ทำไมบางคนเข้าวัดแล้วร้องไห้
เคยสังเกตไหมว่า... เวลาเราไปเที่ยวตามสถานที่บันเทิง ไปสังสรรค์กับเพื่อน เราหัวเราะร่าเริงอารมณ์ดีมาก แต่พอก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไปในเขตวัดเก่าแก่ หรือยืนอยู่ต่อหน้าพระประธานองค์ใหญ่ในโบสถ์ ท่ามกลางเสียงบทสวดแผ่วเบาและกลิ่นธูปอบอวล อยู่ดี ๆ จิตใจมันกลับดิ่งวูบ เกิดอาการแน่นหน้าอก จุกในลำคอ และ "น้ำตาไหลพรากออกมาดื้อ ๆ" โดยที่ในหัวไม่ได้คิดเรื่องเศร้าอะไรเลยด้วยซ้ำ! พอคนข้าง ๆ หันมาเห็นก็ทักว่าเราเป็นอะไร หรือคิดว่าเราอกหักมีปัญหาชีวิต แต่ในโลกของสิ่งลี้ลับและศาสตร์แห่งดวงจิตวิญญาณ อาการบ่อน้ำตาแตกคาลานวัดนี้ แฝงไปด้วยรหัสลับชวนขนลุกที่เชื่อมโยงกับอดีตชาติและพลังงานเหนือธรรมชาติอย่างลึกซึ้งครับ!
คนโบราณและอาจารย์ผู้ปฏิบัติตนสายจิตตภาวนาได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า วัดวาอาราม โดยเฉพาะสถานที่ที่มีอายุเก่าแก่นับร้อยปี เป็นจุดศูนย์รวมของ "พลังงานด้านบวกที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก" (High Vibration) ทั้งจากแรงอธิษฐาน คลื่นเสียงของบทสวดมนต์ และการปกป้องของเทวดาชั้นสูง เมื่อมนุษย์ที่แบกรับความทุกข์ แบกรับพลังงานลบ หรือมีวิบากกรรมหนาแน่นเดินเข้าไปปะทะ อาการ "ปีติ" หรือ "กรรมตีกลับ" จึงเกิดขึ้นทันที และนี่คือ 3 สาเหตุลึกลับทางจิตวิญญาณที่ทำให้คุณร้องไห้ในวัดครับ:
1. สัญญาณการดึงปลั๊ก "เจ้ากรรมนายเวร": สำหรับคนที่มีเจ้ากรรมนายเวรสายดุตามประกบติดอยู่ (ส่งผลให้ช่วงนั้นชีวิตติดขัดดวงตก) พอก้าวเข้าเขตวัด คลื่นพลังงานบริสุทธิ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะทำการ "กด" และ "สกัด" พลังงานลบของวิญญาณเหล่านั้นไม่ให้ตามเข้ามาได้ชั่วคราว จิตทิพย์ภายในของคุณที่เคยโดนครอบงำจนมืดบอดสลัว จะรู้สึกโล่งและเป็นอิสระอย่างกะทันหัน จนระเบิดออกมาเป็นน้ำตาแห่งความโปร่งสบาย
2. สัญญาณ "สัญญาเก่า" ในอดีตชาติระลึกรู้: จิตใต้สำนึกของมนุษย์เราจดจำเรื่องราวในอดีตชาติได้ทั้งหมดครับ หากคุณเคยเกิดเป็นนักบวช เป็นผู้ทรงศีล หรือเคยร่วมสร้างวัดหลังนั้น ๆ มาในอดีต พอกายเนื้อในชาตินี้กลับมาเหยียบถิ่นเก่า คลื่นความทรงจำลึก ๆ จะเปิดออก เกิดอาการโหยหาบ้านเก่า (Soul Nostalgia) ขนลุกซู่ หัวใจสั่นสะท้าน และน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
3. พลังงาน "ปีติ" ล้างพิษจิตใจ: ในเชิงพลังงานบำบัด ร่างกายมนุษย์จะใช้ "น้ำตา" เป็นเครื่องมือในการขับถ่ายคลื่นความเครียด ความหดหู่ และความตื่นกลัวที่กักเก็บไว้ในก้อนจิตออกไป เมื่อเจอกระแสไออุ่นแห่งบุญในวัด จิตจะรู้สึกปลอดภัยที่สุด จนยอมปล่อยวางเกราะกำบังและหลั่งน้ำตาเพื่อเคลียร์ออร่ารอบตัวให้ใสสะอาด
ในต่างประเทศก็มีปรากฏการณ์คล้ายกันนี้ครับ เช่น นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนวิหารเก่าแก่ในยุโรปแล้วเกิดอาการสั่นสะท้าน ร้องไห้ และคุกเข่าลงดื้อ ๆ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์อาจมองว่าเป็นภาวะอารมณ์อ่อนไหวจากสถาปัตยกรรม (Stendhal Syndrome) แต่ในทางสายมู มันคือการตื่นรู้ของดวงจิต
เพราะฉะนั้น หากครั้งต่อไปคุณไปเข้าวัดแล้วเกิดอยากร้องไห้ หรือน้ำตาซึมขึ้นมา อย่าไปฝืนกั้นมันไว้ครับ และอย่าอายสายตาใคร ให้ปล่อยให้น้ำตานั้นไหลออกมาให้หมด สูดหายใจลึก ๆ ตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าพระประธานว่า "ขอให้น้ำตานี้ล้างสิ่งอัปมงคลและวิบากกรรมเก่าออกไป จากนี้ขอให้ชีวิตสว่างไสว" พอน้ำตาแห้ง คุณจะพบว่าดวงตาของคุณจะใสขึ้น สมองโปร่ง โล่ง สบาย และเตรียมตัวรับโชคลาภก้อนใหญ่ที่กำลังจะวิ่งเข้าหาได้เลยเพราะจิตของคุณสะอาดพร้อมรับเงินล้านแล้วครับ!
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
มนต์เสน่ห์แห่งหยดสีอำพัน จากปลาใกล้เน่าสู่อัญมณีคู่ครัวไทย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
วัยรุ่นญี่ปุ่นใช้เวลาใน SNS น้อยที่สุดในบรรดา 24 ประเทศ
จังหวัดไหนมีธุรกิจจีนมากที่สุดในไทย กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 แต่เงินลงทุนสูงสุดอยู่ที่ระยอง
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
ย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทย
สัญญาณเตือนจากหลังคาโลก เมื่อหิมาลัยเปลี่ยนไป ชีวิตเบื้องล่างจะอยู่อย่างไร
เปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
เช็กก่อนเปย์ ! 7 ของขวัญที่ตามความเชื่อโบราณ “ไม่ควรซื้อให้แฟน”
ความหมายของคำว่า"บ่วง"
5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศ

