หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คนเก่งแต่ Toxic กับคนนิสัยดีแต่ผลงานไม่ถึง หัวหน้าควรเลือกใคร


เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ถ้าคุณเป็นหัวหน้า คุณจะเลือกใครไว้ในทีม?

ถ้าต้องเลือกเก็บไว้เพียงคนเดียว ระหว่างคนที่ทำงานเก่งมากแต่ทำให้ทั้งทีมอึดอัด กับคนที่นิสัยดีแต่ผลงานยังไม่ถึง คำตอบอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด

ในที่ทำงานจริง คนเก่งไม่ได้มีค่าแค่จากตัวเลขผลงาน และคนนิสัยดีก็ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไปถ้างานของเขากลายเป็นภาระให้คนอื่นต้องตามแก้ทุกวัน

ภาพนี้เกิดขึ้นได้ในหลายทีม

คนแรกอาจเป็นคนที่ปิดงานเร็ว แก้ปัญหาเก่ง ลูกค้าจำชื่อได้ ยอดขายดี หรือเป็นคนที่หัวหน้าพึ่งได้เสมอ แต่ในเวลาเดียวกัน เขาอาจพูดแรง กดดันคนอื่น ไม่ฟังความเห็นใคร และทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกว่าทุกวันทำงานเหมือนต้องระวังตัวตลอดเวลา

อีกคนอาจไม่ใช่ดาวเด่น ผลงานยังต้องปรับ ส่งงานช้า หรือยังต้องมีคนช่วยดูซ้ำ แต่เป็นคนที่ร่วมงานง่าย รับฟัง ไม่สร้างดราม่า และทำให้บรรยากาศในทีมไม่ตึงจนเกินไป

คำถามจริงจึงไม่ใช่แค่ “ใครเก่งกว่า” แต่คือ “ใครทำให้ทีมไปต่อได้มากกว่ากัน”

สรุปเร็ว

ในมุมของหัวหน้า คนเก่งแต่ Toxic มักเป็นโจทย์ที่ยากที่สุด เพราะผลงานของเขามองเห็นง่ายมาก แต่ความเสียหายที่เขาทิ้งไว้ในทีมมักค่อย ๆ สะสม

เริ่มจากคนในทีมไม่กล้าพูด ประชุมเงียบลง ไอเดียใหม่หายไป คนเก่งคนอื่นเริ่มหมดใจ และบางคนเลือกลาออกแทนการอยู่ในบรรยากาศที่ทำให้ตัวเองเหนื่อยทุกวัน

งานวิจัยเกี่ยวกับ toxic workers ของ Harvard Business School มองว่าพฤติกรรม Toxic ไม่ได้กระทบแค่ตัวบุคคล แต่มีผลต่อคนรอบข้างและผลงานขององค์กรด้วย ส่วนบทความใน Harvard Business Review ก็หยิบประเด็นนี้มาอธิบายว่า การหลีกเลี่ยงคน Toxic อาจคุ้มกว่าการจ้างคนเก่งมากแต่ทำลายทีม

แต่คนนิสัยดีที่ผลงานไม่ถึงก็ไม่ใช่คำตอบที่สบายใจเสมอไป

ถ้าเขาตั้งใจเรียนรู้ รับ feedback แล้วค่อย ๆ ดีขึ้น ทีมอาจได้คนที่น่าเก็บไว้มาก แต่ถ้าผ่านไปนานแล้วยังทำงานไม่ถึงมาตรฐาน ส่งงานช้า ไม่รับผิดชอบ หรือทำให้คนอื่นต้องแบกแทนทุกครั้ง ความน่ารักอาจไม่พอจะชดเชยภาระที่ทีมต้องรับ

พูดง่าย ๆ คือ คนเก่งแต่ Toxic ทำร้ายทีมด้วยพฤติกรรม ส่วนคนนิสัยดีแต่ผลงานไม่ถึงอาจทำร้ายทีมด้วยภาระงานที่กระจายไปให้คนอื่น

จุดที่หลายคนมักพลาด คือเอา “นิสัยดี” ไปเท่ากับ “ควรเก็บไว้เสมอ” หรือเอา “ผลงานสูง” ไปเท่ากับ “แตะไม่ได้”

ในความจริง ทั้งสองแบบต้องถูกวัดด้วยคำถามชุดเดียวกัน

ก่อนเลือก ควรถามให้ชัด

ถ้าคนเก่งยอมรับปัญหาและปรับพฤติกรรมได้ เขาอาจยังเป็นคนสำคัญของทีม แต่ถ้าเขาเก่งมากแต่ไม่เคยรับผิดชอบผลกระทบที่ตัวเองสร้าง ไม่สนว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร และทำให้ทีมเสียคนซ้ำ ๆ นั่นไม่ใช่แค่ “นิสัยแรง” แต่เป็นต้นทุนระยะยาว

