หงส์คืนรัง พยัคฆ์ซ่อนเล็บตอนที่17
ตอนที่ 17: คมกระบี่พิพากษาทรยศ
ซ่า— ซ่า—!
สายฝนยามค่ำคืนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับจะช่วยชะล้างความโสโครกของโลกมนุษย์ เสียงฟ้าร้องครืนครั่นสลับกับแสงอสนีบาตที่ผ่าลงมาเป็นระยะ ส่องให้เห็นเส้นทางหลวงสายเก่ามุ่งสู่ชายแดนเหนือที่เต็มไปด้วยดินโคลนและซากใบไม้
บนศาลาพักม้าเก่าซ่อมซ่อริมทาง ‘แม่ทัพเฉินไห่’ ขุนพลทรยศผู้ลักลอบขายเสบียงยาให้แคว้นศัตรู กำลังนั่งหลบฝนอยู่บนม้านั่งไม้ แววตาของมันเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย ใจหนึ่งกังวลเรื่องการล้มตายของใต้เท้าหลี่ว์ที่เมืองหลวง อีกใจหนึ่งต้องการเร่งเดินทางไปยึดอำนาจสั่งการกองทัพม้าเหล็กตระกูลมู่หรงที่ชายแดนตามคำสั่งลับของอัครเสนาบดีซ่ง
"ท่านแม่ทัพพะยะค่ะ ฝนตกหนักเช่นนี้ ม้าของพวกเราเริ่มเหนื่อยล้า คืนนี้คงต้องปักหลักพักค้างคืนที่นี่ก่อน" ทหารคนสนิทก้าวเข้ามาจับดาบรายงาน
"ไม่ได้! พวกเราต้องรีบ..." เฉินไห่ยังพูดไม่ทันจบคำ
ฮี้—!
เสียงม้าศึกแผดร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนกจากด้านนอกศาลา ทันใดนั้น เงาร่างสีดำทมิฬหลายสิบสายพุ่งทะยานฝ่าม่านฝนเข้ามาล้อมศาลาพักม้าไว้ในพริบตา พวกมันคือ ‘กองกำลังพยัคฆ์ทมิฬ’ หน่วยรบเดนตายตระกูลมู่หรง!
และที่กึ่งกลางเบื้องหน้า... ม้าศึกสีดำทมิฬตัวเขื่องย่างสามขุมเข้ามาช้าๆ บนหลังม้าคือสตรีในชุดเกราะอ่อนสีเงินที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน ใบหน้าเนียนละเอียดของนางเรียบเฉยดั่งศิลาสลัก ทว่านัยน์ตาคู่หงส์ที่สะท้อนแสงอสนีบาตกลับลุกโชนด้วยเพลิงแค้นอันบ้าคลั่ง
"มู่หรงชิง...!" เฉินไห่ผุดลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าซีดเผือด มือเรียวรีบจับด้ามดาบข้างเอว "เจ้า... เจ้าแอบหนีออกจากเมืองหลวงมาได้อย่างไร?! รัชทายาทขยะผู้นั้นปล่อยเจ้ามางั้นหรือ?!"
มู่หรงชิงไม่เอ่ยคำใด นางกระโดดลงจากหลังม้า ร่อนลงสู่พื้นโคลนอย่างนุ่มนวล เสียงสายฝนกระทบชุดเกราะเงินดังกังวานใส ช้าๆ นางชัก ‘กระบี่หงส์เหล็ก’ ออกจากฝัก ประกายกระบี่สีเงินกรีดผ่านม่านฝนเกิดเสียงหวีดหวิวสะท้านสะเทือน
"เฉินไห่..." มู่หรงชิงเค้นเสียงต่ำลึก ทรงพลังจนกลบเสียงฟ้าร้อง "เจ้ากินข้าวของแผ่นดินต๋าฉี่ สวมเกราะที่ตระกูลมู่หรงมอบให้ แต่กลับชักศึกเข้าบ้าน ยักยอกยารักษาโรคหลวง ปล่อยให้บิดา น้องชาย และทหารหาญตระกูลมู่หรงนับหมื่นคนต้องตายอย่างทรมานกลางหิมะ... หนี้เลือดครั้งนี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องชดใช้ด้วยหัวของเจ้าแล้ว!"
"เหลวไหล! เจ้ามีหลักฐานอะไรมาปรักปรำข้า!" เฉินไห่แสร้งทำใจดีสู้เสือ ตวาดสั่งทหารคนสนิท "ฆ่านางซะ! นางคือผู้ต้องหากบฏที่หนีออกจากเมืองหลวง!"
ทหารองครักษ์ของเฉินไห่นับสิบคนพุ่งเข้าโจมตีทันที ทว่า... พวกมันมิใช่คู่มือของจอมทัพหญิงแม้แต่น้อย
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
มู่หรงชิงเคลื่อนไหวประดุจพรายน้ำ ร่างระหงพลิ้วไหวผ่านม่านฝนอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ คลื่นพลังกระบี่สีครามตวัดกรีดผ่านลำคอและหัวใจของพวกทหารทรยศล้มตายลงไปทีละคน เลือดสดพุ่งกระฉูดผสมปนเปไปกับสายฝนจนผืนดินกลายเป็นสีแดงฉาน
เพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป ทหารทั้งหมดก็กลายเป็นศพ เหลือเพียงเฉินไห่ที่ก้าวถอยร่นจนหลังชนฝาผนังศาลาด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด สตรีผู้นี้มิใช่หงส์ปีกหัก... แต่คือนางอสูรสงครามที่กลับมาจากขุมนรก!
"มู่หรงชิง! ปล่อยข้าไป! ข้าถูกอัครเสนาบดีซ่งบีบบังคับ! ข้าจะยอมเป็นพยานแฉความชั่วของตระกูลซ่งให้เจ้า!" เฉินไห่ทรุดเข่าลงร้องขอชีวิตอย่างหมดรูป
มู่หรงชิงเดินเข้าหาช้าๆ แววตาของนางนิ่งสงบ ทว่าไอสังหารรอบกายกลับเยือกเย็นจนสายฝนที่ตกลงมากระทบตัวนางแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
"สายเกินไปแล้ว... พยานหลักฐาน ข้ามีสมุดบัญชีลับเล่มจริงอยู่แล้ว" นางยกกระบี่ขึ้นชี้ที่หน้าผากของมัน "หัวของเจ้า... มีค่าเพียงแค่เป็นสิ่งเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของท่านพ่อเท่านั้น!"
ฟิ้ว— ฉัวะ!
ประกายกระบี่สีเงินกรีดผ่านความมืดเป็นเส้นโค้งที่งดงามและเด็ดขาด เสียงเนื้อและกระดูกขาดสะบั้นดังกึก... หัวของแม่ทัพทรยศเฉินไห่หลุดกระเด็นตกลงบนพื้นดินโคลน ดวงตายังคงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
มู่หรงชิงเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างเยือกเย็น นางก้มลงหยิบมวยผมของหัวเฉินไห่ขึ้นมา บรรจุลงในห่อผ้าสีดำอย่างแน่นหนา ก่อนจะหันไปสั่งการฉีเฟิงรองแม่ทัพคู่ใจ
"เตรียมม้า... พวกเราจะควบม้าศึกพยัคฆ์ทมิฬกลับเมืองหลวงในคืนนี้!"
ณ เมืองหลวงฉางอัน (วันรุ่งขึ้น)
พายุฝนผ่านพ้นไป หลงเหลือเพียงหมอกยามเช้าที่ปกคลุมทั่วท้องพระโรงหลวง บรรยากาศภายในกาประชุมเช้าวันนี้ตึงเครียดขึ้นทวีคูณ เมื่ออัครเสนาบดีซ่งและซ่งฮองเฮาแอบส่งสายตาพึงพอใจให้กัน เพราะคิดว่าป่านนี้เฉินไห่คงเดินทางไปถึงชายแดนและยึดกองทัพม้าเหล็กสำเร็จแล้ว
"ฝ่าบาท บัดนี้ตึกยาหลวงระส่ำระสาย กระหม่อมเห็นว่าควร..." อัครเสนาบดีซ่งกำลังจะก้าวออกมารายงาน
ปัง—!
