รัตนโกสินทร์อีกด้าน เมื่อความเจริญมีต้นทุนที่คนธรรมดาต้องแบกรับ
เวลาพูดถึงรัตนโกสินทร์ หลายคนมักนึกถึงพระบรมมหาราชวัง วัดงาม งานช่าง การปฏิรูปรัฐ และความพยายามรักษาเอกราช แต่หลังภาพความเจริญเหล่านั้น ยังมีชีวิตของคนธรรมดาที่ต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมาก ทั้งแรงงาน หนี้สิน อบายมุข และอำนาจทางการเมือง
การมองรัตนโกสินทร์อีกด้าน ไม่ได้แปลว่ายุคนี้มีแต่ความมืดมน และไม่ได้ลบความสำเร็จของบ้านเมืองออกไป แต่ช่วยให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์ไทยไม่ได้มีด้านเดียว ความงดงามกับบาดแผลมักอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เพียงแต่บางเสียงถูกเล่าไว้ดังมากกว่าอีกเสียงหนึ่ง
ในรัตนโกสินทร์ตอนต้น โครงสร้างสังคมยังผูกกับระบบไพร่ ทาส และศักดินา ชายฉกรรจ์จำนวนมากอยู่ในระบบแรงงานของรัฐ ต้องถูกเกณฑ์ไปทำงาน เช่น ขุดคลอง สร้างเมือง รับราชการ หรือร่วมศึกสงคราม งานเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญของบ้านเมือง แต่สำหรับครอบครัวฐานล่าง การขาดแรงงานชายจากบ้านอาจหมายถึงรายได้ที่หายไป งานไร่นาที่สะดุด และภาระที่ตกอยู่กับคนที่เหลือ
ระบบทาสก็สะท้อนความเหลื่อมล้ำในสังคมเก่าอย่างชัดเจน บางคนตกเป็นทาสเพราะหนี้ บางคนเกี่ยวพันกับสถานะในครอบครัวหรือเรือนเบี้ย สถานะเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงคำในตำรา แต่คือชีวิตจริงของคนที่ถูกจัดวางไว้ในลำดับชั้นต่ำกว่า ก่อนที่การเลิกทาสในสมัยรัชกาลที่ 5 จะค่อย ๆ เปลี่ยนโครงสร้างเดิมอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
เมื่อสยามต้องปรับตัวรับโลกตะวันตก รายได้แผ่นดินกลายเป็นเรื่องใหญ่ รัฐต้องใช้เงินเพื่อจัดระบบราชการ การคลัง กฎหมาย และโครงสร้างใหม่ แต่รายได้บางส่วนในยุคนั้นมาจากกิจการที่วันนี้ถูกมองว่าเป็นปัญหาสังคม เช่น การพนันและฝิ่น
ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ opium farm ในสยามช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ระบุว่า รายได้จากฝิ่นเคยเป็นหนึ่งในแหล่งเงินสำคัญของรัฐ ในปี 1901/2 รายได้จาก opium farm อยู่ที่ 5 ล้านบาท จากรายได้รัฐบาลรวม 36 ล้านบาท และในปี 1905/6 เพิ่มเป็น 10 ล้านบาท จากรายได้รวม 52 ล้านบาท โดยช่วงนั้นมีเพียง gambling farms หรือฟาร์มการพนันที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญใกล้เคียงกัน
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ภาพการพัฒนาประเทศซับซ้อนขึ้น ด้านหนึ่ง รัฐต้องการรายได้เพื่อปรับบ้านเมืองให้ทันโลก แต่อีกด้านหนึ่ง รายได้บางส่วนผูกอยู่กับกิจการที่ทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งเสียทรัพย์ ติดหนี้ หรือวนอยู่กับความเปราะบางในชีวิตประจำวัน

ถ้ามองเป็นลำดับเวลา ภาพของรัตนโกสินทร์อีกด้านอาจเห็นได้ชัดขึ้นแบบนี้
รัตนโกสินทร์ตอนต้น
สังคมยังยึดกับระบบไพร่ ทาส ศักดินา และแรงงานเกณฑ์ คนธรรมดาจำนวนมากเป็นกำลังสำคัญของรัฐ แต่ภาระนั้นกระทบชีวิตครอบครัวโดยตรง
ช่วงเปิดรับตะวันตก
รัฐต้องการรายได้มากขึ้นเพื่อปรับระบบประเทศ ภาษีอากร สัมปทาน การพนัน และฝิ่นจึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการคลังของบ้านเมือง
หลัง พ.ศ. 2475
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไพร่ทาสแบบเดิมอีกต่อไป แต่เปลี่ยนไปสู่การรวมศูนย์อำนาจ การต่อสู้ทางการเมือง และอิทธิพลของกลุ่มอำนาจต่าง ๆ