ในอีกด้าน ถ้าคนนิสัยดีมีทัศนคติดี เรียนรู้เร็ว และขาดแค่ทักษะบางจุด หัวหน้าอาจลงทุนกับเขาได้ แต่ถ้าเขาไม่พัฒนาเลย ไม่รับผิดชอบงานของตัวเอง และทำให้เพื่อนต้องแก้แทนเป็นประจำ ทีมก็จะเริ่มรู้สึกไม่ยุติธรรม

SHRM รายงานว่า พนักงานในวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวกมีแนวโน้มอยู่กับองค์กรสูงกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่พนักงานที่มองว่าวัฒนธรรมองค์กรแย่มีแนวโน้มมองหางานใหม่มากกว่า เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า “บรรยากาศทีม” ไม่ใช่เรื่องนุ่มนิ่ม แต่เกี่ยวกับการรักษาคนและผลลัพธ์ระยะยาวด้วย

สำหรับหัวหน้า คำตอบที่ดีอาจไม่ใช่เลือกคนเก่งหรือคนดีทันที แต่ต้องแยกให้ออกว่าอะไร “แก้ได้” และอะไร “แก้ยาก”

ทักษะงานบางอย่างฝึกได้
ระบบติดตามงานช่วยได้
การสอนงานช่วยได้
การให้ feedback ช่วยได้

แต่พฤติกรรมที่ทำร้ายคนอื่นซ้ำ ๆ ดูถูกคนอื่น ไม่รับผิด และใช้ผลงานเป็นเกราะป้องกันตัวเอง มักแก้ยากกว่า โดยเฉพาะถ้าเจ้าตัวไม่คิดว่าตัวเองมีปัญหา

จำแบบสั้น ๆ

ถ้าต้องเลือกจริง ๆ หัวหน้าหลายคนอาจเอนมาทางคนที่ยังพัฒนาได้และไม่ทำลายทีม เพราะทีมหนึ่งทีมไม่ได้อยู่ได้ด้วยฮีโร่คนเดียว แต่ต้องอยู่ได้ด้วยระบบ ความไว้ใจ และคนที่ยังอยากทำงานด้วยกันในวันพรุ่งนี้

แต่ถ้าคำตอบคือ “ทั้งสองคนยังไม่เหมาะ” ก็ไม่ใช่คำตอบที่ผิด

บางครั้งองค์กรอาจต้องยอมรับว่า คนเก่งแต่ Toxic ไม่ควรถูกให้รางวัลเพราะทำยอดได้ และคนนิสัยดีแต่ผลงานไม่ถึงก็ไม่ควรถูกปล่อยผ่านเพราะเป็นที่รักของทุกคน

คนทำงานที่ทีมควรรักษาไว้ที่สุด อาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดหรือคนที่น่ารักที่สุด แต่คือคนที่ทำงานได้จริง รับ feedback ได้ และไม่ทำให้คนอื่นต้องเสียสุขภาพใจเพื่อให้ผลงานของทีมเดินต่อ

เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี
แหล่งที่มา: Harvard Business Review / Harvard Business School / SHRM
อ้างอิง: Harvard Business Review, Harvard Business School Working Paper, SHRM
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 83 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนด้านเทคโนโลยี ข่าวสาร และความรู้รอบตัว
| 700+ บทความ | เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
บาร์เลดี้กรุงเทพ TOP 5 ปี 2026 บรรยากาศ ราคา และข้อควรรู้ก่อนเที่ยว3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อนค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลก12 อาชีพที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่รายได้อาจมากกว่างานประจำ7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัยจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยประเทศแรกที่ใช้แท็กซี่ไร้คนขับ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บ้านอัจฉริยะในอนาคตจะเป็นแบบไหน?3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อนเลขจากหางประทัด "บอล เชิญยิ้ม..วัดยางใหญ่ ตาพรานบุญ7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัยทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เร็วแค่ไหน แล้วทำไมยานอวกาศยังเหมือน “ตามโลกทัน”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
ภาพคือตำนาน ที่ไม่มีวันได้ร้บการเกิดใหม่อีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ศิลปินแห่งครูเพลงกู่เจิงในต่างแดนเครื่องบินรบเกิดขึ้นได้อย่างไร จากสงครามโลกครั้งที่ 1 ถึงยุคไร้คนขับร่างของ "รองเท้าบู๊ตสีเขียว" อันโด่งดัง ซึ่งถูกฝังอยู่บนยอดเขาเอเวอเรสต์มาเกือบ 30 ปี กำลังจะกลับคืนสู่ถิ่นฐานเดิมแล้วยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ ญี่ปุ่น มีระบบใหม่แล้ว! ตอนนี้ตั๋วขายแบบ "ตั๋วเครื่องบิน" – ยิ่งซื้อเร็ว ยิ่งถูกลง
ตั้งกระทู้ใหม่