รู้จักเห็ดจมูกหมู เห็ดป่าหน้าตาแปลกที่ไม่ควรตัดสินจากรูปร่าง
เห็ดจมูกหมูเป็นเห็ดป่าหน้าตาแปลกจนคนเจอครั้งแรกมักลังเลว่าจะกินได้หรือไม่ จุดสำคัญคือเห็ดชนิดนี้มีคนรู้จักในหลายท้องถิ่น แต่การเก็บเห็ดป่ากินเองยังต้องอาศัยความชำนาญจริง
ชื่อที่ได้ยินกันบ่อยคือ “เห็ดจมูกหมู” หรือ “เห็ดปากหมู” บางพื้นที่เรียกต่างกัน เช่น เห็ดจมูกม้า เห็ดดังหมู หรือเห็ดตาควาย ชื่อวิทยาศาสตร์ที่พบในเอกสารเผยแพร่คือ Galiella rufa
สิ่งที่ทำให้เห็ดชนิดนี้สะดุดตา คือรูปร่างไม่เหมือนเห็ดที่มีหมวกและก้านชัด ๆ แบบที่หลายคนคุ้นเคย ดอกเห็ดมักมีลักษณะคล้ายถ้วยหรือแท่งสั้น ๆ สีด้านนอกออกน้ำตาลเข้มถึงคล้ำ ปลายด้านบนดูคล้ายปลายจมูกหมูหรือปากถ้วยเล็ก ๆ
เห็ดจมูกหมูมักพบตามขอนไม้ผุที่ฝังดินหรือไม้เปื่อยในพื้นที่ชื้น โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน เมื่อมองผ่าน ๆ อาจดูเหมือนก้อนดิน เศษไม้ หรือของแปลกบนพื้นป่า จึงไม่แปลกที่หลายคนจะคิดว่าเป็นเห็ดพิษตั้งแต่แรกเห็น
แต่รูปร่างแปลกไม่ได้แปลว่าเป็นเห็ดพิษเสมอไป
ในหลายพื้นที่ เห็ดจมูกหมูเป็นเห็ดพื้นบ้านที่ชาวบ้านรู้จักและนำมาทำอาหารได้ บางข้อมูลพื้นบ้านระบุว่าสามารถนำไปลวก ต้ม หรือยำได้ เนื้อสัมผัสออกแนววุ้นหรือกรุบเล็กน้อย ต่างจากเห็ดเนื้อแน่นทั่วไป จึงเป็นเห็ดที่คนชอบของป่าบางกลุ่มให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ความเข้าใจผิดมักเกิดจาก 3 เรื่องหลัก
อย่างแรกคือหน้าตาไม่เหมือนเห็ดทั่วไป ไม่มีหมวกเห็ดบานเป็นร่มให้เห็นชัด
อย่างที่สองคือมักขึ้นอยู่กับขอนไม้ผุหรือบริเวณดินชื้น ทำให้ดูคล้ายของเน่าเสียหรือก้อนดินมากกว่าอาหาร
อย่างที่สามคือเห็ดป่าหลายชนิดมีหน้าตาใกล้เคียงกันมาก คนที่ไม่ชำนาญจึงมักเหมารวมว่า “แปลกเท่ากับอันตราย” ไว้ก่อน ซึ่งในแง่ความปลอดภัยถือว่าไม่ผิด เพราะเห็ดป่าไม่ใช่สิ่งที่ควรลองกินจากการดูรูปหรือฟังคำบอกเล่าสั้น ๆ
หน้าฝนเป็นช่วงที่เห็ดธรรมชาติออกมากขึ้น ทั้งเห็ดกินได้และเห็ดพิษก็พบได้ในช่วงเดียวกัน ปัญหาคือบางชนิดแยกด้วยตาเปล่าได้ยาก แม้สี กลิ่น หรือรูปร่างจะดูไม่น่ากลัว ก็ไม่ได้รับประกันว่าปลอดภัยเสมอ
ถ้าเจอเห็ดจมูกหมูหรือเห็ดป่าหน้าตาใกล้เคียงกัน สิ่งที่ควรจำไว้คือ
- ไม่รู้จักจริง อย่าเก็บมากิน
- ไม่มั่นใจชื่อและชนิด อย่าลองชิม
- ไม่ควรกินเห็ดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ
- ไม่ควรกินเห็ดป่าร่วมกับแอลกอฮอล์
- หากกินเห็ดแล้วมีคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว ควรไปโรงพยาบาลทันที และนำตัวอย่างเห็ดหรือภาพถ่ายไปด้วย
สำหรับคนที่สนใจอาหารพื้นบ้าน เห็ดจมูกหมูเป็นตัวอย่างที่ดีของของป่าที่มีทั้งความน่าสนใจและข้อควรระวังในตัวเดียวกัน ด้านหนึ่งคือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่รู้จักเห็ดชนิดนี้มานาน แต่อีกด้านคือความเสี่ยงของการแยกเห็ดผิดชนิด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากไม่มีประสบการณ์
จึงจำได้ง่าย ๆ ว่า เห็ดจมูกหมูไม่ใช่เห็ดที่ควรตัดสินจากหน้าตาเพียงอย่างเดียว จะบอกว่าเป็นพิษทันทีเพราะรูปร่างแปลกก็ไม่แม่น แต่จะเก็บมากินเองเพราะเห็นว่ามีคนบอกว่ากินได้ก็ยังไม่ปลอดภัยพอ
ของป่าหลายอย่างอร่อยได้เมื่อรู้จริง และอันตรายได้เมื่อเดาผิด เห็ดจมูกหมูจึงน่ารู้จักในฐานะเห็ดพื้นบ้านหน้าฝนที่มีเอกลักษณ์ แต่ความมั่นใจเรื่องชนิดของเห็ดต้องมาก่อนความอยากลองเสมอ
แหล่งที่มา: กรมควบคุมโรค, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, OER Learn
อ้างอิง: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?deptcode=brc&news=57249, https://www.dmsc.moph.go.th/th/detailAll/3050/nw/25, https://oer.learn.in.th/search_detail/fdownload/79964/135430
เขียนโดย Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล
10 จักรวรรดิ ที่เคยเป็นมหาอำนาจของโลกก่อนยุคปัจจุบัน
นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้า
คลื่นความร้อนสูงระดับประวัติศาสตร์ถล่มยุโรป ยอดเสียชีวิตพุ่งเกินพันราย
สืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย
รวมไอเดียตั้งชื่อสุนัขสุดกวน ฟังแล้วจำง่าย ไม่ซ้ำใครแน่นอน
4 สะพานที่แหวกแนวที่สุดในโลก





