หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ใช้ Ctrl+Alt+Del มาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ว่าคนสร้างตั้งใจไม่ให้กดมือเดียว

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ใช้ Ctrl+Alt+Del มาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ว่าคนสร้างตั้งใจไม่ให้กดมือเดียว

ปุ่มลัดในตำนานที่คนใช้ Windows รู้จักกันดี แต่เบื้องหลังกลับไม่เป็นอย่างที่หลายคนคิด

ถ้ามีคนบอกว่า Ctrl+Alt+Del ถูกออกแบบมาให้กดยาก คุณจะเชื่อไหม?

หลายคนใช้ปุ่มชุดนี้มาเป็นสิบปี เวลาคอมพิวเตอร์ค้างเมื่อไร นิ้วจะวิ่งไปหา Ctrl+Alt+Del โดยอัตโนมัติ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ก็คือ คนสร้างไม่ได้ต้องการให้ผู้ใช้กดมันง่าย ๆ ตั้งแต่แรก

สำหรับคนที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ระบบ Windows เป็นประจำทุกวัน เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องเคยผ่านประสบการณ์ชวนหัวเสียอย่างจังหวะที่โปรแกรมเกิดอาการนิ่งสนิท เมาส์ขยับไม่ได้ หรือหน้าจอหมุนค้างจนทำงานต่อไม่ได้

และสิ่งแรกที่หลายคนมักจะทำโดยอัตโนมัติก็คือ การกางนิ้วมือซ้ายแล้วเอื้อมไปกดสามปุ่มมหาเสน่ห์อย่าง Ctrl + Alt + Del เพื่อเรียกหน้าต่างจัดการระบบขึ้นมาช่วยชีวิต หรืออย่างน้อยก็เพื่อสั่งรีสตาร์ตเครื่องใหม่ให้พ้นจากอาการเอ๋อ

แต่ความจริงที่หลายคนเพิ่งรู้ก็คือ Ctrl+Alt+Del ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนทั่วไปใช้เป็นประจำ และยิ่งไม่ใช่ปุ่มที่คนสร้างอยากให้กดด้วยมือเดียว เพราะผู้ที่คิดค้นระบบนี้ขึ้นมาอย่าง David Bradley อดีตวิศวกรของ IBM เคยเล่าว่า เดิมทีปุ่มชุดนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกัน “ความผิดพลาด” ของมนุษย์ และตั้งใจออกแบบมาไม่ให้เรากดมันได้ง่าย ๆ ด้วยมือเดียวตั้งแต่แรก

บรรยากาศห้องแล็บคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ ที่วิศวกรต้องทดสอบและรีเซ็ตเครื่องอยู่บ่อยครั้ง

ย้อนกลับไปในช่วงที่กำลังพัฒนาคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยุคแรก ๆ ทีมวิศวกรต้องเจอปัญหาชวนปวดหัวคือ เวลาที่ระบบภายในเกิดข้อผิดพลาดหรือเครื่องค้าง พวกเขาต้องเสียเวลาเอื้อมมือไปกดสวิตช์ปิด-เปิดเครื่องใหม่ทุกครั้ง

การทำแบบนั้นบ่อย ๆ ไม่ได้เสียเวลาอย่างเดียว แต่ยังไม่เหมาะกับการทดสอบระบบที่ต้องรีเซ็ตซ้ำไปซ้ำมา David Bradley จึงได้รับโจทย์ให้สร้างปุ่มลัดที่สามารถสั่งรีเซ็ตระบบภายในได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องตัดไฟจากตัวเครื่องทุกครั้ง

ตารางเปรียบเทียบแนวคิดการออกแบบดั้งเดิมและพฤติกรรมการใช้งานจริงในปัจจุบัน

เหตุผลที่หวยไปตกตรงปุ่ม Ctrl, Alt และ Del นั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากแนวคิดด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยที่คำนวณมาแล้ว ซึ่งสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ได้ประมาณนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ แนวคิดดั้งเดิมตอนสร้างระบบ ความเป็นจริงในการใช้งานปัจจุบัน
วัตถุประสงค์หลัก สร้างขึ้นมาให้วิศวกรใช้รีเซ็ตเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องแล็บทดสอบอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปุ่มสามัญประจำบ้านที่มนุษย์ออฟฟิศใช้แก้ปัญหาโปรแกรมค้าง
การวางตำแหน่งปุ่ม ตั้งใจเลือกปุ่มที่อยู่ห่างกันคนละฝั่ง เพื่อบังคับให้ใช้สองมือ คนทำงานจำนวนไม่น้อยฝึกความยืดหยุ่นของนิ้วมือจนสามารถกางกดได้ด้วยมือเดียว
เหตุผลด้านความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เผลอกดโดนโดยไม่ตั้งใจจนเครื่องรีสตาร์ตเอง แม้จะกดยาก แต่ก็ช่วยลดโอกาสสั่งงานผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจได้อยู่

