หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนานวัวธนู

เขียนโดย peetong

"วัวธนู

".......เครื่องรางตามความเชื่อทางไสยศาสตร์............วัวธนู เป็นเครื่องรางตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ สะท้อนให้เห็นระบบความเชื่อทางไสยศาสตร์ของสังคมเกษตรกรรม อันมีความผูกพันกับวัฒนธรรมข้าว ซึ่งเลี้ยงวัวควายไว้ใช้งานในด้านการเกษตร วิชาเหล่านี้เป็นการทำหุ่นพยนต์รูปแบบหนึ่ง หุ่นพยนต์สามารถทำได้ทั้งรูปคนและสัตว์ ที่นิยมมีทั้งวัวธนูและควายธนู สามารถสร้างได้หลายวิธี เช่น สานจากไม้ไผ่ ปั้นด้วยดินผสมมวลสาร ปั้นจากขี้ผึ้งไปจนถึงหล่อขึ้นด้วยโลหะอาถรรพ์ เช่น ตะปูโลงศพเจ็ดป่าช้า ,เหล็กขนันผีพราย ,เหล็กยอดเจดีย์ เป็นต้น เอามาหลอมรวมกันหล่อเป็นรูปควาย บางสำนักใช้โครงเป็นไม้ไผ่แล้วพอกด้วยครั่งที่ได้จากต้นพุททรา เมื่อทำสำเร็จแล้วต้องปลุกเสกตามพิธีกรรม แล้วเลี้ยงไว้ให้ดี

"เลี้ยงวัวธนู"

ต้องหาหญ้าและน้ำเลี้ยงเสมอ เชื่อว่าสามารถใช้ให้เฝ้าบ้านหรือไร่นา ใช้งานได้ตามความประสงค์ ทั้งป้องกันภูตผีและโจรผู้ร้าย และสามารถสั่งให้ไปสังหารคู่อริได้อีกด้วย มีคาถาใช้เสกเมื่อทำควายธนูว่า โอมปู่เจ้าสมิงไพร ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควาย เชิญพระอีศวรมาเป็นตาซ้าย เชิญพระอาทิตย์มาเป็นตาขวา เชิญพระนารายณ์มาเป็นเขา เชิญพระอินทร์เจ้าเข้ามาเป็นหาง เชิญพระพุทธคีเนตร์ พระพุทธคีนายมาเป็นสีข้างทั้งสอง เชิญพระจัตตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นสี่เท้า เชิญฝูงผีทั้งหลายเข้ามาเป็นไส้พุง นะมะสะตีติ

ความเชื่อเรื่องควายธนูมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย บางท้องถิ่นเชื่อว่าผู้เลี้ยงต้องดูแลอย่างดีหมั่นให้อาหารและปล่อยออกไปท่องเที่ยว จะประมาทหลงลืมไม่ได้ ไม่เช่นนั้นควายธนูจะหวนมาทำร้ายเจ้าของเสียเอง แต่บางแห่งก็ถือเป็นเสมือนเครื่องรางธรรมดาสำหรับใช้พกพาติดตัว

วัวธนู คือ ของอาถรรพ์ที่ปั้นขึ้นเป็นรูป 'วัว' ที่มีคำว่า 'ธนู' พ่วงมาเพราะ เมื่อผู้มีวิชาปล่อยวัวอาถรรพ์นี้ออกไปทำร้ายผู้อื่น หุ่นวัวจะพุ่งไปในอากาศ ในขณะนั้นสภาพของหุ่นวัวธนูจะย่นย่อลงเป็น 'ปรมาณู' วิ่งตรงไปยังเป้าหมาย

ผู้มีอาคมนิยมมีไว้ใช้เป็นทหารผี หรือเฝ้าบ้าน แต่ละสำนักจะให้คาถากำกับมาแล้ว

การเซ่นไหว้: จำเป็นต้องเซ่นไหว้ เพราะมีวิญญาณสิ่งสู่อยู่ หากไม่ไหว้ จะทำให้หุ่นไม่มีเรี่ยวแรงอิทธิฤทธิ์ และหากเป็นหุ่นผี เจ้าของอาจโดนเล่นงานถึงตายได้การเซ่นไหว้วัวธนู ท่านให้หาหญ้าคาเจ็ดก้านหรือ 7 ใบ แต่ละใบต้องทำการขมวดปลาย