ประตูท้องพระโรงหลวงถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ขุนนางทุกคนรวมถึงฮ่องเต้ต่างหันไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏทำให้ขุนนางฝ่ายตระกูลซ่งถึงกับอ้าปากค้าง หัวใจหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม
มู่หรงชิง ในชุดเกราะเงินที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและดินโคลน ก้าวเดินเข้ามากลางท้องพระโรงด้วยท่วงท่าที่ทรงพลังดั่งพญาราชสีห์ ในมือของนางถือห่อผ้าสีดำที่มีเลือดสดไหลซึมหยดลงบนพื้นศิลาเป็นทางยาว
ข้างกายของนางคือ หลี่เสวียน ที่วันนี้สวมชุดรัชทายาทเต็มยศ แววตาที่เคยขี้ขลาดและเสเพลบัดนี้เลือนหายไปโดยสิ้นเชิง เหลือเพียงแววตาพยัคฆ์ร้ายที่เปี่ยมด้วยอำนาจและความเยือกเย็นจนขุนนางทั้งท้องพระโรงต้องสั่นสะท้าน
"มู่หรงชิง! เจ้าเป็นพระชายา เหตุใดจึงบังอาจสวมเกราะเปื้อนเลือดเข้ามาในท้องพระโรง! และในมือนั่นคือสิ่งใด?!" ฮ่องเต้ตวาดถามด้วยความตกใจ
มู่หรงชิงหยุดยืนอยู่หน้าบันไดบัลลังก์มังกร นางตวัดมือโยนห่อผ้าสีดำขึ้นไปบนพื้น เบื้องหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ ห่อผ้าคลายออกเผยให้เห็น ‘หัวของแม่ทัพเฉินไห่’ ที่เน่าเปื่อยและสยดสยอง!
"กรี๊ด—!" สนมและนางกำนัลลั่นท้องพระโรง อัครเสนาบดีซ่งถึงกับหน้าซีดเผือดก้าวถอยหลัง
"ทูลเสด็จพ่อ... นี่คือหัวของขุนนางขายชาติ เฉินไห่!" มู่หรงชิงประกาศก้องด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "มันร่วมมือกับคนในเมืองหลวง ยักยอกเสบียงยาหลวงเพื่อขายให้แคว้นเป่ยตี๋ หักหลังกองทัพตระกูลมู่หรงจนทำให้ทหารกล้าต้องตายไปนับหมื่นคน!"
"เจ้า... เจ้ามีหลักฐานอะไร?!" อัครเสนาบดีซ่งเค้นเสียงตวาด พยายามควบคุมสติ
หลี่เสวียนคลี่ยิ้มเย็นชา ช้าๆ ทรงหยิบม้วนบันทึกปกหนังสีดำฉบับจริงที่ได้มาจากตึกยาหลวงขึ้นมาคลี่ชูขึ้นสูง "หลักฐานอยู่ในมือข้าแล้ว ท่านอัครเสนาบดีซ่ง! บัญชีโยกย้ายยาพิษและเสบียงยาหลวงตราประทับลับของตระกูลซ่งและเฉินไห่... บัดนี้ เจ้าคิดว่าหัวของเฉินไห่ จะเพียงพอต่อการล้างมลทินให้ตระกูลมู่หรง และปิดฉากความชั่วช้าของพวกเจ้าแล้วหรือยัง?!"
คำประกาศของรัชทายาทหนุ่มดั่งอสนีบาตที่ผ่าลงกลางท้องพระโรง! เกมนองเลือดที่ซ่อนเล็บไว้เนิ่นนาน บัดนี้ได้ถูกพยัคฆ์และหงส์จับมือกันกระชากหน้ากากออกมาอย่างสิ้นเชิงแล้ว!
จบตอนที่ 17
3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย
ทำไมกล้วยที่เรากินทุกวันนี้ไม่มีเมล็ด และทำไมกล้วยทั้งโลกจึงเหมือนกันจนน่ากังวล
ยุงตัวเมียเท่านั้นที่ดูดเลือด แล้วชีวิตของยุงตัวผู้กินอะไรอยู่รอด
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
3 ตำบลที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย
5 เมืองลับแลเมืองไทย เที่ยวแล้วเหมือนหลุดจากเมืองใหญ่ไปอีกโลก
ทำไมซาสี่ถึงมีกลิ่นเหมือนน้ำมันมวย จนคนไทยจำได้ไม่เคยลืม
😊 ชวนเข้ามาดูรูปภาพที่น่าทึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังแห่งธรรมชาตินำหน้าเราเสมอ 😁
รู้ไหมว่าไมโครเวฟถือกำเนิดขึ้น เพราะช็อกโกแลตในกระเป๋ากางเกงละลาย
รู้หรือไม่ แครอทดั้งเดิมของโลกไม่ได้มีสีส้ม และการเมืองอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้มันเปลี่ยนสี
สินค้าส่งออกไทยที่ทำเงินสูงจริง ไม่ได้มีแค่ข้าวหรือผลไม้
ยุงตัวเมียเท่านั้นที่ดูดเลือด แล้วชีวิตของยุงตัวผู้กินอะไรอยู่รอด