ถ้าชอบเรื่องเบื้องหลังสิ่งที่เราใช้อยู่ทุกวัน ลองอ่านอีกเรื่องที่หลายคนเพิ่งรู้เหมือนกันว่า ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม

จากการสังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันปุ่มชุดนี้กลายเป็นเหมือนยาสามัญประจำโต๊ะทำงานที่ทุกคนต้องมีติดตัว เวลาเห็นใครนั่งจ้องหน้าจอแล้วเริ่มกางนิ้วลงบนคีย์บอร์ด คนรอบข้างแทบจะเดาได้ทันทีโดยไม่ต้องถามว่า “งานค้างชัวร์”

จากปุ่มรีเซ็ตของวิศวกรในห้องแล็บ กลายเป็นปุ่มลัดช่วยชีวิตของคนทำงานทั่วโลก

แม้กระทั่ง Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Microsoft ก็เคยพูดถึงเรื่องนี้ในเชิงขำ ๆ ว่า ถ้าย้อนกลับไปได้ เขาอยากให้มีปุ่มเดียวสำหรับคำสั่งนี้มากกว่า แต่ด้วยข้อจำกัดและการออกแบบคีย์บอร์ดในยุคนั้น Windows จึงต้องอยู่กับปุ่มลัดสามปุ่มนี้ต่อมา จนกลายเป็นตำนานที่คนใช้คอมพิวเตอร์จำได้ขึ้นใจ

แปลกดีเหมือนกัน บางคนใช้ Windows มาเป็นสิบปี แต่พอเครื่องเริ่มเอ๋อเมื่อไร นิ้วจะวิ่งไปหาปุ่ม Ctrl + Alt + Del แบบอัตโนมัติ ทั้งที่ไม่เคยรู้เลยว่าคนออกแบบเขาตั้งใจให้ใช้สองมือตั้งแต่แรก

ที่โต๊ะทำงานของคุณตอนนี้ เวลาเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดอาการค้างหรือหมุนติ้ว ๆ คุณกด Ctrl + Alt + Del ด้วยมือเดียว หรือยังใช้สองมือตามที่คนสร้างเขาตั้งใจไว้บ้าง? คอมเมนต์มาเล่าให้ฟังหน่อยครับ

ที่มา: บทสัมภาษณ์ David Bradley ผู้ร่วมพัฒนา IBM PC และคำให้สัมภาษณ์ของ Bill Gates เกี่ยวกับ Ctrl + Alt + Del

เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี
ที่มา: บทสัมภาษณ์ David Bradley ผู้ร่วมพัฒนา IBM PC และคำให้สัมภาษณ์ของ Bill Gates เกี่ยวกับ Ctrl + Alt + Del
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนด้านเทคโนโลยี ข่าวสาร และความรู้รอบตัว
| 600+ บทความ | เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อาหารไทยจานไหนดังระดับโลก มัสมั่น ต้มยำ ผัดไทย ทำไมถูกพูดถึงซ้ำมารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทยจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยเลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 มิถุนายน 69..ส่องให้ไว เลขไหนใช่เลย!つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็กมีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้งแชร์สูตรหาเลขเด่นหวยลาวจาก "หลักสิบบน" สูตรง่าย ๆ ที่หลายคนใช้ประกอบการเลือกเลขงวดต่อไป"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิวมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งแม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทยจีนชี้แจงปมรถถัง T-59D ส่งกัมพูชา ทำไมตัวเลข 39 จาก 93 คันจึงถูกจับตา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อาชีพที่คนภายนอกคิดว่ารวย แต่คนในวงการบอกว่าไม่จริง?มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อ5 ที่เที่ยวโรแมนติกในไทย คู่รักควรเลือกแบบไหนให้ทริปจำไม่ลืมแม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ศิษย์มีครู : รากฐานแห่งการเรียนรู้ที่งดงามของไทยมารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"สิมิลัน สุรินทร์ หลีเป๊ะ ดอยอินทนนท์ สวยแค่ไหน และควรไปช่วงไหนถึงคุ้ม
ตั้งกระทู้ใหม่