หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ถ้ำมัสแตง (Mustang Caves) มรดกโบราณอายุ 3,000 ปีแห่งเนปาล

เขียนโดย น้องมิ่ง รัตนาภรณ์

ถ้ำมัสแตง หรือที่หลายคนเรียกว่า “ถ้ำแห่งท้องฟ้า” เป็นกลุ่มถ้ำโบราณที่มนุษย์สร้างขึ้นจำนวนราว 10,000 ถ้ำ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันในเขตมัสแตง (Mustang District) ทางตอนเหนือของประเทศ Nepal

ถ้ำเหล่านี้ถูกเจาะเข้าไปตามผนังหุบเขาสูงราวกับรังผึ้งขนาดมหึมา บางแห่งอยู่สูงจากพื้นดินหลายสิบเมตร จนแทบไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์ในอดีตจะสามารถสร้างขึ้นได้

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นักโบราณคดีและนักวิจัยจากหลายประเทศได้สำรวจถ้ำเหล่านี้ และค้นพบซากมนุษย์ รวมถึงร่างมัมมี่บางส่วนที่มีอายุเก่าแก่ถึง 2,000–3,000 ปี

นอกจากนี้ยังพบภาพจิตรกรรมทางพุทธศาสนา พระพุทธรูป ประติมากรรมโบราณ คัมภีร์โบราณ และโบราณวัตถุจำนวนมากจากช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12–14 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและศาสนาที่สำคัญ

แม้จะมีการศึกษาค้นคว้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่จนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถตอบได้อย่างแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้างถ้ำเหล่านี้ และสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด

ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์อันมหาศาล พื้นที่แห่งนี้จึงได้รับการขึ้นบัญชีเป็นแหล่งมรดกโลกเบื้องต้นของ UNESCO ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996

ประวัติศาสตร์ของมัสแตง

ในอดีต ดินแดนมัสแตงเคยเป็นอาณาจักรอิสระที่เรียกว่า อาณาจักรโล (Kingdom of Lo) โดยมีเมืองหลวงชื่อ Lo Manthang อาณาจักรแห่งนี้ดำรงอยู่มานานหลายศตวรรษ ก่อนจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเนปาลในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 พื้นที่อัปเปอร์มัสแตง (Upper Mustang) ถูกปิดกั้นจากบุคคลภายนอกและถือเป็นเขตจำกัดพิเศษจนถึงปี ค.ศ. 1992

ความโดดเดี่ยวนี้ ทำให้พื้นที่ดังกล่าว กลายเป็นหนึ่งในภูมิภาค ที่ได้รับการอนุรักษ์ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผู้คนจำนวนมาก ยังคงใช้ภาษาและวัฒนธรรมแบบทิเบตดั้งเดิม สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาในวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2008 หลังจากเนปาล เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย สถาบันกษัตริย์แห่งมัสแตงก็ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ

การค้นพบมัมมี่อายุหลายพันปี

ช่วงกลางทศวรรษ 1990 นักโบราณคดีจากเนปาลและมหาวิทยาลัยโคโลญจน์ของประเทศเยอรมนี ได้เริ่มสำรวจถ้ำจำนวนมากที่เรียงซ้อนกันอยู่บนหน้าผา

พวกเขาพบร่างมนุษย์ที่ผ่านการเก็บรักษาตามธรรมชาติหลายสิบร่าง บางร่างยังมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ แม้จะมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี

ต่อมาในปี ค.ศ. 2010 คณะนักปีนเขาและนักโบราณคดีได้ค้นพบโครงกระดูกมนุษย์อีก 27 ร่าง ภายในถ้ำขนาดใหญ่สองแห่งใกล้หมู่บ้านซัมดซอง (Samdzong)

โครงกระดูกเหล่านี้มีอายุอยู่ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 3 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 8 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่พระพุทธศาสนาจะเข้ามามีอิทธิพลในพื้นที่ สิ่งที่น่าสนใจคือ กระดูกหลายชิ้นมีร่องรอยการตัดอย่างชัดเจน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ร่องรอยเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับพิธีศพแบบโบราณที่เรียกว่า การฝังศพบนท้องฟ้า (Sky Burial)

ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากความเชื่อดั้งเดิม ของศาสนาบอน (Bon) และพระพุทธศาสนาสายทิเบต ในพิธีดังกล่าว ร่างผู้เสียชีวิตจะถูกชำแหละเป็นชิ้นเล็ก ๆ รวมถึงกระดูก แล้วนำไปวางไว้บนภูเขาสูง เพื่อให้นกแร้งกิน ชาวทิเบตเชื่อว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการส่งคืนร่างกายให้ธรรมชาติ และช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณสู่ภพภูมิใหม่ น่าทึ่ง ที่ประเพณีลักษณะนี้ ยังคงมีให้เห็นในบางพื้นที่ของมัสแตงจนถึงปัจจุบัน

