โซดามาจากไหน ทำไมฟองเล็ก ๆ ถึงเปลี่ยนโลกเครื่องดื่ม
เสียงซ่าที่ดังขึ้นตอนเปิดขวดโซดา ไม่ได้เป็นแค่ความสดชื่นในแก้ว แต่คือร่องรอยของการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนน้ำธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกรู้จัก
ก่อนจะมีโซดาขวด เครื่องทำโซดา หรือน้ำอัดลมหลากรส ผู้คนในยุโรปรู้จัก “น้ำแร่มีฟอง” จากแหล่งธรรมชาติมานาน น้ำเหล่านี้มักผุดขึ้นจากพื้นที่ที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ละลายอยู่ จึงเกิดฟองเล็ก ๆ และให้รสสัมผัสสดชื่นต่างจากน้ำทั่วไป
ในอดีต ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าน้ำแร่จากแหล่งธรรมชาติมีประโยชน์ต่อร่างกาย บางเมืองจึงกลายเป็นแหล่งพักผ่อนและแหล่งดื่มน้ำแร่ยอดนิยม แต่จุดเปลี่ยนจริงเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์เริ่มตั้งคำถามว่า ถ้าธรรมชาติสร้างน้ำมีฟองได้ เราจะทำเลียนแบบได้หรือไม่
หนึ่งในชื่อสำคัญของเรื่องนี้คือ Joseph Priestley นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้ทดลองกับก๊าซที่ในยุคนั้นเรียกว่า “fixed air” หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เขาพัฒนาวิธีทำให้น้ำดูดซับก๊าซชนิดนี้ จนเกิดน้ำที่มีฟองคล้ายกับน้ำแร่ธรรมชาติ ผลงานเกี่ยวกับการอัดก๊าซลงในน้ำถูกเผยแพร่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 และทำให้ Priestley มักถูกพูดถึงในฐานะบุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์เครื่องดื่มอัดก๊าซ
จากการทดลองในห้องวิทยาศาสตร์ ความซ่าเริ่มเดินทางเข้าสู่โลกการค้า ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 Johann Jacob Schweppe พัฒนากระบวนการผลิตน้ำอัดก๊าซในเชิงพาณิชย์ และก่อตั้ง Schweppes ที่เจนีวาในปี 1783 จุดนี้ทำให้น้ำมีฟองไม่ได้อยู่แค่ในแหล่งน้ำแร่หรือห้องทดลองอีกต่อไป แต่เริ่มกลายเป็นสินค้าที่คนทั่วไปเข้าถึงได้มากขึ้น
ต่อมาในศตวรรษที่ 19 น้ำโซดาและเครื่องดื่มอัดก๊าซเริ่มแพร่หลายในร้านขายยาและร้านเครื่องดื่ม หลายแห่งใช้เครื่องจ่ายน้ำโซดาหรือ soda fountain เป็นจุดขาย เพราะในเวลานั้นคนยังมองน้ำอัดก๊าซว่าเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นและอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพ แม้ความเข้าใจบางส่วนในอดีต เช่น การใช้เพื่อป้องกันโรคบางอย่าง จะไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์ในปัจจุบัน
หัวใจของความซ่าอยู่ที่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO₂ เมื่อก๊าซนี้ถูกอัดลงไปในน้ำภายใต้แรงดัน มันจะละลายอยู่ในของเหลว พอเปิดขวดหรือกระป๋อง แรงดันลดลง ก๊าซจึงค่อย ๆ หนีออกมาเป็นฟอง นั่นคือเสียงซ่าและฟองที่เราเห็นในแก้ว
เหตุผลที่โซดาเย็นจัดมักให้ความรู้สึกซ่ากว่าโซดาอุ่น ก็เพราะอุณหภูมิมีผลต่อการละลายของก๊าซในน้ำ งานด้านเคมีอาหารและเครื่องดื่มอธิบายตรงกันว่า เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความสามารถของน้ำในการกักเก็บ CO₂ จะลดลง ฟองจึงหลุดออกเร็วกว่า ส่วนโซดาที่แช่เย็นจะเก็บก๊าซไว้ได้ดีกว่า เปิดแล้วจึงให้ความซ่าสดชื่นนานกว่า
นี่จึงเป็นเหตุผลเล็ก ๆ ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ถ้าอยากให้โซดาซ่าชัด ควรแช่ให้เย็นก่อนเปิด เทลงแก้วที่เย็น และหลีกเลี่ยงการเขย่าขวด เพราะการเขย่าจะทำให้ก๊าซแยกตัวออกจากน้ำเร็วขึ้น เมื่อเปิดฝา ฟองจึงพุ่งและความซ่าในแก้วลดลง
โซดาในวันนี้จึงไม่ใช่แค่น้ำใสมีฟอง แต่เป็นผลลัพธ์ของการสังเกตธรรมชาติ การทดลองกับก๊าซ และการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องดื่มตลอดหลายร้อยปี จากน้ำแร่มีฟองในยุโรป สู่ขวดโซดาในตู้เย็น ความซ่าเล็ก ๆ ในแก้วจึงมีทั้งประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเรื่องใกล้ตัวซ่อนอยู่พร้อมกัน
แหล่งที่มา: Encyclopaedia Britannica / McGill Office for Science and Society / Schweppes / American Chemical Society
อ้างอิง:
https://www.britannica.com/topic/soft-drink
https://www.mcgill.ca/oss/article/history/origins-soda-water
https://schweppes.com.au/about-us
https://pubs.acs.org/doi/10.1021/acs.jchemed.0c00844
เขียนโดย davin
10 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องชาร์จแบตมือถือ ที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
ที่มาและความสําคัญประวัติศาตร์คลองแสนแสบสายน้ําเส้นเลือดใหญ่คนเมือง
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
เปิดประวัติหน้าที่อันตรายของเพื่อนเจ้าบ่าวในสมัยโบราณ
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
นอนชดเชยวันหยุด ช่วยลดอาการอดนอนได้แค่ไหน
ทำไมช่องประตูตู้เย็นควรเก็บเครื่องปรุง ไม่ใช่นมหรืออาหารสด
ก่อนเป็นสีน้ำเงิน ตู้ไปรษณีย์สหรัฐฯ เคยใช้สีอะไรมาแล้วบ้าง?
ทำไมวันฝนตกถึงชวนให้โรแมนติก? เข้าใจอารมณ์รักผ่านร่างกายและจิตใจ
เติมสารอาหารจากธรรมชาติ! เปิดโผ 11 วัตถุดิบใกล้ตัว บำรุงเส้นผมให้ยาวเร็วและแข็งแรงจากภายใน
เปิดรสชาติแห่งขั้วโลกเหนือ "อกูตัก" ไอศกรีมไขมันสัตว์ดั้งเดิม และวิถีการแบ่งปันของชาวอินูอิต
เปิดตำนาน "ถังหูลู่" จากยารักษาพระสนมสู่ขนมหวานโบราณพันปียอดฮิต
เคลียร์ชัด! กดน้ำตู้เซเว่นฯ เดินจิบไปเติมไปก่อนคิดเงิน ทำได้จริงหรือเป็นการเอาเปรียบร้านค้า?

