ดื่มเครื่องดื่ม 0 แคลฯ ทุกวันได้ไหม เช็ก 5 สารแทนความหวานที่พบบ่อย
เครื่องดื่ม 0 แคลฯ ช่วยลดน้ำตาลได้จริงในบางสถานการณ์ แต่ไม่ได้แปลว่าควรดื่มแทนน้ำเปล่าทั้งวัน โดยเฉพาะคนที่เลือกเพราะกลัวน้ำตาล กลัวอ้วน หรือกังวลเรื่องสารแทนความหวานกับมะเร็ง
ประเด็นที่ควรเข้าใจก่อนคือ “สารแทนความหวาน” ไม่ใช่สารตัวเดียว เครื่องดื่มสูตรไม่มีน้ำตาลแต่ละยี่ห้ออาจใช้แอสปาร์แตม ซูคราโลส อะซีซัลเฟม-เค สตีเวีย หรือแซ็กคารินต่างกัน บางสูตรใช้มากกว่าหนึ่งชนิดเพื่อให้รสหวานใกล้น้ำตาลมากขึ้น
ดื่ม 0 แคลฯ แล้วเสี่ยงมะเร็งจริงไหม
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสารแทนความหวานที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในอาหารและเครื่องดื่ม ทำให้คนทั่วไปเป็นมะเร็งเมื่อบริโภคตามเกณฑ์ที่กำหนด
กรณีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ แอสปาร์แตม หลังจาก IARC ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านมะเร็งขององค์การอนามัยโลก จัดให้อยู่ในกลุ่ม 2B หรือ “อาจก่อมะเร็งในมนุษย์” โดยอ้างอิงหลักฐานที่ยังจำกัด ขณะเดียวกัน JECFA ยังยืนยันค่าบริโภคต่อวันที่ยอมรับได้ของแอสปาร์แตมไว้ที่ 40 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การจัดกลุ่ม 2B ไม่ได้หมายความว่า “ดื่มแล้วจะเป็นมะเร็ง” ทันที แต่หมายถึงมีสัญญาณหรือหลักฐานบางส่วนที่ควรติดตามต่อ ส่วน FDA สหรัฐฯ ระบุชัดว่า การที่ IARC จัดแอสปาร์แตมเป็น “possibly carcinogenic” ไม่ได้แปลว่าแอสปาร์แตมเชื่อมโยงกับมะเร็งจริงโดยตรง
National Cancer Institute ของสหรัฐฯ อธิบายว่า หลักฐานเรื่องแอสปาร์แตมกับมะเร็งยังอยู่ในระดับจำกัด ส่วน Cancer Research UK ระบุว่า งานศึกษาที่ดีที่สุดในคนยังไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อว่าสารให้ความหวานเทียมทำให้เกิดมะเร็ง
รู้จัก 5 สารแทนความหวานที่พบบ่อย
1. แอสปาร์แตม
ให้ความหวานสูง ใช้ในปริมาณน้อย พบในเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาลหลายชนิด จุดที่ต้องจำคือ ผู้ที่มีภาวะ PKU หรือ phenylketonuria ต้องหลีกเลี่ยงแอสปาร์แตม เพราะร่างกายจัดการกรดอะมิโน phenylalanine ได้ผิดปกติ
2. ซูคราโลส
เป็นสารให้ความหวานที่ทนความร้อนได้ดีกว่าแอสปาร์แตม จึงพบได้ทั้งในเครื่องดื่ม อาหาร และผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ผ่านความร้อน ประเด็นที่ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมคือผลต่อจุลินทรีย์ในลำไส้และพฤติกรรมการกินโดยรวม
3. อะซีซัลเฟม-เค
มักใช้คู่กับสารให้ความหวานชนิดอื่น เพื่อปรับรสให้กลมขึ้นและลดรสติดปลายลิ้น มักเจอบนฉลากในชื่อ acesulfame potassium หรือ acesulfame-K
4. สตีเวีย
มาจากสารสกัดจากพืชหญ้าหวาน แต่ผลิตภัณฑ์ในอาหารและเครื่องดื่มมักใช้สารสกัดที่ผ่านกระบวนการ ไม่ใช่ใบสดโดยตรง จุดเด่นคือให้ความหวานสูงและใช้ในปริมาณน้อย
5. แซ็กคาริน
เป็นสารให้ความหวานที่ใช้มานาน ให้ความหวานสูงและยังได้รับอนุญาตให้ใช้ในอาหารตามเกณฑ์ที่กำหนด ปัจจุบันไม่ได้ถูกมองแบบเดียวกับความกังวลในอดีต แต่ยังควรบริโภคอย่างพอดีเหมือนสารให้ความหวานชนิดอื่น
0 แคลฯ ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลต่อพฤติกรรมกิน
เครื่องดื่ม 0 แคลฯ อาจช่วยลดน้ำตาลได้ ถ้าใช้แทนน้ำอัดลมสูตรปกติหรือชานมหวานจัด แต่ปัญหาคือบางคนดื่มแล้วรู้สึกว่า “วันนี้ลดน้ำตาลแล้ว” จึงกินขนมเพิ่ม หรือยังติดรสหวานเหมือนเดิม
