบตาหงส์เหล็ก แววตาทอประกายลึกซึ้งและจริงจังอย่างที่สุด "แต่ตราบใดที่มีเจ้าอยู่เคียงข้างข้า... ข้าก็ไม่กลัวสิ่งใด ชิงเอ๋อร์ คืนนี้ปล่อยวางความแค้นทั้งหมดลงเถิด ให้ข้าได้เป็นที่พึ่งพิงให้แก่เจ้า... ในฐานะสามีของเจ้าจริงๆ ได้หรือไม่?"
คำสารภาพอันอ่อนโยนทว่าหนักแน่นของหลี่เสวียนทลายกำแพงน้ำแข็งในใจของมู่หรงชิงลงจนหมดสิ้น นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางไฟสงคราม มู่หรงชิงค่อยๆ พยักหน้ารับแผ่วเบา
หลี่เสวียนคลี่ยิ้มละมุน ทรงก้มพระพักตร์ลงประทับริมฝีปากอุ่นลงบนหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะช้อนร่างโปร่งขึ้นอุ้มเดินตรงไปยังเตียงนอนกว้าง ท่ามกลางแสงเทียนที่ค่อยๆ ดับลง ค่ำคืนนี้ไม่มีพยัคฆ์ซ่อนเล็บ ไม่มีหงส์เหล็กกู้บัลลังก์... มีเพียงชายหนุ่มและหญิงสาวสองคนที่ผูกพันชีวิตและหัวใจเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง ท่ามกลางกระแสลมแห่งชะตากรรมที่กำลังจะเปลี่ยนทิศไปสู่บทสรุปอันยิ่งใหญ่!
จบตอนที่ 18
5 เมืองลับแลเมืองไทย เที่ยวแล้วเหมือนหลุดจากเมืองใหญ่ไปอีกโลก
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย
3 ตำบลที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย
ทำไมกล้วยที่เรากินทุกวันนี้ไม่มีเมล็ด และทำไมกล้วยทั้งโลกจึงเหมือนกันจนน่ากังวล
ยุงตัวเมียเท่านั้นที่ดูดเลือด แล้วชีวิตของยุงตัวผู้กินอะไรอยู่รอด
รู้หรือไม่ แครอทดั้งเดิมของโลกไม่ได้มีสีส้ม และการเมืองอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้มันเปลี่ยนสี
สินค้าส่งออกไทยที่ทำเงินสูงจริง ไม่ได้มีแค่ข้าวหรือผลไม้
โอวัลตินกระป๋องรุ่นเก่า เครื่องดื่มวัยเด็กที่หลายคนจำได้ แต่ไม่เคยรู้ว่าชื่อแบรนด์เกิดจากการสะกดผิด
😊 ชวนเข้ามาดูรูปภาพที่น่าทึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังแห่งธรรมชาตินำหน้าเราเสมอ 😁
ที่เปิดกระป๋องถูกคิดค้นหลังอาหารกระป๋องถึง 48 ปี แล้วคนสมัยก่อนเปิดกินกันยังไง
รู้ไหมว่าไมโครเวฟถือกำเนิดขึ้น เพราะช็อกโกแลตในกระเป๋ากางเกงละลาย
ยุงตัวเมียเท่านั้นที่ดูดเลือด แล้วชีวิตของยุงตัวผู้กินอะไรอยู่รอด