นมบัญเจาะของกัมพูชา ยังไม่ขึ้นยูเนสโก ปมเส้นหมักคล้ายขนมจีนไทย
“นมบัญเจาะ” หรือ Nom Banh Chok เป็นเมนูเส้นหมักที่คนกัมพูชาคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน โดยมักกินเป็นอาหารเช้าคู่กับน้ำแกง สมุนไพร และผักพื้นถิ่น ความน่าสนใจของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่แค่หน้าตาที่คล้าย “ขนมจีน” ของไทย แต่อยู่ที่คำถามใหญ่กว่าเดิมว่า อาหารพื้นบ้านในภูมิภาคเดียวกันควรถูกเล่าอย่างไรบนเวทีโลก
ประเด็นนี้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังมีการกล่าวถึงความพยายามของกัมพูชาในการผลักดันนมบัญเจาะสู่การรับรองในกรอบของยูเนสโก ข้อมูลที่ตรวจพบจากแหล่งข่าวกัมพูชาระบุว่า แนวคิดเรื่องการเสนอ Nom Banh Chok สู่บัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของยูเนสโกถูกพูดถึงมาตั้งแต่ปี 2019 โดยเกี่ยวข้องกับกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม สถานะที่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังคือ “ยังไม่ปรากฏเป็นรายการที่ได้รับการขึ้นทะเบียน” มากกว่าการฟันธงแบบกว้าง ๆ ว่า “ยูเนสโกปัดตก” เพราะหน้ารายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกัมพูชาบนเว็บไซต์ยูเนสโกยังไม่แสดง Nom Banh Chok เป็นรายการที่ได้รับการขึ้นทะเบียน
ในฝั่งไทย เหตุที่เรื่องนี้ถูกพูดถึงแรง เพราะขนมจีนเป็นอาหารที่คนไทยคุ้นเคยมานาน ทั้งในตลาด ร้านข้าวแกง งานบุญ และเมนูประจำถิ่นหลายจังหวัด เส้นหมัก น้ำยา น้ำพริก แกงเขียวหวาน หรือผักแนม ล้วนทำให้ขนมจีนเป็นอาหารที่มีภาพจำชัดในสังคมไทย
แต่ถ้ามองในกรอบภูมิภาค อาหารเส้นหมักจากข้าวไม่ได้มีอยู่เฉพาะไทยหรือกัมพูชาเท่านั้น รายงานของไทยรัฐอ้างข้อมูลเชิงเปรียบเทียบว่าอาหารลักษณะใกล้เคียงกันพบได้ในไทย กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมา สะท้อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าการเป็นของชาติใดชาติหนึ่งแบบเด็ดขาด
นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้คำว่า “ต้นตำรับ” กลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะอาหารจำนวนมากในภูมิภาคนี้เดินทางมาก่อนเส้นพรมแดนสมัยใหม่ ผู้คนย้ายถิ่น ค้าขาย แต่งงาน แลกเปลี่ยนวัตถุดิบและวิธีปรุงกันมานาน เมนูที่หน้าตาคล้ายกันจึงอาจไม่ได้แปลว่าฝ่ายหนึ่งลอกอีกฝ่ายเสมอไป แต่อาจเป็นผลของรากวัฒนธรรมร่วมที่แยกแขนงไปตามพื้นที่
อีกบริบทที่น่าสนใจคือ กัมพูชาไม่ได้มีเพียงเส้นทาง “มรดกภูมิปัญญา” เท่านั้นในการผลักดันอาหารสู่เวทีโลก ปี 2023 ยูเนสโกประกาศให้เมืองพระตะบองเป็นเมืองแรกของกัมพูชาที่เข้าร่วมเครือข่าย UNESCO Creative Cities Network ในสาขา Gastronomy หรือเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร โดยยูเนสโกกล่าวถึงอาหารท้องถิ่นหลายรายการในฐานะส่วนหนึ่งของชีวิตชุมชน
ประเด็นนมบัญเจาะกับขนมจีนจึงอาจไม่จำเป็นต้องจบที่การแย่งกันว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ควรมองให้เห็นว่าอาหารแบบเดียวกันสามารถมีชีวิตคนละแบบในแต่ละประเทศได้ ไทยมีขนมจีนในงานบุญและอาหารประจำถิ่น กัมพูชามีนมบัญเจาะในวิถีอาหารเช้าและภาพจำของชุมชน ทั้งสองฝั่งต่างมีเรื่องเล่าของตนเอง
สิ่งที่ควรระวังคือการแชร์ข้อมูลแบบตัดตอน โดยเฉพาะคำกล่าวอ้างว่า “ขึ้นทะเบียนแล้ว” หรือ “ถูกปัดตกเพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง” หากไม่มีเอกสารทางการรองรับ ประเด็นวัฒนธรรมร่วมมักลุกลามได้ง่ายบนโซเชียล และทำให้เรื่องอาหารที่ควรเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยน กลายเป็นความเข้าใจผิดระหว่างผู้คนสองประเทศ
ท้ายที่สุด นมบัญเจาะและขนมจีนอาจเป็นตัวอย่างที่ดีของอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีทั้งความเหมือนและความต่างในจานเดียวกัน เส้นหมักหนึ่งจานจึงไม่ได้บอกแค่ว่าใครกินอะไร แต่ยังบอกว่าภูมิภาคนี้เชื่อมโยงกันลึกแค่ไหนก่อนที่คำว่า “ของเรา” และ “ของเขา” จะถูกใช้จริงจังในโลกออนไลน์
เขียนโดย แบกเป้
สรุปข่าวเร็ว คม ชัด ตรงประเด็น
เชี่ยวชาญข่าวแรง–ข่าวจริง ที่คนกำลังสนใจ
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิม
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
ทำไมขวดซีอิ๊ว น้ำปลา มักจะมี "ปุ่มนูนเล็กๆ" อยู่ใต้ขวด?
สถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่ชาวต่างชาติรู้จักและนิยมมากกว่าคนไทย
"กลิ่นเด็ก" (Newborn Scent) กลิ่นมหัศจรรย์ที่มีแค่ช่วงวัยเด็กเท่านั้น
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
ทำไมปลาปักเป้าต้องพองตัว แล้วการพองตัวแบบนี้จะทำให้ตัวมันเจ็บหรือเป็นอันตรายไหมนะ?
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
คุณอยู่ Generation ไหน? เช็กช่วงปีเกิด Baby Boomer, Gen X, Y, Z และ Alpha
ชาไทยติดอันดับโลก แล้วร้านไหนคือเบอร์ 1 ของประเทศไทย?