อีกเรื่องที่ควรดูคือฉลาก บางเครื่องดื่มเขียนว่า “ไม่มีน้ำตาล” แต่ยังมีพลังงานเล็กน้อย หรือมีส่วนผสมอื่น เช่น คาเฟอีน โซเดียม กรด และสารปรุงแต่งกลิ่นรส จึงไม่ควรมองว่าเป็นเครื่องดื่มสุขภาพโดยอัตโนมัติ
ใครควรระวังเป็นพิเศษ
คนทั่วไปที่ดื่มเป็นครั้งคราวไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่กลุ่มต่อไปนี้ควรอ่านฉลากให้ละเอียดกว่าเดิม
คนที่มีภาวะ PKU ควรหลีกเลี่ยงแอสปาร์แตม
คนที่ดื่ม 0 แคลฯ วันละหลายขวดควรลดปริมาณและสลับน้ำเปล่า
เด็กและวัยรุ่นไม่ควรถูกฝึกให้ติดรสหวานจากเครื่องดื่มทุกวัน
หญิงตั้งครรภ์หรือผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ หากดื่มบ่อยมากหรือมีข้อจำกัดเฉพาะตัว
เช็กง่าย ๆ ก่อนหยิบเครื่องดื่ม 0 แคลฯ
อ่านส่วนผสมว่าใช้สารให้ความหวานชนิดใด
ดูปริมาณคาเฟอีน ถ้าเป็นน้ำอัดลมหรือชา
อย่าดื่มแทนน้ำเปล่าทั้งวัน
ใช้เป็นตัวช่วยลดน้ำตาล ไม่ใช่ข้ออ้างให้กินหวานอย่างอื่นเพิ่ม
ถ้าดื่มทุกวัน ให้ลดจำนวนขวดก่อน แล้วค่อยลดความถี่
สรุปแล้ว เครื่องดื่ม 0 แคลฯ ไม่ใช่ตัวร้าย และไม่ใช่เครื่องดื่มสุขภาพที่ควรดื่มไม่จำกัด ทางเลือกที่ดีที่สุดยังเป็นน้ำเปล่า ส่วนเครื่องดื่มสูตรไม่มีน้ำตาลเหมาะกับการใช้เป็น “ตัวช่วยลดน้ำตาล” มากกว่าการใช้เป็นเครื่องดื่มหลักของวัน
แหล่งที่มา: WHO / IARC / JECFA, U.S. FDA, National Cancer Institute, Cancer Research UK
อ้างอิง: https://www.who.int/news/item/14-07-2023-aspartame-hazard-and-risk-assessment-results-released / https://www.fda.gov/food/food-additives-petitions/aspartame-and-other-sweeteners-food / https://www.cancer.gov/about-cancer/causes-prevention/risk/diet/artificial-sweeteners-fact-sheet / https://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/causes-of-cancer/cancer-myths-questions/do-artificial-sweeteners-cause-cancer
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 900+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
คนซื้อหวยไม่เคยถูก(เพราะอะไร)
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
สเปน-อาร์เจนตินา ใครจะคว้าแชมป์ในคืนนี้?
ดราม่า เจลาโต้ parameter ที่ขายแพง
ทำไม "ปลานิล" ไม่ระบาดเหมือน "ปลาหมอคางดำ" ทั้งที่เข้ามาในไทยก่อน?
ไขปริศนา “ระบบปฏิบัติการแมวส้ม” ทำไมเจ้าเหมียวสีนี้ถึงยืนหนึ่งเรื่องความตึง! 🐱🍊
ทำไม เจลาโต้ ถึงขายราคาแพง
ทำความรู้จัก"ลูกแพร์"ผลไม้รสหวานฉ่ำ อร่อย พร้อมประโยชน์มากมาย
ทำไม หลวงพระบาง ถึงเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังมีชีวิต
สเปน-อาร์เจนตินา ใครจะคว้าแชมป์ในคืนนี้?
ดราม่า เจลาโต้ parameter ที่ขายแพง
ทำความรู้จัก"ลูกแพร์"ผลไม้รสหวานฉ่ำ อร่อย พร้อมประโยชน์มากมาย
ไขปริศนา “ระบบปฏิบัติการแมวส้ม” ทำไมเจ้าเหมียวสีนี้ถึงยืนหนึ่งเรื่องความตึง! 🐱🍊
ทำไม หลวงพระบาง ถึงเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังมีชีวิต
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
เคล็ดลับการบรรเทาอาการปวดเหงือกจากฟันคุดด้วยการอมน้ำเกลือ
เจ็บหน้าอกแบบไหนอาจเป็นสัญญาณหลอดเลือดหัวใจตีบ อย่ารอให้อาการรุนแรง
แช่แปรงสีฟันในน้ำยาบ้วนปากช่วยลดเชื้อได้ แต่ทำไมยังแทนแปรงใหม่ไม่ได้
กินอาหารวันละมื้อเดียวของนักธุรกิจระดับโลกช่วยประหยัดเวลาหรือส่งผลเสียต่อร่างกายกันแน่