ช่วงสงครามเย็น
ความกลัวคอมมิวนิสต์ทำให้การใช้อำนาจรัฐเข้มข้นขึ้นในหลายพื้นที่ เหตุการณ์ถังแดงในภาคใต้และเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 กลายเป็นบาดแผลสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทย
เหตุการณ์ถังแดงในจังหวัดพัทลุงช่วงต้นทศวรรษ 2510 เป็นหนึ่งในกรณีที่ถูกพูดถึงมากในประวัติศาสตร์ความรุนแรงโดยรัฐ งานของ Tyrell Haberkorn อธิบายว่า มีประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคอมมิวนิสต์ถูกจับ กักตัว ทรมาน และสังหาร โดยรายละเอียดของเหตุการณ์เริ่มถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในปี 1975 หลังเกิดเหตุไปแล้วราวสองปีครึ่ง
ส่วนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสนามหลวง เป็นอีกจุดที่ทำให้คนไทยจำนวนมากกลับมาถามว่า ความรุนแรงทางการเมืองเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุการณ์นั้นไม่ได้แยกขาดจากบรรยากาศสังคมในเวลานั้น ทั้งความกลัวคอมมิวนิสต์ การแบ่งขั้วทางการเมือง และการปลุกเร้าความเกลียดชังที่สะสมก่อนวันเกิดเหตุ
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ยังน่าอ่านในปัจจุบัน คือมันช่วยให้เราแยกภาพจำที่สวยงามออกจากชีวิตจริงของคนในแต่ละยุคได้ชัดขึ้น รัตนโกสินทร์มีทั้งการสร้างเมือง วัดวา งานช่าง การปฏิรูประบบราชการ การเลิกทาส การขยายการศึกษา และการรักษาเอกราช แต่ในเวลาเดียวกัน คนฐานล่าง แรงงาน ชาวบ้าน ผู้เห็นต่าง และคนตัวเล็กจำนวนมากก็เป็นผู้รับแรงกดจากโครงสร้างเหล่านั้น
ประวัติศาสตร์จึงไม่ใช่ภาพขาวดำ ยุคเดียวกันอาจมีพระราชวังใหญ่ วัดงาม กฎหมายใหม่ โรงเรียนใหม่ และบาดแผลของคนธรรมดาที่ซ่อนอยู่หลังคำว่า ความเจริญ การมองรัตนโกสินทร์อีกด้านจึงไม่ได้ทำให้อดีตเลวร้ายลง แต่ทำให้อดีตสมบูรณ์ขึ้น เพราะเราไม่ได้เห็นแค่สิ่งที่รัฐสร้าง แต่เห็นคนที่แบกรับต้นทุนของการสร้างรัฐไปพร้อมกัน

อ้างอิง: https://link.springer.com/chapter/10.1007/978-1-349-22877-5_13, https://researchportalplus.anu.edu.au/en/publications/getting-away-with-murder-in-thailand-state-violence-and-impunity-/, https://fihrmap.nhrm.gov.tw/views/?g=mb_content&sid=109
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ฝนหนักทั่วไทย ! เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมก่อนออกจากบ้าน วันนี้ 19 ก.ย. 69
3 กาแฟนมยอดฮิต: ลาเต้ คาปูชิโน แฟลตไวต์ แตกต่างกันอย่างไร?
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ทำไมตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งติดพื้นในบ้าน..และเเตกต่างกับศาลตายายของไทยอย่างไร?
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
ทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม?
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ต้มจับฉ่าย: บทเรียนก้นครัวเปลี่ยนของเหลือสู่เส้นทางสร้างเนื้อสร้างตัว
แค่ “ไฟล์ภาพ” ไฟล์เดียว ทำไมถึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเจาะเข้า OpenAI ได้?
จังหวัดในภาคเหนือที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด อันดับ 1 มีพื้นที่กว่า 5 หมื่นไร่
ถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่
ทำไม LEGO 2x4 เพียง 6 ก้อนจึงสร้างแบบต่อได้มหาศาล
ทองคำละลายในมหาสมุทรมีมากถึง 20 ล้านตันจริงหรือไม่