ขณะขมวดปลายนั้นให้กลั้นหายใจด้วย แล้วท่องพระคาถาอุปคุตมัดมารสั้น ๆ ว่า

'อิมัง อังคะพันธะนัง อธิฏฐามิ'

ปมของทุกก้านให้เสกด้วยคาถานี้ทั้ง 7 ใบถวายพร้อมน้ำเปล่า น้ำเปล่านี้เมื่อลามาแล้ว อย่าทิ้ง ใช้ประพรมหน้าร้านขายของดีนัก หากป่วยไข้ขอมาดื่มกินจะหายเช่นกัน

การบูชาวัวพุทธคุณ [ขอให้เฉพาะวัวพุทธคุณ ส่วนวัวผีไปหาจากทางสำนักที่คุณนำมาเองนะ]

จุดเทียน 1 คู่ [2 เล่ม] ธูป 4 ดอก แล้วว่า 'พระคาถาโองการวัวธนู 7 จบ + คาถาวัวธนู 4 จบ' ในวันแรกที่นำเข้าบ้าน และทุกวันพระใหญ่ คือ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ

หากต้องการเพิ่มความขลัง ควรบูชาเพิ่มในวันเสาร์และอังคาร จะทำให้วัวมีฤทธิ์มาก เพราะเป็นวันแข็ง สำหรับการบูชาใน 2 วันนี้ไม่ต้องสวดคาถาโองการวัวธนู สวดแค่คาถาวัวธนูอย่างเดียว

วัวธนูอิทธิฤทธิ์ สร้างจากดินอาถรรพ์ต่างๆผสมด้วยครั่งพุทรา ท่านกดพิมพ์ด้วยตัวท่านเองทุกตัว ในระหว่างกดท่านก็จะบริกรรมคาถาอาการ 32 ธาตุ 4 ขันธ์ 5 ทุกตัวแล้วจึงนำไปตากแดดให้แห้งดีแล้ว จึงนำมาลงยันต์หัวใจควายธนูที่ด้านหลัง ขณะลงก็จะบริกรรมคาถากำกับไปด้วยจนสำเร็จป็นตัวทุกตัว จากนั้นก็จะนำมาปลุกเสกเพิ่มฤทธิ์ให้ควายธนูมีฤทธิ์เหนือฝูงผีทั้งปวง สามารถแสดงฤทธิ์ได้เหมือนมีตัวตนอยู่จริง

วัวธนู หรือควายธนูนั้นมีการสร้างขึ้นมาในหลายรูปแบบด้วยกัน แล้วแต่ความสะดวก หรือว่าวัสดุที่ใช้ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสามชนิด

ดังต่อไปนี้

วัวทองแดง เป็นวัวธนูชั้นสุดยอด เพราะมีความทนทาน อีกทั้งยังสร้างขึ้นมาจากสิ่งที่เต็มไปด้วยอาถรรพณ์ ไม่ว่าจะเป็นตะปูจากโลงศพ เหล็กขนัน ผีตายท้องกลม งั่ง ทองแดงเถื่อน ดีบุก ทองขวาน้า เงินปากผี ทองยอดนพศูนย์ สิ่งเหล่านี้ต้องนำมาหล่อเข้าด้วยกันเป็นรูปโคหรือรูปกระทิงโทนที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ฝีมือช่าง จากนั้นก็นำมาลงอักขระยันต์