สมบัติล้ำค่าทางศาสนา

ในปี ค.ศ. 2007 คณะสำรวจจากสหรัฐอเมริกา อิตาลี และเนปาล ได้ค้นพบขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ภายในถ้ำใกล้เมืองโลมันถัง สิ่งที่พบประกอบด้วย

* ภาพจิตรกรรมฝาผนังทางพุทธศาสนา

* งานศิลปกรรมตกแต่งโบราณ

* เครื่องปั้นดินเผา

* คัมภีร์โบราณจำนวนมาก

วัตถุเหล่านี้มีอายุย้อนกลับไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 13

จากนั้นในปี ค.ศ. 2008 คณะสำรวจอีกชุดหนึ่งได้พบโครงกระดูกมนุษย์อายุประมาณ 600 ปี และค้นพบคัมภีร์ล้ำค่าจำนวนมาก คัมภีร์บางเล่ม มีภาพประกอบขนาดเล็กที่วาดอย่างประณีต เรียกว่า “Illuminations”

เนื้อหาในเอกสารเหล่านี้ สะท้อนการผสมผสานระหว่างคำสอนของพระพุทธศาสนา และศาสนาบอน ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมของชาวทิเบต ก่อนรับพุทธศาสนา

ถ้ำเหล่านี้ถูกใช้ทำอะไร?

นักวิทยาศาสตร์แบ่งการใช้งานถ้ำมัสแตงออกเป็น 3 ยุคสำคัญ

  1. ยุคสุสาน (ประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล) ในช่วงแรกสุด ถ้ำถูกใช้เป็นสถานที่ฝังศพ ผู้คนในยุคนั้นนำร่างผู้เสียชีวิตเข้าไปเก็บไว้ภายในถ้ำที่อยู่สูงจากพื้นดิน ทำให้ร่างและสิ่งของต่าง ๆ ได้รับการอนุรักษ์อย่างดีเป็นเวลาหลายพันปี
  2. ยุคที่อยู่อาศัย (ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 10) ในช่วงนี้ภูมิภาคดังกล่าวเต็มไปด้วยสงครามและความขัดแย้ง เพื่อความปลอดภัย ผู้คนจึงย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ภายในถ้ำบนหน้าผาสูง ซึ่งยากต่อการเข้าถึงของศัตรู ถ้ำจำนวนมากจึงถูกดัดแปลงเป็นบ้านพัก มีห้องนอน ห้องเก็บเสบียง และพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตประจำวัน
  3. ยุคแห่งการปฏิบัติธรรม (หลังคริสต์ศตวรรษที่ 14) เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองสงบลง ถ้ำหลายแห่งถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่ปลีกวิเวกสำหรับพระสงฆ์และนักบวช ผู้คนใช้ถ้ำเหล่านี้สำหรับการนั่งสมาธิ ศึกษาคัมภีร์ และปฏิบัติธรรม

ปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบ

แม้จะมีการค้นพบโครงกระดูก มัมมี่ คัมภีร์ และโบราณวัตถุจำนวนมาก แต่คำถามสำคัญที่สุดยังคงไม่มีใครตอบได้อย่างชัดเจน

ใครเป็นผู้สร้างถ้ำทั้ง 10,000 ถ้ำนี้? และพวกเขาสามารถขุดเจาะหน้าผาสูงชันเช่นนั้นได้อย่างไร เมื่อหลายพันปีก่อน? ปัจจุบัน ถ้ำมัสแตง จึงยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาทางโบราณคดี ที่น่าพิศวงที่สุดของโลก และได้รับฉายาว่า “นครลับบนหน้าผาแห่งเทือกเขาหิมาลัย” ซึ่งยังคงรอการค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ภายในต่อไป

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
น้องมิ่ง รัตนาภรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 138 ครั้ง
เขียนโดย น้องมิ่ง รัตนาภรณ์
สัพเพเหระ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเปิดรายชื่องูหายากของไทย แต่ละภาคมีชนิดไหนที่พบเฉพาะพื้นที่บ้างเปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!จับคู่ให้ถูกจาน: อาหารบางอย่างกินด้วยกันแล้วร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นอำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทยทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Review, HowTo, ท่องเที่ยว
แนะนำทริคทำมาลัยรัดเกล้า ร้อยดอกไม้ให้สวยแน่นเที่ยวนารา Nara Park ญี่ปุ่น ชมน้องกวางน่ารักๆเที่ยววัดโทไดจิ ชมสถาปัตยกรรมสวยๆ กับบรรยากาศสบายๆจากวัดผารังหมี สู่ขุนเขาบ้านมุง กับการเดินทางที่ไม่เป็นไปตามแผน
ตั้งกระทู้ใหม่