หงส์คืนรัง พยัคฆ์ซ่อนเล็บ ตอนที่16
ตอนที่ 16: ทหารเสือเหยียบเมืองหลวง
ตึก ตึก ตึก—!
เสียงฝีเท้าม้าและเสียงรองเท้าบูทเหล็กกระทบพื้นศิลาหน้าประตูทิศเหนือของตำหนักยาหลวงดังก้องหนาหนัก ขบวนทหารในชุดเกราะสีเทาเข้ม มีลายสลักรูปหัวเสือจางๆ ที่เกราะหัวไหล่ก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบและเฉียบขาด พวกเขาคือ ‘กองกำลังพยัคฆ์ทมิฬ’ อดีตหน่วยรบเดนตายใต้บังคับบัญชาของตระกูลมู่หรงที่ถูกดึงตัวกลับมาจากชายแดน บัดนี้ทำหน้าที่เป็นทหารรักษาการณ์ประจำกรมเสนาธิการทหารตามราชโองการของฮ่องเต้
การปรากฏตัวของทหารชายแดนเนื้อตัวมอมแมมแต่แฝงกลิ่นอายคาวเลือดและไอสังหารเข้มข้น ทำให้เหล่าขันทีและนางกำนัลในตึกยาหลวงต่างพากันวิ่งหนีหลบมุมด้วยความหวาดกลัว
"ล้อมตึกยาหลวงไว้ทุกทิศทาง! ห้ามใครเข้าออกโดยไม่มีป้ายอาญาสิทธิ์จากกรมเสนาธิการ!"
‘ฉีเฟิง’ รองแม่ทัพคู่ใจของมู่หรงชิง บัดนี้สวมชุดเกราะเต็มยศ ก้าวเดินเข้ามาในตึกยาหลวงพลางตวาดสั่งการเสียงดังสนั่น แววตาของเขาจับจ้องไปยังหม้อต้มยาและตู้เก็บสมุนไพรนับร้อยช่องด้วยความเกลียดชัง
"ท่านรองแม่ทัพ... ทำเช่นนี้มันจะเกินไปหน่อยหรือไม่พะยะค่ะ?" ‘ใต้เท้ากู้’ ขุนนางอาวุโสฝ่ายตระกูลซ่งที่รีบรุดเดินทางมาจากกรมคลัง ก้าวเข้ามาขวางหน้าฉีเฟิงด้วยใบหน้าบึ้งตึง "ตึกยาหลวงเป็นเขตพระราชฐานชั้นใน พวกท่านเป็นทหารหยาบช้า พากองกำลังติดอาวุธเข้ามาเหยียบย่ำเช่นนี้ ถือเป็นการหมิ่นพระเกียรติฝ่าบาท!"
ฉีเฟิงแค่นยิ้มหยัน มือหนาจับที่ด้ามดาบข้างเอว "ใต้เท้ากู้ ข้าทำตามราชโองการที่ฝ่าบาททรงประทับตรามังกรด้วยพระองค์เองเมื่อเช้า หากท่านคิดว่าการตรวจสอบความปลอดภัยให้รัชทายาทเป็นการหมิ่นพระเกียรติ... เหตุใดท่านไม่ไปทูลทัดทานต่อหน้าพระพักตร์เล่า? มัวมาเห่าหอนอยู่ตรงนี้ทำไม!"
"เจ้า... เจ้าทหารป่าเถื่อน!" ใต้เท้ากู้หน้าเขียวสลับแดงด้วยความอับอาย แต่เมื่อสบสายตาดุดันของเหล่าทหารพยัคฆ์ทมิฬรอบๆ เขาก็ต้องยอมถอยร่นออกไปอย่างขลาดกลัว
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องเก็บตู้เอกสารและบัญชีคลังยาชั้นใต้ดิน
ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าอบอวล ร่างโปร่งระหงของ มู่หรงชิง ก้าวเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ โดยมี หลี่เสวียน เดินตามหลังมาติดๆ ทว่าในยามนี้ รัชทายาทหนุ่มกลับไม่ได้มีท่าทางเกียจคร้านหรือโวยวายเช่นตอนอยู่ต่อหน้าขุนนาง นัยน์ตาคู่คมปลาบจับจ้องสำรวจชั้นวางสมุนไพรราคาแพงที่ว่างเปล่าอย่างมีเลศนัย
"คนของหอสดับพิรุณควบคุมตัวเสมียนบัญชีตึกยาไว้หมดแล้ว" หลี่เสวียนเอ่ยกระซิบ เสียงของเขาต่ำลึก "สมุดบัญชีที่อยู่บนโต๊ะนี้คือเล่มที่ตระกูลซ่งแอบตบตาฮ่องเต้ แต่เล่มจริงที่ระบุการโยกย้าย 'โสมโลหิต' และ 'บัวหิมะเก้าลักษณ์' ซึ่งเป็นเสบียงยารบหลัก... ถูกซ่อนอยู่ใต้แผ่นศิลาหลังชั้นวางนี้"
มู่หรงชิงไม่รอช้า นางใช้ปลายเท้าเตะแผ่นศิลาเบาๆ ลมปราณอันหนักแน่นส่งผลให้ศิลาหนาเคลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นหีบเหล็กกล้าใบย่อมที่ซ่อนอยู่ด้านใน มู่หรงชิงยื่นมือไปเปิดหีบแล้วหยิบม้วนบันทึกปกหนังสีดำขึ้นมาคลี่ดู แสงเทียนในมือของหลี่เสวียนส่องกระทบตัวอักษรจีนที่บันทึกรายชื่อและตราประทับลับ
ดวงตาคู่งามของจอมทัพหญิงพลันเบิกกว้าง ลมหายใจของนางสะดุดกึก
"ปีที่สามรัชศกต๋าฉี่... โยกย้ายเสบียงยาชายแดนเหนือห้าหมื่นชุด อ้างว่าถูกโจรป่าปล้น แต่ตราประทับผู้รับปลายทางกลับเป็น... ‘แม่ทัพเฉินไห่’ และทูตพาณิชย์แคว้นเป่ยตี๋!" มู่หรงชิงอ่านข้อความ มือที่ถือม้วนบันทึกสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นจนกระดาษแทบยับยู่ยี่
"เฉินไห่... สุนัขรับใช้ตัวนั้น!" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน "มันร่วมมือกับอัครเสนาบดีซ่ง หักหลังท่านพ่อ ยักยอกยารักษาโรคทำให้ทหารตระกูลมู่หรงต้องนอนซมติดเชื้อตายกลางหิมะนับหมื่นคน เพื่อเปิดทางให้กองทัพเป่ยตี๋บุกทะลวงด่านข้ามมาสร้างสถานการณ์!"