วัวขี้ผึ้ง เป็นวัวธนูชั้นรองลงมา สร้างขึ้นจากขี้ผึ้งปิดหน้าผีตายโหง ผีตายท้องกลม ผสมด้วยผมผีพราย ผมผีตายลอยน้ำ ตานกกด ตาชะมด ตาแร้ง กำลังวัวเถลิง เมื่อได้มาก็เอาไปเผาไฟ ไปเคี่ยวให้ไหม้ บดเป็นผง ผสมเข้ากับขี้เถ้าจาก ๗ ป่าช้า แล้วคลุกกับขี้ผึ้ง ปั้นเป็นรูปวัว หรือโคขึ้นมา เสกด้วยคาถา

 

วัวไม่ไผ่ เป็นวัวชั้นสาม ใช้ชั่วคราวเวลาฉุกเฉิน เวลาจะใช้ก็ให้ตัดไม้ไผ่ที่ขึ้นคร่อมทางมาทำ เวลาจะตัดออกจากต้นให้กลั้นใจท่องนะโมตัสสะ และฟันทีเดียวให้ขาดจากนั้น จากนั้นมาสานเป็นรูปหัววัว เสกด้วยคาถาเช่นกัน

 

สำหรับการสร้างวัวธนูหรือควายธนูนั้น ท่านมีฤกษ์ให้เลือกวันสร้างดังต่อไปนี้

 

วันมาฆะบูชาอันเป็นวันเพ็ญเดือนสาม ให้สร้างตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปจนถึงเที่ยงคืน หลังจากนั้นห้าม ดอกไม้ที่จะใช้ประกอบพิธีในวันนี้ ให้ใช้ดอกไม้ ๔ สี

 

วันวิสาขบูชา ให้เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ที่พระอาทิตย์เยี่ยมฟ้าขึ้นมาไปจนถึงเที่ยงวันดอกไม้ที่ใช้บูชาในการทำพิธีให้ใช้ดอกไม้ ๘ สี มารวมกัน

 

วันอาสาฬหบูชา ให้กำหนดเวลาเอาฤกษ์ตั้งแต่พระอาทิตย์อยู่เรี่ยต้นไม้ในยามบ่ายแก่ๆจวนจะลับฟ้า วันนี้ไม่ต้องตัดฤกษ์ เพราะถือว่าเป็นวันดี ดอกไม้ที่ใช้ทำพิธีในวันนี้ ใช้ดอกไม้ ๓ สี บูชา

 

สำหรับวัสดุที่ใช้ประกอบในการสร้าง เพื่อที่จะให้ขลังยิ่งขึ้นนั้นท่านบอกว่าให้ใช้ครั่งที่เกาะบนกิ่งพุทรา ซึ่งชี้ปลายไปทางทิศตะวันออกเท่านั้นและในการนี้จะต้องใช้ถึง ๓ ต้นด้วยกันหรือมากกว่านั้นก็ยิ่งดี แต่ถ้ากิ่งพุทรากิ่งนั้นเป็นไม้ตายพราย ท่านว่าให้ใช้กิ่งเดียวก็ได้ จะเพิ่มอานุภาพของความขลังมากยิ่งขึ้น

 

โดยในการทำวัวธนู ควายธนูนั้นจะมีเวทย์มนต์คาถากำกับแตกต่างกันออกไป โดยในการสร้างนั้นจะมีคาถาเชิญเทพเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาสิงสถิตย์ซึ่งคาถานี้ เวลาจะใช้วัวให้ออกไปต่อสู้ก็ใช้เสกได้ด้วยเช่นกัน

 

คาถาเสกควายธนูนั้นท่าน บันทึกไว้ว่า

" โอมปู่เจ้าสมิงพราย ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควาย เชิญพระอิศวรมาเป็นตาซ้าย เชิญพระนารายณ์มาเป็นตาขวา เชิญพระอาทิตย์มาเป็นเขา เชิญพระจันทร์มาเป็นหาง เชิญพระพุทธคีเนตร พระพุทธคีนาย มาเป็นสีข้างทั้งสอง เชิญพระจตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นขาสี่เท้า เชิญฝูงผีทั้งหลายเข้ามาเป็นตับไตไส้พุง นะมะสะตีติ "

 

