ทำไมตัดผมกับตัดเล็บถึงไม่เจ็บ คำตอบอยู่ที่เคราตินและเส้นประสาท
เขียนโดย dukedick
ตัดเล็บจนสั้นลง หรือนั่งให้ช่างเล็มผมออกไปเป็นกำ ๆ แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บเลย ทั้งที่ผมและเล็บก็อยู่บนร่างกายเหมือนผิวหนัง คำตอบไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพราะส่วนที่ถูกตัดออกไปคือส่วนที่ไม่มีเส้นประสาทรับความเจ็บปวดแล้ว
เส้นผมและเล็บมีสิ่งสำคัญร่วมกันอย่างหนึ่งคือ “เคราติน” โปรตีนที่ช่วยสร้างความแข็งแรงให้ผม เล็บ และผิวหนังชั้นนอก เคราตินทำให้เล็บแข็งพอจะปกป้องปลายนิ้ว และทำให้เส้นผมมีโครงสร้างเป็นเส้นยาว ไม่ขาดง่ายเหมือนเนื้อเยื่ออ่อนทั่วไป
จุดสำคัญคือ ส่วนปลายของผมและเล็บที่เราตัดกันอยู่เป็นประจำ ไม่ได้มีเส้นเลือดหรือเส้นประสาทอยู่เหมือนผิวหนัง เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจึงไม่สามารถส่งสัญญาณเจ็บไปยังสมองได้ เวลากรรไกรตัดผ่านปลายผม หรือกรรไกรตัดเล็บตัดผ่านปลายเล็บ เราจึงไม่รู้สึกเจ็บ
แต่ไม่ได้แปลว่าผมและเล็บ “ไม่มีชีวิต” ทั้งหมด
บริเวณที่สร้างผมและเล็บยังมีเซลล์ทำงานอยู่ เช่น รากผม รูขุมขน โคนเล็บ เนื้อใต้เล็บ และผิวหนังรอบเล็บ เซลล์ใหม่จะค่อย ๆ ถูกสร้างและดันส่วนเก่าออกไปด้านนอก เมื่อส่วนเก่าห่างจากแหล่งเลือดและสารอาหารมากขึ้น ก็แข็งตัว กลายเป็นโครงสร้างที่มีเคราตินสูง และกลายเป็นส่วนที่เราตัดออกได้โดยไม่เจ็บ
ลองสังเกตง่าย ๆ เวลาตัดเล็บตามแนวปลายเล็บสีขาว มักไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าตัดลึกจนโดนเนื้อใต้เล็บ จะเจ็บทันที บางครั้งอาจมีเลือดออก เพราะบริเวณนั้นยังมีเส้นเลือดและเส้นประสาทอยู่
ผมก็คล้ายกัน ตัวเส้นผมที่ยาวออกมาแล้วตัดได้ไม่เจ็บ แต่ถ้าดึงผมแรง ๆ จะเจ็บ เพราะแรงดึงไปกระทบรูขุมขนและหนังศีรษะ ซึ่งเป็นบริเวณที่ยังมีเส้นประสาทรับความรู้สึกอยู่
เรื่องนี้จึงทำให้เห็นความต่างระหว่าง “ส่วนที่งอกออกมาให้ตัดได้” กับ “ส่วนที่ยังเชื่อมกับเนื้อเยื่อมีชีวิต” ได้ชัดมากขึ้น
ข้อควรจำสั้น ๆ คือ
- ตัดปลายผม ไม่เจ็บ เพราะตัวเส้นผมไม่มีเส้นประสาท
- ตัดปลายเล็บ ไม่เจ็บ เพราะแผ่นเล็บส่วนปลายไม่มีเส้นประสาท
- ตัดเล็บลึก เจ็บ เพราะโดนเนื้อใต้เล็บ
- ดึงผม เจ็บ เพราะกระทบรากผมและหนังศีรษะ
- เจ็บ บวม แดง หรือมีเลือดออกหลังตัดเล็บ ควรพักการตัดซ้ำและดูแลความสะอาด
นี่คือเหตุผลที่กิจวัตรเล็ก ๆ อย่างการตัดเล็บหรือตัดผม กลายเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่างกายมนุษย์ ส่วนที่ดูเหมือน “ตายแล้ว” ไม่ได้ไร้ประโยชน์ แต่ถูกเปลี่ยนให้เป็นเกราะป้องกันปลายนิ้ว หนังศีรษะ และผิวหนังชั้นนอกในชีวิตประจำวัน
แหล่งที่มา: Cleveland Clinic, American Skin Association, NCBI Bookshelf
อ้างอิง: https://my.clevelandclinic.org/health/body/23204-keratin, https://www.americanskin.org/resource/, https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK534769/
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
RC Cola หายไปไหน ทำไมหลายคนคิดว่าเลิกขาย ทั้งที่กำลังกลับมาอีกครั้ง
สหรัฐฯ เพิ่ม Alibaba, BYD และ Baidu ในบัญชีบริษัทโยงกองทัพจีน สะท้อนศึกเทคโนโลยีที่เข้มข้นขึ้น
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
ความสุขและความทุกข์ไม่ได้อยู่ตลอดไป เข้าใจกลไกใจที่ค่อย ๆ ปรับตัว
โกโก้กับช็อกโกแลตต่างกันตรงไหน คำตอบอยู่ที่ไขมันและวิธีใช้
😃 ชวนเข้ามาลองดูรูปภาพของสิ่งที่คุณอาจไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน 😆
เต็นท์รถมือสองรายใหญ่ต่างจังหวัด มีที่ไหนบ้าง และควรดูอะไรก่อนซื้อ
4 มหาวิทยาลัยไทยฐานวิศวะใหญ่ คนเรียนสายนี้ควรรู้ก่อนเลือกคณะ
ทำไม เบิร์ด ธงชัย ถึงขายเทปได้ถล่มทลาย จนกลายเป็นตำนานล้านตลับ
รอยขีดบนตะเกียบมีไว้ทำไม คำตอบขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เห็น
ตาบอดสีไม่ได้เห็นโลกเป็นขาวดำ แต่บางสีอาจคล้ายกันกว่าที่คิด
สหรัฐฯ เพิ่ม Alibaba, BYD และ Baidu ในบัญชีบริษัทโยงกองทัพจีน สะท้อนศึกเทคโนโลยีที่เข้มข้นขึ้น
5 สายงานรายได้สูงปี 2026 ที่คนทำงาน LGBTQ+ มีโอกาสเติบโต
4 มหาวิทยาลัยไทยฐานวิศวะใหญ่ คนเรียนสายนี้ควรรู้ก่อนเลือกคณะ
ความสุขและความทุกข์ไม่ได้อยู่ตลอดไป เข้าใจกลไกใจที่ค่อย ๆ ปรับตัว
7 ความเชื่อแปลก ๆ ที่คนเคยมองว่าเป็นวิทยาศาสตร์จริง
โลกร้อนเผยโบราณคดีล้ำค่า แต่ก็เร่งทำลายแหล่งประวัติศาสตร์ทั่วโลก
เมื่อลูกชอบ "พูดสวน" หรือ "ดื้อแพ่ง" สัญญาณร้ายหรือก้าวสำคัญสู่การเติบโต?
เคล็ดลับเก็บ "ต้นหอม" ให้สดนาน 1 สัปดาห์! ไม่เน่า ไม่แฉะ ด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่คุณทำตามได้ทันที