ความจริงอันโหดร้ายทำให้น้ำตาแห่งความคับแค้นล้นปรี่ในดวงตา มู่หรงชิงรู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกขาด บิดาและน้องชายของนางไม่ได้ตายเพราะฝีมือศัตรูที่เก่งกาจ... แต่ตายเพราะคนชาติเดียวกันที่เห็นแก่ลาภยศเงินทอง
หมับ
อ้อมแขนอันกว้างและอบอุ่นของหลี่เสวียนโอบล้อมร่างของนางไว้จากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ ทรงซบพระพักตร์ลงบนไหล่บาง ออกแรงกระชับอ้อมกอดแน่นหนาเพื่อเป็นที่พึ่งพิงให้แก่นางในยามที่จิตใจพังทลาย
"ชิงเอ๋อร์... ร้องไห้ออกมาเถิด" เสียงของหลี่เสวียนทุ้มต่ำและอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด "แค้นนี้ข้าจะสะสางร่วมกับเจ้า บัดนี้บัญชีเล่มจริงอยู่ในมือเราแล้ว เฉินไห่กำลังเร่งเดินทางไปชายแดนเพื่อยึดอำนาจทหารม้าเหล็ก... ข้าจะใช้โอกาสนี้ สั่งให้คนของหอสดับพิรุณ 'เด็ดหัว' มันกลางทาง และลากศพของมันกลับมาแฉความชั่วของตระกูลซ่งกลางท้องพระโรง!"
มู่หรงชิงสูดหายใจเข้าลึก ซึมซับความอบอุ่นและความมั่นคงจากอ้อมกอดของพยัคฆ์หนุ่ม นางหมุนตัวกลับมาสบตากับเขา แววตารื้อประกายความเด็ดเดี่ยวปนเปกับเพลิงแค้น
"ไม่เพคะองค์ชาย... เฉินไห่คือหนี้เลือดของตระกูลมู่หรง" มู่หรงชิงยกมือขึ้นจับลูบแก้มของหลี่เสวียนแผ่วเบา แววตาของนางจริงจัง "หม่อมฉันจะเป็นคนขี่ม้าออกไปปลิดชีพมันด้วยตัวเองนอกด่านหลวง... ข้าจะใช้หัวของมัน เซ่นไหว้ดวงวิญญาณของท่านพ่อและพี่น้องทหารกล้า!"
หลี่เสวียนมองสตรีตรงหน้า แววตาแฝงความห่วงใยทว่าเปี่ยมด้วยความเคารพในจิตวิญญาณจอมทัพของนาง ทรงคลี่ยิ้มละมุนก่อนจะจับมือของนางขึ้นมาจุมพิตอย่างแผ่วเบา
"ดี! ในเมื่อพระชายาอยากล่าหัวสุนัขด้วยตนเอง สวามีผู้นี้ก็พร้อมจะเปิดทางให้... ข้าจะอยู่ตรึงเมืองหลวง แสร้งทำเป็นป่วยไข้เพื่อดึงความสนใจของอัครเสนาบดีซ่งและฮองเฮาไว้เอง เจ้าจงขี่ม้าพยัคฆ์ทมิฬออกไปเถิด ชิงเอ๋อร์... ข้าจะรอเจ้ากลับมาร่วมบังลังก์กับข้า!"
ค่ำคืนนั้น ม่านหมอกแห่งการนองเลือดได้ขยายตัวออกจากวังหลวง มุ่งหน้าสู่เส้นทางหลวงนอกเมือง... การล่าหัวขุนนางทรยศกำลังจะเริ่มต้นขึ้นภายใต้คมกระบี่ของหงส์เหล็กกู้บัลลังก์!
จบตอนที่ 16
เช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดี
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
เปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
ย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้า
ชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหน
Honda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?
เปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?
เปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยอยู่มากที่สุด ประเทศไหนมีชุมชนไทยใหญ่ที่สุด?
ส่องเเนวทาง ม้าวิ่ง 1 กันยายน 2569
อินเดียครองอันดับหนึ่งประชากรโลก แซงจีนแล้ว ตัวเลขล่าสุดสะท้อนอนาคตเอเชีย
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไป
รั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์