สำหรับคาถาที่ใช้เสกทำน้ำมนต์นั้น มีท่านผู้รู้หลายท่านได้เขียนเอาไว้ซึ่งพอจะค้นหาได้ดังต่อไปนี้

" โอมอุดเทตะยัง สะนหิ โอมวัวธนูลูกแม่เฒ่า รักษาเจ้าให้ดี ผีสางสะเด็ดหนี ขวักคว้าน โอมโคโน มหาโคโน โอมโคโส มหาโคโส สันทะ สันทิ จันทิหิ โอมมหาหิริโอตัปปะ สัมปัณโณ นะภาเวนุ นุเวภานะ เวลภานะนุ ภานะนุเว นะภานุเว สัพปุริสา โลเก เทวะ ทำมาติ วัดจะเร " สวดแบบนี้ ๗ ครั้งด้วยกันยามที่ทำน้ำมนต์ ในขณะเดียวกัน ถ้าหากจะปล่อยวัวธนูให้เฝ้าบ้าน ท่านว่าให้เสกด้วยคาถาต่อไปนี้ ๗ คาบเช่นกัน

" นะภาเวนะ นะภาเวนุ เวทาสากุ กุสาทาเว ทายัสสะ ตะทะสา ทิกุกุ ทิสาสา กุตะกุ ภูตะพุ โคสวาหะ โสถาทิเต โหตุเต ชัยยะมังคลานิ นุเวภานะ นุเวภานะ เวภานะนุ เวภานะนุ ภานะนุเว ภานะนุเว นะนุเวภา นะนุเวภา นะภาเวนุ นะภาเวนุ "

 

ขณะที่เสกคาถานี้ ให้เอาน้ำรดบนหลังวัวธนู แล้วใช้ภาชนะรองน้ำมนต์ที่หลั่งลงไป เอาน้ำนั้นไปรดรอบๆบ้านที่จะให้วัวธนูเฝ้า เท่านั้นก็เป็นการกำหนดเขตให้วัวธนู หรือควายธนูได้สำแดงอานุภาพแล้ว

 

สำหรับเรื่องวัวธนู หรือควายธนูนี้มีพระเกจิอาจารย์หลายๆท่านในยุคโบราณกว่า เมื่อกว่าสามสิบปีมาแล้วได้สร้างขึ้นมา พอที่จะหลงเหลืออยู่บ้าง อย่างหลวงพ่อน้อยวัดศีรษะทองท่านก็สร้างวัวธนูเอาไว้ ซึ่งในปัจจุบัน วัวธนู ควายธนูเหล่านี้นับได้ว่าเป็นของขลัง ของศักดิ์สิทธิ์ที่หาได้ยากเต็มที.....

เนื้อหาโดย: peetong
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
peetong's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย peetong
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: peetong
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ของเล่นยุค 90 ที่เคยซื้อหลักร้อย วันนี้บางรุ่นราคาหลักหมื่น6 วัฒนธรรมการกินแบบ “ขันโตก” ที่ต่างชาตินำไปต่อยอดเป็นงานเลี้ยงแบบ Sharingเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน5 ของกินติดบ้านไทย ราคาไม่ถึง 20 บาท แต่พอไปอยู่ซูเปอร์ฯ ลอนดอน ราคาพุ่งเป็นหลักร้อย!วัดพระธาตุ เมืองนครศรีเลขเด็ด ปฏิทินหลวงปู่ศิลา งวด 16 สิงหาคม 25697 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศเมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญกรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาท5 ของใช้ในห้องน้ำไทย ที่คนต่างชาติหอบกลับไปขายบน eBay ราคาโคตรพุ่งหลายเท่า!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา8 ผลไม้คุ้นตาในไทย พอไปยุโรปกลับกลายเป็นของนำเข้าราคาสูง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด เล่าให้ฟัง
พุทธคุณ ดำดื้อ แดงเกเรวัดพระธาตุ เมืองนครศรีวังโบราณ ที่นครศรีฯเคยมีก็หมดได้
ตั้งกระทู้ใหม่